โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วรรณพร โปษยานนท์ พี่เลี้ยงสำหรับคนอยากเรียนแฟชั่นที่อิตาลี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 มิ.ย. 2562 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2562 เวลา 11.09 น.

ชื่อของ ดวง-วรรณพร โปษยานนท์ เป็นที่รู้จักในแวดวงแฟชั่นบ้านเรามาหลายปี ทั้งในตำแหน่งบรรณาธิการบริหาร นิตยสารฮาร์เปอร์ส บาร์ซา ประเทศไทย และอีกตำแหน่งหนึ่งที่มีบทบาทต่อวงการแฟชั่นไทยไม่แพ้กัน คือ เธอเป็นผู้อำนวยการศูนย์แนะแนวการศึกษา ดีพี เอดูเคชั่น (DP Education) ที่คอยแนะแนวให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่อยากไปเรียนด้านแฟชั่นในสถาบันชื่อดังที่ประเทศอิตาลี

ด้วยความที่เมืองมิลาน-อิตาลี เป็นเมืองหลวงแฟชั่นของโลก คนที่อยากเรียนแฟชั่นจึงมักจะมองไปที่อิตาลีเป็นอันดับแรก ๆ ในยุคหลัง ๆ มานี้ หลายคนในวงการแฟชั่นเมืองไทยจบการศึกษาสถาบันด้านแฟชั่นและการออกแบบดังจากอิตาลี โดยผ่านการแนะนำ-แนะแนวของดีพี เอดูเคชั่น ซึ่งมีดวงเป็นผู้ดูแลให้คำแนะนำเพียงคนเดียว

บก.สาวนิตยสารดังเล่าถึงอีกบทบาทหนึ่งของเธอว่า เธอเรียนปริญญาโทด้าน Fashion Promotion Communication & Media ที่สถาบันมารังโกนี (Istituto Marangoni) สถาบันด้านแฟชั่นระดับท็อปของโลก ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ตอนที่เรียนใกล้จะจบ เธอได้รับเลือกให้เป็นพิธีกรในงาน “กรุงเทพเมืองแฟชั่น” ที่รัฐบาลไทยไปโปรโมตโครงการที่มิลาน

งานนั้นเจ้าของสถาบันมารังโกนีเข้าร่วมงานด้วย และคงเห็นแววในตัวเธอ จึงชวนให้เธอเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เธอก็ตอบตกลง แล้วเริ่มเป็นเอเย่นต์ของสถาบันมารังโกนีมาตั้งแต่ตอนนั้น

พอกลับมาเมืองไทย เธอทำงานอื่นควบคู่กับทำดีพี เอดูเคชั่นมาเรื่อย ๆ จากเริ่มแรกที่เป็นเอเย่นต์ให้มารังโกนีแค่สถาบันเดียว ตอนหลังได้เพิ่มสถาบันอื่น ๆ ด้วย ปัจจุบันเป็นเอเย่นต์ให้ 3 สถาบัน คือ มารังโกนี (Istituto Marangoni) โดมุส อะคาเดมี (Domus Academy) และ นาบา (Nuova Accademia di Belle Arti)

หน้าที่ของเธอคือแนะนำประชาสัมพันธ์หลักสูตรสถาบัน และให้คำปรึกษาเมื่อมีผู้สนใจเข้ามา เธอก็จะดูแลให้คำปรึกษาและส่งลูกค้าไปเรียน โดยไม่ได้เก็บค่าบริการ เพราะเธอได้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งจากทางสถาบันอยู่แล้ว

“ดวงรู้สึกว่าดวงมีส่วนขับเคลื่อนการศึกษาแฟชั่นดีไซน์ในเมืองไทย มันไม่ใช่เปิดโบรชัวร์ขายคอร์ส ดวงมองว่ามันคือพี่สอนน้อง ดวงแนะนำให้คำปรึกษา ตอบคำถามที่น้อง ๆ สงสัย และแนะว่าเรียนอย่างไรให้ได้คะแนนดี เพราะดวงเรียนจบที่นั่นมา”

หลังจากเล่าเรื่องภารกิจของตัวเองแล้ว วรรณพรฉายภาพรวมให้ฟังว่า ในเมืองไทยมีคนเรียนจบสถาบันมารังโกนีมาแล้วราว 160 คน

ซึ่งคนที่จบมาหลายคนทำงานในวงการแฟชั่นและมีส่วนช่วยกันพัฒนาวงการแฟชั่นไทย ไม่ว่าจะเป็นคนที่ทำงานสายออกแบบ สายประชาสัมพันธ์ สายจัดแฟชั่นโชว์ สายหนังสือแฟชั่น และสายการศึกษา

ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีในวงการนี้ เธอให้ข้อมูลว่า เทรนด์การเรียนแฟชั่นของคนไทย สายที่ขยายและเติบโตตลอดมา คือ มาสเตอร์ด้านแฟชั่นบิสซิเนส ซึ่งในด้านนี้มารังโกนีดังอยู่สองคอร์ส คือ Fashion Promotion and Communication ที่เธอจบมา และ Luxury Brand Management

ถามถึงการพัฒนาแฟชั่นในบ้านเรา ดวงมองว่าการพัฒนาเป็นกราฟขาขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่สม่ำเสมอ บางช่วงขึ้นสูงมาก นั่นก็คือช่วงที่มีการทำโครงการ “กรุงเทพเมืองแฟชั่น”

เมื่อหลายปีมาแล้ว ซึ่งเธอมองว่าการพัฒนามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่สนับสนุน อย่างกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ และหนังสือแฟชั่น

“ส่วนตัวดวงอยากพัฒนาประเทศ อยากเป็นตัวกลางประสานระหว่างรัฐบาลกับเอกชน และห้างด้วย ถ้าเราอยากให้วงการแฟชั่นในไทยพัฒนาขึ้น เราต้องจับมือกัน อย่างอิตาลีเขาจับมือกัน เขาถึงทำแบบนั้นได้ ดวงใช้โมเดลของอิตาลีเพื่อจะพัฒนาแฟชั่นในไทย อย่างเช่น กระทรวงพาณิชย์เขาจับมือกับโวค อิตาเลีย จัดงาน เขาได้งบฯสนับสนุนการจัดแฟชั่นวีกมาจากกระทรวง เราต้องทำอย่างนี้ถึงจะพัฒนาได้ยืนยาว เพราะว่าเงินส่วนตัวของเอกชนมันไม่พอ ต้องขอหลายทาง”

นอกจากประสานความร่วมมือในประเทศไทยแล้ว ดีพี เอดูเคชั่นได้ขอการสนับสนุนจากสถาบันที่เป็นพาร์ตเนอร์มาสนับสนุนวงการแฟชั่นและออกแบบในประเทศไทยด้วย อย่างเช่น ให้ทุนการศึกษาเด็ก ทำ collaboration กับคณะนิเทศศาสตร์ อินเตอร์ จุฬาฯ ให้ทุนสนับสนุนการจัดงานต่าง ๆ และเมื่อต้นปีได้เชิญ จูลิโอ แคปเปลลินี (Giulio Cappellini) ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Cappellini ซึ่งเป็นครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ สถาบันมารังโกนี และฟรานเซสโก ซอร์เรนติโน (Francesco Sorrentino) หัวหน้าภาคหลักสูตรปริญญาโท ออกแบบธุรกิจ โดมุส อะคาเดมี มาบรรยายในงาน Bangkok Design Week 2019

“ดวงคิดว่าวงการแฟชั่นไทยหน้าใหม่ ๆ เก่งมาก นักออกแบบไทยมีความคิด ดวงคิดว่าน่าจะพัฒนาไปเรื่อย ๆ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐมากนัก เราไม่ได้เป็นฮับแรงงานอีกแล้ว เราต้องพัฒนาการออกแบบจากตัวเรา มันจะยั่งยืนกว่า ก็หวังว่าจะมีนโยบายภาครัฐในด้านนี้ แล้วจะมีการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

สุดท้ายเธอบอกว่า เด็กไทยที่ไปเรียนแฟชั่นในสถาบันชั้นนำระดับโลกเป็นความหวังของการพัฒนาวงการแฟชั่นเมืองไทย เธอคิดว่าคนไทยจำเป็นต้องเรียนด้านนี้ เพราะประเทศไทยกำลังเป็นฮับของแฟชั่น มีการขยายธุริกจแฟชั่นในไทยเยอะมาก เห็นได้จากทุกแบรนด์มาเปิดแฟลกชิปสโตร์ที่ไอคอนสยาม เมื่อแบรนด์ขยายก็ต้องหาคนที่มีความรู้ในด้านนี้มาทำงาน

“Chanel ให้ดวงช่วยหาคนทำงานสามสิบคนในหลาย ๆ ตำแหน่ง ตอนนี้ตลาดงานทางนี้กำลังมา เพราะ luxury brand ขยายเยอะมาก มันเป็นโมเมนต์ที่ดีที่ต้องรีบ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...