โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เสน่ห์การะเกด เทคนิคเปลี่ยนใจให้โล้สำเภา

Positioningmag

อัพเดต 05 เม.ย. 2561 เวลา 12.16 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2561 เวลา 11.25 น.

บทความโดย : ผศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร **

*เป็นอีกฉากที่แฟนละคร บุพเพสันนิวาสรอคอย กับฉาก “โล้สำเภา” เมื่อคุณพี่หมื่น ชวนแม่หญิงการะเกดเข้าหอ ทำเอาคำว่า โล้สำเภา กลายเป็นกระแส ชวนฟินจิกหมอนกันทั่วโซเชียล แถมยังมีคนทำการ์ดแต่งงานของทั้งคู่ออกมาเสร็จสรรพ *

ผศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร หัวหน้าภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกูรูด้านการตลาด ที่ปรึกษาองค์กรธุรกิจ และเจ้าของเพจ Marketing is all around *ได้ให้ข้อคิดว่า  ก่อนที่ทั้งคู่จะครองรักกันได้นั้น คุณพี่หมื่นเองก็เคยเกลียดชังการะเกด แต่ในภายหลังเมื่อเปลี่ยนใจมารักอย่างท่วมท้น มาจากมนต์เสน่ห์ทั้ง 7 ของแม่การะเกด ที่ทุกคนสามารถนำมาปรับในชีวิตจริง แบบไม่ต้องพึ่งมนต์กฤษณะกาลีเลย *

ลูกเกลียดนาง ชังน้ำหน้ายิ่งกว่าอะไร มูลสัตว์แปดเปื้อนลูกก็ยังไม่รังเกียจเท่ากับเนื้อตัวของนางคนนี้ ลูกมิอาจตบแต่งกับนางคนนี้ได้เป็นอันขาดขอรับ” (Ep.1)

“ถ้าแม่การะเกดของลูกมิกลับมา หรือนางฟื้นคืนแต่ไม่ใช่แม่นางการะเกดของลูก แต่เป็นแม่นางการะเกดคนเก่า ลูกก็จะขอบวชตลอดชีวิต มิขอมีคู่ครองตลอดไปขอรับ” (Ep.13)

ผ่านไปหลายเพลาท่านหมื่นเปลี่ยนใจได้ถึงเพียงนี้ ตัวละครการะเกดในละครบุพเพสันนิวาสมีความสามารถมากในการสร้างเสน่ห์มัดใจชาย และยังเปลี่ยนใจคนรอบข้างให้มาหลงรักนางไปตามๆ กัน ในมุมมองของละครที่ดูเหมือนว่าผู้เขียนสามารถจะขีดเขียนอย่างไรก็ได้ แต่ในชีวิตจริงที่พบเห็นก็คล้ายคลึงกันก็คล้ายกับละครที่ว่านี้ คนที่รักมากอาจกลายเป็นเกลียดมาก คนที่เคยเกลียดมากอาจกลายเป็นรักมากก็เป็นได้

การสร้างเสน่ห์ภายในเพื่อทำให้คนที่ไม่ชอบกลับมาชอบได้นั้น เป็นเทคนิคการโน้มน้าวใจที่เรียกกันว่า Ingratiation Techniques (อ่านว่า อิน-เกร-ติ-เอ-ชั่น ถ้าไม่ถนัดภาษาฝาหรั่ง ข้ามศัพท์นี้ไปเลยนะขอรับ) ของทางการตลาดเชิงจิตวิทยา (Psychological Marketing) ที่สรุปเอาง่ายว่าคือ “เทคนิคการทำให้ได้ใจ การเอาใจหรือเทคนิคการปรนเปรอ” เพื่อให้เป็นที่ชื่นชอบและสามารถจูงใจกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะว่าไปแม่นางการะเกดมีอยู่ในตัวพร้อมแทบทุกประการ ใครอยากสร้างเสน่ห์มัดใจชาย มัดใจหญิง หรือแม้กระทั่งมัดใจลูกค้า เจ้านายหรือลูกน้อง หรือบ่าวไพร่เพื่อสร้างเสน่ห์เองบ้างก็ลองทำได้

เสน่ห์ที่หนึ่ง “ปกป้อง”

อยากให้ใครรักจงแสดงพฤติกรรมให้รับทราบว่าเราเป็นพวกเดียวกันและจงปกป้องเขาเมื่ออยู่ในอันตราย (Protective Ingratiation) การกระทำหรือคำพูดที่ยืนยันและสนับสนุนอีกฝ่ายว่าเราเป็นพรรคพวกเดียวกันนั้นจะเปลี่ยนใจให้เขาหันมามองเรามากขึ้น              

เทคนิคอันนี้ได้ผลชะงัดนัก ขนาดอีปริกที่เกลียดการะเกดมากแค่ไหนเมื่อได้รับการปกป้องก็เปลี่ยนจาก “หน้ามือเป็นหลังมือตามที่คุณหญิงจำปาได้กล่าวไว้”

ออเจ้านายทั้งหลายจงฟังไว้ว่า เมื่อมีปัญหาต้องปกป้องลูกน้อง ไม่ใช่โยนขี้ไปที่ลูกน้องนั้นหาได้ไม่

เสน่ห์ที่สอง “ปรนเปรอ”

การให้ของหรือของขวัญตามแต่โอกาสนั้น คนทั่วไปชอบคิดกันว่าเป็นธรรมเนียม แต่แท้จริงแล้วเป็นการทำเพื่อให้ผู้รับรู้สึกว่าเป็นคนมีค่าในสายตาของผู้ให้ และต้องให้ผู้รับรู้สึกถึงความปรารถนาดีจากการได้ของ อันนี้รวมไปถึงการทำอาหารให้คนรักที่เรียกว่าเสน่ห์ปลายจวัก

แต่ถ้าจะให้ได้ผลชะงัดต้องรู้จักถึงอินไซต์ที่มีฐานข้อมูลว่าอีกฝ่ายชอบอะไรหรืออยากได้อะไรจริงๆ และถ้าเป็นการตลาดหนึ่งต่อหนึ่งที่มีชื่อของผู้รับ เฉพาะพิเศษสำหรับเธอคนเดียวก็จะเจ๋งสุดๆ ตามที่การะเกดบอกไว้ ดังนั้นของฝากจึงไม่ใช่เป็นแค่สมุดแต่เป็นสมุดที่มีเรื่องราวของท่านหมื่นที่ต้องการสื่อความเฉพาะนาง

ในทางธุรกิจการให้ของขวัญในช่วงเทศกาลต่างๆ กับลูกค้าหรือในวันเกิด จึงไม่ควรที่จะให้แต่กระเช้าผลไม้หรือของโหลๆ การใช้กลยุทธ์การตลาดหนึ่งต่อหนึ่งจะทำให้ผู้รับรู้สึกดีและเปลี่ยนทัศนคติเป็นบวกได้

การให้ของแบบนี้หลายคนบอกว่าไม่ถนัด มองเป็นเรื่องของการประจบประแจง อยากให้ลองตีความเสียใหม่ว่าถ้าของขวัญนั้นไม่ได้ให้เพราะอยากได้ผลตอบแทนกลับ แต่เป็นความปรารถนาดี ความระลึกถึงจริงๆ ดังนั้นอินไซต์ขณะเดินทางไปต่างประเทศ ถ้ากลับมามีของฝากแปลว่าฉันนึกถึงเธอในขณะที่ฉันอยู่ที่ต่างประเทศนะขอรับ

เส่น่ห์ที่สาม “ปรากฏ”

ความพยายามที่จะไปไหนได้ด้วยทุกที่ ให้เห็นกันบ่อยๆ ประเภทเช้าถึงเย็นถึง ทำอย่างต่อเนื่อง ไปรับส่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อใดที่ขาดหายไปจะทำให้รู้สึกถึงความสำคัญ (Ingratiation by self-presentation)

เทคนิคนี้คือ การตื้อเท่านั้นที่ครองโลกตามที่การะเกดได้แนะนำขุนเรืองให้ใช้กับแม่นางจันทร์วาด แต่การพบปะอย่างต่อเนื่องต้องพูดเรื่องราวทั่วไปไปก่อนในครั้งแรกจนอีกฝ่ายตายใจจึงจะเข้าเรื่องได้ การรวบรัดเร็วเกินไปจะถูกถามว่า “เหตุใดออเจ้าจึงต้องยื่นจมูกเข้ามาในเรื่องที่มิใช่ของออเจ้า”  ซึ่งแปลได้ความในปี พ.ศ.นี้ว่า “เผือก”

*เสน่ห์ที่สี่ “ชมเชย” *

ความเป็นคนช่างสังเกตการเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายและเอ่ยคำชมด้านบวกเมื่อเจอกัน (Ingratiation by complimentary other-enhancement) การกล่าวคำชมจากใจจริงจะได้ผลในการเปลี่ยนทัศนคติทางบวกไม่น้อย  ถ้าลองได้กล่าวว่าคุณพี่ขาวขึ้นนะเจ้าคะ ก็จะได้คำตอบว่า เจ้านี้ช่างดูอวบอิ่ม

เสน่ห์ที่ห้า “ขำขัน”

เสน่ห์ของอารมณ์ที่ทำคนคนต้องมนต์ได้คือความสนุกสนาน อารมณ์ขัน เพราะทำให้คนที่อยู่ด้วยมีความสุข การใส่อารมณ์ขันมีความสนุกสนานจะทำให้ไม่น่าเบื่อ อยากอยู่ด้วยตลอด และชอบมากขึ้น ความขำขันเกิดจากทั้งท่าทีสนุกสนานของการเชียร์เรือหรือแม้เป็นคำพูดของนางที่ว่า ถ้าได้ขุนเรืองมาครอง คุ้มสุดๆ เสน่ห์แบบนี้ในสมัยนี้คงบอกว่า สวยมักนกตลกมักได้ (Expression of humor)

เสน่ห์ที่หก “สำคัญ”

การแสดงออกว่าเธอเป็นคนสำคัญ ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ  (Ingratiation by instrumental dependency) คำพูดหรือการแสดงออกถึงการพึ่งพาทางจิตใจว่าชีวิตที่มีหรือไม่มีแตกต่างอย่างไร แม่นางคงเคลิ้มไม่น้อยเมื่อท่านขุนกล่าวว่าหาไม่คงจะแน่นอก จนทำให้เจ้าของหัวอกนั้นมีชีวิตอยู่ต่อไปมิได้”

ในทางธุรกิจการชมเชยว่า “หากไม่มีลูกค้าหรือคนให้ความสนับสนุนคงอยู่ไม่ได้และเติบโตมาขนาดนี้“

เสน่ห์ที่เจ็ด “ปัญญา”

เสน่ห์สำคัญที่ทำให้หลายคนหลงใหลคือความมีปัญญาและฉลาดในการสรรค์สร้างสิ่งของใหม่ๆ ทั้งเครื่องกรองน้ำ กระทะ อาหาร หรือความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา เป็นเสน่ห์สำคัญมากที่สุดในการมัดใจผู้คนและเปลี่ยนทัศนคติอีกฝ่ายได้อย่างอยู่หมัด

ด้วยเสน่ห์ทั้งเจ็ดของแม่นางการะเกดจึงกลายเป็นมนต์เสน่ห์ที่รุนแรงมากกว่ามนต์กฤษณะกาลีที่มัดใจไม่เพียงแต่หมื่นสุนทรเทวาและบ่าวไพร่ แต่รวมไปถึงเราท่านที่ดูละครเองก็ต่างหลงเสน่ห์ของแม่นาง ฟังเสน่ห์ทั้งเจ็ดของนางทั้ง “ปกป้อง ปรนเปรอ ปรากฏ ชมเชย สำคัญ ขำขัน และปัญญา” แล้วลองเช็กดูว่าออเจ้ามีเสน่ห์อันไหนบ้าง แล้วลองเพิ่ม ปรับไปใช้กับกับลูกค้า กับเจ้านาย กับลูกน้อง กับผู้คนต่างๆ ที่สำคัญลองโปรยเสน่ห์แบบนี้กับคนที่เจ้าหมายปอง

และเพิ่มการชม้อยชม้ายชายตา อีกนิด จะทำให้ออเจ้าทั้งหลายได้เป็นจิงโจ้ ได้ “โล้สำเภา” เป็นแน่แท้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...