แม่โพสต์ ลูกถูกรุมกระทืบหัว จนกะโหลกยุบ หวั่นคดีไม่คืบ วอนตร.จับคนร้ายให้ได้
แม่โพสต์ขอความเป็นธรรม ลูกชายถูกกลุ่มคนร้าย 5-6 คน รุมกระทืบหัว กะโหลกยุบ ต้องผ่าตัดสมอง หวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม ขอตำรวจเร่งจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี
วันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ นฤชล นาคะตะ โพสต์เล่าเรื่องราวของลูกชายคนเล็ก หลังถูกกลุ่มคนร้ายยิงใส่และทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส กระโหลกศีรษะยุบ มีเลือดออกในสมอง ต้องตัดสมองด่วน ลงในกลุ่มสาธารณะคนรักบางสะพาน โดยเผยถึงเรื่องของคดีตอนนี้ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้ตัวคนที่ทำร้าย ไม่มีความคืบหน้าใดๆ
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
โดยผู้โพสต์ชื่อ น.ส.นฤชล นาคะตะ อายุ 48 ปี อยู่ที่ ต.ปากแพรก อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ อาศัยอยู่กับ นายภัทรเอกกร นาคะตะ อายุ 54 ปี สามี และ นายภัทรเอกกฤต นาคะตะ หรือ น้องเดียร์ อายุ 20 ปี ลูกชายที่ถูกทำร้ายร่างกาย
นายภัทรเอกกฤต กล่าวว่า วันเกิดเหตุคือวันที่ 15 พ.ค. ตนเพิ่งไปทำงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง ที่ อ.หัวหิน ได้ 3 วัน โดยได้เดินทางไปที่บ้านของหัวหน้าเพื่อขนย้ายของ ไปที่สำนักงานใน อ.หัวหิน ยืนยันว่าตนไม่เคยมีเรื่องทะเลาะหรือมีปัญหากับใคร ซึ่งวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 16.00-17.00 น. เป็นช่วงเย็นแล้ว หัวหน้างานโทรตามให้ไปหาที่หมู่บ้านจัดสรร ซึ่งบ้านของหัวหน้าเพราะแกเห็นว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน จึงขับรถออกไป
นายภัทรเอกกฤต กล่าวต่อว่า โดยตนขี่รถจักรยานยนต์ ได้มีกลุ่มคนร้ายเป็นชาย 5-6 คนออกมาจากบ้านหลังหนึ่ง มีชายหนึ่งในกลุ่มยิงปืนไม่ทราบขนาดเข้าใส่ตน 3 นัด ลักษณะข่มขู่ ตนได้ยกมือขึ้นยินยอม เพราะตนไม่ได้รู้จัก กลุ่มคนร้ายได้เข้ามารุมทำร้ายโดยกระทืบที่ศีรษะหลายครั้ง จนเลือดไหลอาบ มีแผลแตก ก่อนที่ทั้งหมดจะหลบหนีไป
"หลังเกิดเหตุหัวหน้าได้พาดูที่เกิดเหตุอีกครั้ง แต่ไม่มีใครอยู่แล้ว ก่อนจะไปแจ้งความที่ สภ.ปราณบุรี และพาไปพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลซานเปาโล แต่ไม่มีแพทย์เฉพาะทาง จึงส่งต่อมารักษาตัวต่อที่ โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ 6 วัน โดยต้องผ่าตัดสมองด่วนเนื่องจากกะโหลกยุบ ตอนนี้อาการโดยรวมดีขึ้นแต่บางครั้งยังมีอาการมึนงงและปวดหัวอยู่บ้าง" นายภัทรเอกกฤต กล่าว
ด้าน น.ส.นฤชล กล่าวว่า ครอบครัวสงสัยถึงสาเหตุการทำร้ายร่างกายลูกชาย ซึ่งน้องเพิ่งไปทำงาน ไม่มีปัญหากับใคร อีกทั้งไม่ใช่คนสูบบุหรี่หรือกินเหล้า จึงไม่เคยเกิดเรื่องใด ๆ ครอบครัวกลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม อยากให้ตำรวจจับตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็วที่สุด กลัวว่าลูกชายจะถูกทำร้ายฟรี
วันแรก ๆ ที่เกิดเรื่องตนกลัวลูกจะพิการ หรือ เสียชีวิตเพราะสภาพลูกแย่มาก คิดอะไรไม่ออก เครียดจนอาเจียนหลายครั้ง จนวันนี้ลูกดีขึ้นก็สบายใจ ล่าสุดมีการติดต่อกลับมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอนัดสอบปากคำลูกชายในวันศุกร์นี้ ตนก็สบายใจมากขึ้นเชื่อว่าตำรวจจะเร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว
ทั้งนี้ทางบริษัทฯ ช่วยออกค่ารักษาให้ลูก ซึ่งอาการล่าสุดหลังจากกลับมาพักฟื้นที่บ้านอาการก็ดีขึ้น โดยปกติลูกชายถ้ามีเวลาว่างก็จะเป็นจิตอาสาทำงานกู้ภัยอยู่ที่บางสะพานน้อย มูลนิธิประตูสู่ภาคใต้ ส่วนอาการของน้องคุณหมอ บอกว่า ต้องดูอาการไปสักระยะ คาดว่าน้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอย่างน้อยอีกประมาณ 3 เดือน แต่หากมีอาการปวดศีรษะรุนแรงต้องรีบไปพบแพทย์ด่วนเพราะเลือดอาจจะออกในสมองได้