โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ศาลพิพากษา ประหารชีวิต ขี้ยาโหด ปล้นฆ่า กระหน่ำแทง ยาย-หลาน ดับสยองเพชรบูรณ์ 

Khaosod

อัพเดต 28 มี.ค. 2562 เวลา 09.04 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2562 เวลา 09.04 น.
ศาลพิพากษา ประหารชีวิต ขี้ยาโหด ปล้นฆ่า กระหน่ำแทง ยาย-หลาน

ศาลพิพากษา ประหารชีวิต ขี้ยาโหด ปล้นฆ่า กระหน่ำแทง ยาย-หลาน ดับสยองเพชรบูรณ์ 

กรณีมีคนร้ายก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นางสนม เกสร อายุ 56 ปี กับ ด.ช.อรรถโกวิทย์ มณฑาจันทร์ อายุ 11 ปี ที่บ้านเลขที่ 7/23 หมู่ 3 ต.หนองไขว่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ หลังก่อเหตุคนร้ายชิงสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องไปด้วย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ก.ค.61 ที่ผ่านมา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวัชรพล หรือโฟร์ สีมา อายุ 20 ปี ผู้ก่อเหตุ อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ 2 บ้านน้ำก้อหัวขัว ต.หนองไขว่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งรับสารภาพว่าก่อนก่อเหตุช่วงบ่ายวันที่ 24 ก.ค.2561 ตนไปหาเพื่อนรุ่นพี่ ที่ตลาดขายส่งผักสี่แยกพ่อขุนผาเมืองจากนั้นจึงร่วมกันเสพยาบ้าด้วยกันกระทั่งค่ำ ขอยืมรถจักรยานพร้อมไขควงของเพื่อนรุ่นพี่เพื่อนำไปซ่อมรถจักรยานยนต์ที่จอดเสียอยู่ที่บ้านพัก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

จากนั้นจึงปั่นจักรยานผ่านมาที่หน้าบ้านนางสนม และเห็นว่าไม่มีคนอยู่ กระทั่งดึกจึงเดินขึ้นไปบนบ้านโดยใช้ไขควงงัดขอบอลูมีเนียม และถอดกระจกข้างประตูหน้าบ้านปลดล๊อดกลอนประตู จากนั้นเข้าไปในบ้านเพื่อขโมยทรัพย์สินขณะค้นหาทรัพย์สินอยู่นั้น

นางสนม และด.ช.อรรถโกวิทย์ ตื่นขึ้นมาเจอ จึงเกิดการต่อสู้ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะใช้มีดกระหน่ำแทงทั้งคู่จนเสียชีวิต แล้วคว้าสร้อยคอจากคอนางสนม และหยิบโทรศัพท์มือถือ ของเด็กชายอรรถโกวิทย์ติดมือไปด้วย

ก่อนกระโดดหนีทางหน้าต่างหลังบ้านและขี่จักรยานหลบหนีข้ามลำคลองแต่น้ำเชี่ยวทำให้จักรยาน,สร้อยคอทองคำและโทรศัพท์มือถือจมน้ำหายไป ภายหลังหนีกลับเข้าไปบ้านและทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ดังกล่าว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 มี.ค. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 3ศาลจังหวัดหล่มสัก ผู้พิพากษาออกพิจารณาคดีดังกล่าว โดยมีนางพรพภา มณฑาจันทร์ ลูกสาวของนางสนม เกสร และแม่ของ ด.ช.อรรถโกวิทย์ มณฑาจันทร์ ในฐานะโจทก์ร่วม พร้อมด้วยน้องสาวและน้องชายเข้าร่วมฟังคำพิพากษา โดยมีตัวแทนญาติของฝ่ายจำเลยเข้าร่วมฟังด้วย 1 คน

ทั้งนี้ศาลได้พิจารณาและพิพากษาให้ประหารชีวิตนายวัชรพล หรือโฟร์ สีมา แต่ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพจึงลดโทษให้เหลือจำคุกตลอดชีวิต พร้อมทั้งชดเชยค่าเสียหายให้แก่โจทก์เป็นจำนวนเงินกว่า 600,000 บาท

หลังฟังคำพิพากษานางพรพภา มณฑาจันทร์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่าต้องขอขอบคุณศาลที่ได้ลงโทษผู้ที่ฆ่าแม่และลูกชายของตนเองให้ประหารชีวิต และการที่ศาลได้ลดโทษให้จำคุกตลอดชีวิต

ตนก็เห็นว่าเป็นการสมควรแล้วที่ผู้ก่อเหตุจะต้องได้ชดใช้กรรมในเรือนจำต่อไป ซึ่งถ้าหากดวงวิญญาณแม่รับรู้ได้ก็คงไม่อยากให้มีการประหารชีวิตเพราะจะเป็นเวรกรรมต่อกันไปในชาติหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...