ชู “หุ้นเทคฯ -สหรัฐ & จีน” น่าสนใจทั้งคู่...แนะถ้าตลาดย่อ-โอกาสทยอยสะสม!!!
Wealthy Thai
อัพเดต 06 ส.ค. 2566 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. 2564 เวลา 16.02 น. • สรวิศ อิ่มบำรุงเวลา “หุ้นร่วง” มักจะเต็มไปด้วยสารพัดข่าวร้าย นี่เป็นเรื่องขำๆ ที่คนในตลาดหุ้นล้วนเข้าใจกันดี ตรงข้ามกับตอน “หุ้นขึ้น” ก็ไม่มีข่าวร้ายอะไรจะมาฉุดเอาไว้ได้เช่นกัน เพราะจะมีข่าวดีเต็มตลาด
“หุ้นเทคโนโลยี” ถือว่าเป็นกลุ่มหุ้นที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดเหนือหุ้นทุกกลุ่มในปีที่ผ่านมา และทำให้ “กองหุ้นเทคโนโลยี” ต่างๆ โชว์ผลงาน Outperform ด้วยตัวเลขผลตอบแทนสุดสวยเป็นทิวแถว แรงต่อเนื่องจนบลจ.ไหนยังไม่มีต้องออกเป็นแพคปูพรมกันออกมาเลยทีเดียว จะได้ไม่ตกขบวน
แต่กลางเดือนก.พ.สารพัดข่าวร้ายก็ออกมาเขย่า “หุ้นเทคฯ” กดดัชนี NASDAQ สหรัฐร่วงจากระดับ 14,000 จุด ลงมาเหลือ 12,600 จุด ช่วงต้นเดือนมี.ค. ลงมากกว่า -10%“หุ้นเทคฯ-จีน” ก็ไม่น้อยหน้าลงมาแรงกว่า -20% ในช่วงเวลาเดียวกัน และยังมีข่าวลบตามมา “เขย่าตลาด” อีกเป็นระยะๆ
อนาคต “หุ้นเทคฯ” ที่ถูกจัดเป็นหนึ่งใน Mega Trend ของโลกการลงทุนจะเป็นยังไง ทีมงาน ‘Wealthythai’ จะพาไปหาคำตอบพร้อมๆ กัน
“สารพัดข่าวร้าย”…ไม่ใช่เรื่องใหม่-แค่ตลาดพร้อมจะรับรู้ใน “เชิงลบ”
“หุ้น” เมื่อขึ้นมาตลอดทาง ขึ้นขาเดียว ในที่สุดก็จะต้องมีเหตุทำให้ราคาปรับตัวลง จะอะไรก็ตาม รอบนี้ประเดิมจริงๆ จังๆ ด้วย การปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของ “Bond Yield 10Y-สหรัฐ” ฉุด “หุ้นเทคฯ” สหรัฐที่ขึ้นมาแรงตลอดทางที่มี P/E สูง มีความน่าสนใจลดลงเป็นสาเหตุหลัก พร้อมกับการเปลี่ยนกลุ่มเล่นจาก “หุ้นเทคฯ” ที่ขึ้นมาแรงในปีที่แล้ว เข้าสู่หุ้น “Cyclical” ที่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวได้ดีในช่วงแรกของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนหุ้นที่เป็น “Old Economy”ก็ตาม
“เป็นจังหวะทำให้ ‘หุ้นเทคฯ’ ถูกเทขายออกมาอย่างหนัก ‘กองหุ้นเทคฯ’ เองก็ตามสภาพของหุ้นที่ลงทุนด้วยเช่นกัน แต่ตอนนี้ดัชนี NASDAQ กลับมายืนบริเวณ 13,200 จุด ได้แล้ว เป็นการปรับตัวลงที่ดี เพื่ออนาคตจะได้ไปต่อได้ เรียกว่าเป็น Healthy Correction”
“หุ้นเทคฯ-จีน” จะหนักหน่อย นอกจากเหตุผลเบื้องต้นแล้วยังมีการที่ “สหรัฐ” เข้มข้นต่อ “ADRs” ของจีนที่อยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นเทคฯ ซึ่งเรื่องนี้มีมาตั้งแต่สมัย “โดนัลด์ ทรัมป์” แล้ว แต่ก็มาเขย่าได้ในจังหวะที่เหมาะเจาะ ประกอบกับ “จีน” เองก็ออกกฎมาคุมหุ้นเทคฯ ของตัวเองเพื่อลดการครอบงำตลาดและการผูกขาดด้วย ยิ่งเข้ามากระทบในส่วนของ “หุ้นเทคฯ-จีน” ในเชิงลบมากขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางการจีนเองก็เคยเข้าไปจัดการควบคุมดูแลหุ้นเทคฯ ที่เตรียมจะเข้าจดทะเบียนในตลาดอย่าง ‘Ant Group’ มาก่อนหน้าแล้วเช่นกัน
“หุ้นเทคฯ จีน” ในสหรัฐ…มีทางเลือก-ผลกระทบจำกัด
ทาง “บลจ.ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring)” ระบุว่า หลังวุฒิสภาของสหรัฐได้ผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบของบริษัทโฮลดิ้งจากต่างประเทศเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2020 ซึ่งเป็นการคุมเข้มมากขึ้นในตราสารประเภท American Depositary Receipts (ADRs) กฎหมายดังกล่าวกำหนดให้บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ต่างๆ ในสหรัฐต้องรับรองว่าไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลต่างประเทศ โดยบริษัทอาจ ‘ถูกระงับ’ หรือ ‘เพิกถอน’ ออกจากตลาดหากไม่สามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ตรวจสอบโดย “คณะกรรมการกำกับดูแลด้านการบัญชีของบริษัทมหาชน (PCAOB)” เป็นระยะเวลา 3 ปีติดต่อกัน
“การเข้าจดทะเบียนในตลาดสหรัฐถือเป็นวิธีการระดมทุนที่นิยมกันในหมู่ ‘บริษัทด้านเทคโนโลยีของจีน’ กฎหมายนี้อาจส่งผลให้ ADRs ของจีนถูกเพิกถอนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐ เนื่องจากในปัจจุบันรัฐบาลกรุงปักกิ่งกีดกันมิให้ PCAOB ดำเนินการตรวจสอบประวัติทางบัญชีของบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในจีนและฮ่องกงนั่นเอง”
การใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้นต่อ ADRs ของจีน ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีนนั้น มีแนวโน้มที่จะเร่งกระแสการเข้าจดทะเบียนแบบควบสองตลาด (dual listing) ในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงมากยิ่งขึ้นด้วย
ชี้มอง “หุ้นเทคฯ” เป็น Mega Trend ระยะยาว 10 – 20 ปี
ด้าน “ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร”หัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน บลจ.บางกอกแคปปิตอล จำกัด (BCAP) มองว่า การปรับตัวลงของ “หุ้นเทคฯ” เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นตกใจแต่ประการใด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีด้วย เรามอง “หุ้นเทคฯ” เป็น Mega Trend ซึ่งระยะเวลายาวนานเป็น 10 – 20 ปี นั่นคือภาพที่นักลงทุนควรจะมองเมื่อลงทุนใน Mega Trend ไม่ใช่มากังวลว่าหุ้นระยะสั้นตกแล้ว ด้วยพื้นฐานของหุ้นเทคโนโลยีในระยะยาวเอง หากราคาปรับตัวลงมามองเป็นโอกาสในการ ‘ทยอยเข้าลงทุน’ ด้วย
(ดร.ธนาวุฒิ พรโรจนางกูร)
“หุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐและจีนเป็น 2 ตลาดที่แตกต่างกัน ไม่เหมือนกัน แนะนำให้มีทั้ง 2 ประเทศ ส่วนความกังวลเรื่องหุ้นจีนในสหรัฐจะถูกถอนออกจากตลาด ไม่น่าห่วง เพราะตลาดหุ้นจีนหลักๆ จะอยู่ที่จีนและฮ่องกง พอมีข่าวนี้จะเห็นว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมาหุ้นจีนที่ H-Share ก็เริ่มมีคนกลับมาสนใจมากขึ้น เพราะคาดว่าอาจจะมีการกลับมาจดทะเบียนของหุ้นเทคฯ มากขึ้นเช่นกัน แต่โดยรวมให้มองภาพระยะยาวดีกว่า แต่ยอมรับว่าข่าวที่เกิดขึ้นก็ทำให้หุ้นเทคฯ จีนปรับตัวลงมาค่อนข้างมากเช่นกัน”
“รัฐ” เข้ามาดูแลให้ดี…ไม่ได้เข้ามาฆ่าธุรกิจให้ตาย
เช่นเดียวกับ“อิศรา พุฒตาลศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/ประธานเจ้าหน้าที่บริหารจัดการลงทุน บลจ.วี จำกัด ที่มองว่า “หุ้นเทคฯ” เป็นธีมการลงทุนระยะยาวเป็นหนึ่งใน Mega Trend ในอนาคตและเรายังเชื่อมั่นต่อธีมการลงทุนนี้ แต่ผลกระทบจากปัจจัยระยะสั้นก็เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจ Bond Yield 10Y ปรับตัวขึ้น คนลงทุนในหุ้นเทคฯ มีกำไรมากจากปีที่แล้ว ก็คงมีบ้างที่จะหาโอกาสขายทำกำไรออกมา ตลอดจนการเปลี่ยนกลุ่มหุ้นเล่นของนักลงทุน แต่โดยพื้นฐานในระยะยาวแล้วหุ้นเทคฯ ยังคงน่าสนใจ
(อิศรา พุฒตาลศรี)
“หุ้นจีนในสหรัฐถ้าเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสได้ ก็ยังอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐได้ เขาไม่ได้ออกกฎมาเพื่อเพิกถอนหุ้นจีนเป็นหลัก แค่ให้มีการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานของเขาเท่านั้นเอง และผลกระทบจริงๆ ก็คงไม่มากด้วย เพราะหุ้นจีนมีทางเลือกสามารรถจดทะเบียนในจีนหรือฮ่องกงเป็น dual listing ได้เช่นกัน”
ส่วนการควบคุมหุ้นเทคฯ ของ “ทางการจีน” นั้น ก็ถือเป็นเรื่องปกติ ‘หุ้นเทคฯ-จีน’ ที่โตมากๆ เป็นเจ้าตลาดสุดท้ายกลายเป็นกินรวบไปหมด ทำหลากหลายธุรกิจ ซึ่งทางการเขาเลยเข้ามาดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดหรือครอบงำตลาดของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมเท่านั้นเอง ไม่ได้เข้ามาเพื่อจะมาฆ่าให้บริษัทเหล่านั้นตายไปแต่ประการใด เพราะบริษัทเหล่านี้ก็ยังถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนอยู่นั่นเอง
ข่าวลบที่กระทบต่อ “หุ้นเทคฯ” ยังคงมีออกมาเป็นระยะๆ ในฝั่ง “หุ้นเทคฯ-สหรัฐ” เองดูเหมือนจะเริ่มตั้งหลักได้ก่อน “หุ้นเทคฯ-จีน” แต่ทั้งหมดในมุมมองของคนบลจ.เชื่อว่าเป็นผลกระทบระยะสั้น เป็นเรื่องที่ดีสำหรับการปรับตัวลงมา และยังมีโอกาสที่จะลงได้ แต่ก็มองเป็นโอกาสสำหรับการทยอยสะสมเพื่อการลงทุนในระยะยาว เพราะธีม “หุ้นเทคฯ” นี้ เป็น Mega Trend หนึ่งของโลกการลงทุนเลยทีเดียว