โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดเหตุผล ทำไมผู้ถือ ‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ลงทะเบียน ‘คนละครึ่ง’ ไม่ได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ก.ย 2563 เวลา 07.15 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2563 เวลา 03.08 น. • The Bangkok Insight

เปิดเหตุผล ทำไมผู้ถือ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ลงทะเบียน “คนละครึ่ง” ไม่ได้ พร้อมลุ้นมาตรการแจกเงินทั้ง 2 โครการ ส่งให้ ครม. เคาะพร้อมกันวันนี้ (22 ก.ย.)

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันนี้ (22 ก.ย. 63) สศค. จะเสนอให้ ครม. เห็นชอบมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้มีรายได้น้อยและปราะชาชนทั่วไป จำนวน 24 ล้านคน วงเงิน 5.1 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 2 โครงการ ได้แก่

  • โครงการคนละครึ่ง แจกเงิน 3,000 บาท ให้ประชาชนทั่วไป 10 ล้านคน
  • โครงการเพิ่มวงเงินซื้อของกินของใช้ให้ผู้ถือ บัตรสวัสดิการ (บัตรคนจน) จำนวน 14 ล้านคน จาก 200-300 บาท เป็นคนละ 700-800 บาท หรือเพิ่มให้ 500 บาทต่อคน เป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ตุลาคม-ธันวาคม 2563 หรือรวมแล้ว 1,500 บาทต่อคน

มาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการบริโภคของประเทศในไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ให้ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และเป็นการช่วยเหลือคนไทยให้มีกำลังซื้อเพิ่มมากขึ้นถึง 24 ล้านคน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่ง

ทำไม “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ลงทะเบียน “คนละครึ่ง” ไม่ได้

เหตุผลที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการ ด้วยการให้วงเงินซื้อสินค้าเพิ่มเติมอีกเดือนละ 500 บาท เนื่องจากรัฐบาลเห็นว่าคนกลุ่มนี้เข้าถึงเทคโนโลยีลำบาก ทำให้ไม่สะดวกที่จะไปจองสิทธิรับเงิน 3,000 บาทในโครงการ คนละครึ่ง จึงให้แยกความช่วยเหลือออกมา เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้อย่างเต็มที่

เมื่อผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับเงินซื้อสินค้าเพิ่ม 500 บาทเป็นเวลา 3 เดือน จึงถือว่าได้รับความช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว ไม่สามารถลงทะเบียนรับความช่วยเหลือโครงการคนละครึ่งได้อีก

 

รายละเอียดโครงการ “คนละครึ่ง”

ด้านมาตรการแจกเงิน 3,000 บาทผ่านโครงการคนละครึ่ง รัฐบาลจะเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com ในวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ซึ่งจะต้องเป็นร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอย เน้นร้านของกินหรือซื้อของใช้ตามโชห่วยหรือร้านธงฟ้า ส่วนร้านค้าขนาดใหญ่ที่เป็นนิติบุคคล ร้านสะดวกซื้อ รัฐไม่เปิดให้เข้าร่วมโครงการ

จากนั้นในวันที่ 16 ตุลาคม 2563 เวลา 06.00-23.00 น. จะเปิดให้ประชาชน ที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่ได้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จองสิทธิผ่าน WWW. คนละครึ่ง .com โดยระบบจะเปิดรับต่อเนื่อง 10 ล้านคน หากวันแรกไม่เต็มก็จะเปิดรับวันต่อ ๆ ไปจนเต็มตามจำนวน

หลังลงทะเบียนแล้วภายใน 2 วัน ผู้ลงทะเบียนจะได้รับข้อความ SMS แจ้งว่าผ่านการพิจารณาหรือไม่ ผู้ที่ผ่านก็ให้โหลดแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ซึ่งรัฐบาลจะโอนวงเงิน 3,000 บาท ให้กับผู้ได้สิทธิ เพื่อนำไปซื้อของกินของใช้จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งร้านค้าจะมีแอพพลิเคชั่นถุงเงิน  โดยผู้ได้สิทธิก็ต้องโอนเงินส่วนที่จะซื้อของเข้าแอพพลิเคชั่นเป๋าตังของตัวเองด้วย เพราะมาตรการนี้เป็นการร่วมจ่ายกันคนละครึ่ง

 

เริ่มใช้สิทธิ์ได้ 23 ตุลาฯ

สำหรับผู้ได้สิทธิ คนละครึ่ง สามารถเริ่มใช้จ่ายในโครงการได้ในวันที่ 23 ตุลาคม 2563 ตั้งแต่เวลา  06.00-23.00 น. เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

รัฐบาลกำหนดช่วยจ่ายค่าซื้อสินค้าวันละไม่เกิน 100 บาท หรือ ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ซึ่งการไปซื้อสินค้าจะต้องจ่ายเงินผ่าน แอพพลิเคชั่นเป๋าตังเท่านั้น โดยนำแอพพลิเคชั่นเป๋าตังไปสแกนกับแอพพลิเคชั่นถุงเงินของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

ระบบการลงทะเบียนและการใช้เงิน จะทำได้เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน เพราะระบบต้องหยุดเพื่อประมวลผลข้อมูลต่าง ๆ โดยเฉพาะการจ่ายเงินให้กับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการต่อไป โดยโครงนี้ผู้ได้สิทธิต้องจ่ายเงินชำระสินค้าผ่านแอพพลิเคชันเป๋าตังซึ่งผู้ได้สิทธิก็ต้องเตรียมเงินไว้ให้เพียงพอกับซื้อสินค้าด้วย ไม่สามาระชำระเป็นเงินสด เพื่อป้องกันการทุจริต

ผู้ที่ได้สิทธิแล้ว จะต้องเริ่มใช้เงินภายใน 14 วัน หลังจากได้รับ SMS หากไม่ใช้เงินระบบจะตัดชื่อออก เพื่อให้คนอื่นเข้ามาจองสิทธิ์ใหม่ โดยผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์ก็ยังสามารถมาลงทะเบียนใหม่ โดยโครงการ คนละครึ่ง ต้องการให้เกิดการใช้จ่ายจริงๆ ไม่ต้องการให้มีการของกักสิทธิของผู้อื่น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...