โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หัวเว่ย: ทำไมโลกตะวันตกจึงไม่ไว้ใจ เครือข่ายโทรคมนาคมจีน

Khaosod

อัพเดต 07 ธ.ค. 2561 เวลา 16.15 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2561 เวลา 16.15 น.
Reuters

หัวเว่ย: ทำไมโลกตะวันตกจึงไม่ไว้ใจ เครือข่ายโทรคมนาคมจีน – BBCไทย

การจับกุมตัวลูกสาวผู้ก่อตั้งหัวเว่ยที่แคนาดาเพื่อส่งต่อไปให้รัฐบาลสหรัฐฯ ทำให้บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีน กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกอีกครั้ง

รัฐบาลชาติตะวันตกระแวงหัวเว่ยมาสักพักแล้ว สั่งห้ามไม่ให้บริษัทโทรคมนาคมใช้บริการด้านเครือข่ายของหัวเหว่ยโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง

สหราชอาณาจักรยังไม่ได้สั่งห้ามอย่างเป็นทางการ แล้วหัวเว่ย เป็นภัยต่อความมั่นคงจริงหรือ

*หัวเว่ยคืออะไร *

หากคุณกำลังมองหาสมาร์ทโฟนใหม่ หัวเว่ยเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญในท้องตลาด สถิติเมื่อเร็ว ๆ นี้ระบุว่าสินค้าจากจีนยี่ห้อนี้ครองส่วนแบ่งถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของตลาดโลก นำหน้าแอปเปิล และเป็นรองก็แต่ซัมซุง แต่ที่ผู้ใช้ทั่วไปอาจไม่รู้คือหัวเว่ยเติบโตอย่างรวดเร็วในฐานะผู้ผลิตอุปกรณ์ชิ้นส่วนสำหรับโครงข่ายโทรศัพท์ไร้สาย

ในขณะที่จีนมีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ หัวเว่ยก็เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของโลกแล้ว

เหริน เจิ้งเฟย อดีตวิศวกรแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ก่อตั้งหัวเว่ยในปี 1987 ที่เซินเจิ้น มณฑลกวางตุ้ง โดยมีพนักงาน 1.8 แสนคนเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท

*ภัยความมั่นคง? *

สหรัฐฯ อ้างว่า ด้วยพื้นเพทางทหารของผู้ก่อตั้งบริษัท และและการที่หัวเว่ยมีอิทธิพลในเวทีโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้บริษัทนี้เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ

โดยทฤษฎีแล้ว การเป็นผู้ควบคุมเทคโนโลยีที่ใช้ในเครือข่ายคมนาคมทำให้บริษัทมีความสามารถในการจารกรรม หรือขัดขวางการติดต่อ หากมีกรณีพิพาทกันในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออุปกรณ์มากมายที่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ตมากขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นรถที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง หรืออุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน ประเทศที่ใช้อุปกรณ์ของหัวเว่ยต่างจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ที่สำคัญไปกว่านั้น สหรัฐฯ อ้างถึงการผ่านกฎหมายด้านข่าวกรองแห่งชาติของจีนเมื่อปี 2017 ซึ่งระบุว่า องค์กรต่าง ๆ ต้องให้ความร่วมมือในงานด้านข่าวกรองของชาติ นี่ทำให้สหรัฐฯ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ห้ามบริษัทในประเทศไม่ให้ใช้บริการด้านเทคโนโลยีโดยหัวเว่ยสำหรับระบบเครือข่าย 5G ที่จะเริ่มใช้กันเร็ว ๆ นี้

นับเป็น 3 ใน 5 ประเทศที่รวมกลุ่มกันในชื่อ “Five Eyes” ซึ่งแลกเปลี่ยนด้านข่าวกรองระหว่างกัน ขณะนี้ แคนาดากำลังพิจารณาด้านความสัมพันธ์กับบริษัทอยู่ สหราชอาณาจักรก็ยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการเช่นเดียวกัน และกำลังถูกสหรัฐฯ กดดันอยู่

เหริน เจิ้งเฟย

ทำไมสหราชอาณาจักรยังไม่บล็อกหัวเว่ย

รัฐบาลอังกฤษยอมรับว่าความสัมพันธ์กับหัวเว่ยไม่ได้ราบรื่น ศูนย์ความมั่นคงด้านไซเบอร์แห่งชาติ (National Cybersecurity Centre) ซึ่งดูแลด้านความมั่นคงของระบบเครือข่ายมือถือประเทศได้เรียกร้องให้หัวเว่ยแก้ไขปัญหาที่สร้างความเสี่ยงใหม่ ๆ ให้กับเครือข่าย

ยิ่งไปกว่านั้น อเล็กซ์ ยังเกอร์ ผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองสหราชอาณาจักร MI6 ระบุว่า มีหลายสิ่งที่ “ต้องตัดสินใจ” เกี่ยวกับบทบาทของหัวเว่ยเพราะเมื่อเริ่มใช้เครือข่าย 5G แล้ว จะเฝ้าระวังในเรื่องของความมั่นคงได้ยากขึ้น

บริษัทโทรคมนาคม BT ได้ประกาศว่าอยู่ในกระบวนการถอดถอนเครื่องมือของหัวเว่ยออกจากการใช้ในระบบเครือข่ายโทรศัพท์ 3G และ 4G และจะไม่ใช้ชิ้นส่วนประกอบหลักสำหรับเครือข่าย 5G

อย่างไรก็ตาม หัวเว่ยได้ให้บริการด้านเทคโนโลยีกับบริษัทอังกฤษมากว่า 10 ปี และสหราชอาณาจักรก็อยากจะรักษาความสัมพันธ์อันดีกับจีนไว้ในขณะที่เตรียมถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

ผู้ให้บริการด้านเครือข่ายมือถือส่วนมากเช่น Vodafone, EE และ Three ได้เริ่มต้นทำงานกับหัวเว่ยเพื่อเตรียมรับระบบ 5G แล้ว และอาจจะไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

หัวเว่ยว่าอย่างไร

หัวเว่ยพยายามแสดงออกว่าเป็นบริษัทเอกชนมาตลอด ไม่ว่าจะถือหุ้นโดยพนักงานของตัวเองและไม่มีการเชื่อมโยงกับรัฐบาลจีนไปมากกว่าเป็นผู้เสียภาษีให้รัฐ บริษัทบอกว่าให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและความมั่นคงเป็นอันดับแรกเวลาให้บริการด้านเทคโนโลยี และมุมมองมุงร้ายบางส่วนเป็นผลมาจากเพราะบริษัทถูกมองว่าเป็นคู่แข่งสำคัญในตลาด

ที่ผ่านมา รัฐบาลจีนระบุว่า ความพยายามที่จะป้องกันไม่ให้ใช้บริการของหัวเว่ยเข้าข่ายลัทธิปกป้องการค้า และเป็นการเลือกปฏิบัติ

มุมมองในเชิงลบต่อหัวเว่ยมาพร้อมกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน โดยสหรัฐฯ กล่าวหาว่าจีนใช้นโยบายทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม และส่งเสริมให้เกิดขโมยทรัพย์สินทางปัญญาจากบริษัทในสหรัฐฯ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...