ทำไมคนรวย (บางคน) ถึงบอกว่าชีวิตตัวเองก็ลำบากเช่นกัน
เป็นกรณีศึกษาที่หยิบมาจาก HuffPost เว็บไซต์รวบรวมและบล็อกข่าวของอเมริกา ว่าด้วยเรื่องของ คนรวย ในบทความที่ว่า “ความยากลำบากของการเป็นคนรวย” โดยมีการตั้งคำถามว่า คนรวยทุกคนมีความสุขตลอดเวลาหรือไม่ ทั้งที่ไม่ต้องทำงานหนักเพราะจำเป็นต้องใช้เงิน แถมลูกหลานยังอยู่อย่างสุขสบายรอรับมรดกตกทอดเมื่อตรวจสอบอย่างจริงจังแล้ว พบว่า ความลำบากของคนรวย ไม่ได้หมายถึงความลำบากในการหาเงิน แต่เป็นความลำบากทางด้านจิตใจ รู้สึกโดดเดี่ยว และไร้แรงจูงใจในการใช้ชีวิต (ไม่รู้ว่าเรียกว่าความลำบากได้ไหม) โดยมีการแบ่งแยกความลำบากดังนี้
ความรวยอาจทำให้ลูกหลานเสียคนความจริงก็คือเมื่อคุณมีเงินมากมาย มันก็ยากที่จะปฏิเสธลูก ๆ ของคุณ หรือสมาชิกในครอบครัวคนอื่น ๆ บางทีแฟนของคุณอาจเสพติดการช้อปปิ้งจนนิสัยเสีย หรือลูกสาวได้ขอเงินทำธุรกิจ แต่เจ๊งไม่เป็นท่า ซึ่งคนรวยก็ไม่ได้เดือดร้อนเท่าไหร่เพราะไม่มีทางล้มละลาย ต่างกับคนจนที่ส่วนใหญ่มีโอกาสทำธุรกิจด้วยเงินก่อนเดียวที่มีในชีวิตความรวยอาจทำให้ไม่รู้จักความผิดพลาดสิ่งที่เป็นความยากลำบากของครอบครัวคนรวยก็คือ การที่ไม่สามารถสอนคุณค่าของเงินให้ลูกหลานได้อย่างถ่องแท้ และนี่เป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ได้เลย แม้เงินจะแก้ปัญหาทุกอย่างไม่ได้ แต่แทบจะทุกปัญหาบนโลกใบนี้ก็มักแก้ได้ด้วยเงินเช่นกัน ฉะนั้นความผิดพลาดของคนรวยไม่ได้อยู่ที่การอยู่รอด แต่เป็นเรื่องของประสบการณ์ชีวิตที่ขาดหายไป เมื่อคนเราไม่เคยผิดพลาด ก็จะทำให้ขาดเทคนิคเอาตัวรอดจากความเอาแต่ใจของตัวเอง และเมื่อเจอบางสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ ก็จะทำให้รู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างยากลำบากอำนาจที่ไม่ต้องปรุงแต่งบทความใน Psychology Today เรื่อง It’s Not So Easy to Be Rich ชี้ให้เห็นความท้าทายอื่น ๆ ที่คนรวยต้องเผชิญ ซึ่งรวมถึงปัญหาของการไว้วางใจ คนรวยเกิดคำถามมากมายว่า เพื่อนคนนี้เข้าหาเพราะอยากคบด้วยใจจริงหรือแค่หวังว่าจะได้ประโยชน์จากเงิน รวมถึงการที่คนรวยมักถูกแบ่งชนชั้นจากสังคมด้วย ส่งผลให้เกิดความเกรงใจในหมู่คนรอบข้าง และไม่สามารถเปิดใจใครได้ เรียกง่าย ๆ ว่า (อำนาจที่ไม่ต้องปรุงแต่ง) และสิ่งนี้เองที่ทำให้คนรวยรู้สึกโดดเดี่ยวเกิดมาสบายจนอาจกลายเป็นคนงี่เง่าผู้คนมักตัดสินว่า คนที่เกิดมาบนกองเงินกองทองนั้นช่างโชคดี แต่ในทางกลับกันก็เกิดการจับจ้อง เพราะเมื่อรวยก็ควรจะเป็นคนดี เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต้องไปโกงกินใคร ไม่ต้องหลอกลวงใครเพื่อผลประโยชน์ แต่เมื่อใดที่รวยแล้วยังโลภ ผู้คนก็จะพากันยิ้มเยาะแล้วกล่าวว่า “เกิดมาสบายเสียดายไม่น่าทำตัวงี่เง่า”ไม่ได้รับบทเรียนชีวิตคนทั่วไปจะรู้ดีว่าการดิ้นรนในชีวิตและความลำบากที่ได้เจอในวันนี้มักจะเป็นกลายเป็นบทเรียนของวันพรุ่งนี้ ต่างกับคนรวยที่แทบจะไม่ได้รับบทเรียนดังกล่าว ยกตัวอย่างเช่น เรามักเห็นละครน้ำเน่าหลังข่าวนั้นรวยจนไม่เข้าใจความลำบาก คนเขียนบทจึงเขียนให้พระเอกหรือนางเอกที่มีฐานะร่ำรวยลองปลอมตัวเป็นคนจนเพื่อเรียนรู้ชีวิต แต่เรื่องจริงคงไม่มีใครเขาทำแบบนั้นกัน (ถ้าคุณรวยคุณจะทำแบบนั้นหรือ)อย่างไรก็ดี บทความดังกล่าวไม่ได้เหมารวมว่า คนรวยทุกคนงี่เง่า หรือคนจนทุกคนห่วยแตก แต่เป็นการพูดถึงความลำบากทางใจ ที่คนรวย (บางคน) ต้องเจอ เพื่อให้ได้คิดต่อยอดว่า ความลำบากของคนเรา คงจะไม่ได้เหมือนกันทุกคน และไม่อาจเอามาเปรียบกันได้ว่าใครลำบากมากกว่ากัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราต้องยอมรับว่า ความลำบากขั้นสุดของมนุษย์ คือเรื่องของความจนและความหิวโหยที่ไม่มีสิ่งใดแก้ไขได้นอกจากเงิน และสวัสดิการที่ควรจะมีอย่างทั่วถึงสักทีในประเทศแห่งนี้