โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ESG Trends ในปี 2564

Wealthy Thai

อัพเดต 06 พ.ย. 2566 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 08 ก.พ. 2564 เวลา 13.04 น. • ฝ่ายพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

Sustainability หรือ ความยั่งยืนได้ถูกนำมากำหนดไว้ในนโยบายและกรอบการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทที่สนใจดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมทั้งการตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนที่สนใจการลงทุนอย่างยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อการกำหนดกลยุทธ์และการดำเนินงานด้าน ESG ดังนั้น การคำนึงถึงแนวโน้มด้านความยั่งยืนจะเป็นส่วนช่วยให้บริษัทสามารถพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในปี 2564 มีแนวโน้มด้านความยั่งยืนสรุปได้ดังนี้
MSCI ESG Researchยังคงมองว่า การลงทุนอย่างยั่งยืน (sustainable investment) ยังคงให้ผลตอบแทนที่ outperform ดังนั้น กระแสของการลงทุนอย่างยั่งยืนจะยังคงไม่จางหายไป และเพื่อให้สอดรับกับข้อตกลงปารีสเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศ การลงทุนจะมุ่งเน้นไปยังบริษัทที่ให้ความสำคัญต่อการดำเนินงานเพื่อช่วยลด Climate Change
รวมถึงเพื่อยังคงไว้ซึ่งการรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ (biodiversity) ได้เกิดข้อตกลง Kunming และการจัดทำแนวทางการรายงานที่เรียกว่า The Task Force on Nature-related Financial Disclosures (TNFD) ดังนั้น การลงทุนจะเริ่มขยับขยายให้น้ำหนักไปยังบริษัทที่ใส่ใจต่อการดูแลเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพด้วย
นอกจากนี้ ประเด็นด้านสังคมโดยเฉพาะความไม่เท่าเทียมกันในสังคมจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น จึงเห็นการออก Corporate Social Bond เพิ่มมากขึ้น เพื่อระดมทุนในการแก้ไขปัญหาสังคม ตลอดจนแนวโน้มการรายงานหรือการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG จะมีเพิ่มมากขึ้น หลาย ๆ ประเทศบังคับให้บริษัทจดทะเบียนมีการรายงานข้อมูลตามมาตรฐานที่กำหนด ในขณะที่หลาย ๆ บริษัทเองก็ให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG มากขึ้น
Fitch Ratingได้แสดงแนวโน้มด้าน ESG ที่เกี่ยวข้องกับ credit ratings โดยเชื่อว่าคุณภาพและปริมาณของการรายงานข้อมูลด้าน ESG จะได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นจากการเพิ่มข้อกำหนดให้มีการรายงานและมีการปรับมาตรฐานการรายงานให้สอดคล้องกัน ซึ่งจะทำให้สถาบันการเงินสามารถขยายการทำ Due diligence และนโยบายการไม่ลงทุนให้ครอบคลุมประเด็นด้าน ESG มากขึ้น ซึ่งส่งผลต่อเงื่อนไขทางการเงินของบริษัท
อีกทั้งคาดหวังว่าความยั่งยืนจะครอบคลุมประเด็นด้านสังคม การเปลี่ยนแปลง และการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (green) มากขึ้น การเข้าถึงชนิดและประเภทของสินทรัพย์จะถูกทำให้ได้กว้างขึ้นด้วยนวัตกรรม แรงจูงใจด้านนโยบายที่มากขึ้นอาจทำให้ตราสาร ESG สามารถสร้างความแตกต่างในต้นทุนทางการเงินสำหรับบริษัทผู้ออกตราสารเนื่องจากมีกฎเกณฑ์ที่เป็นระเบียบชัดเจน
อีกทั้งการที่ยังไม่สามารถดำเนินงานให้บรรลุผลชัดเจนจากการให้คำมั่นสัญญาของบริษัทจำนวนมากต่อการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (net-zero emissions) ในปี 2563 จึงคาดว่าในปี 2564 จะมีรายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นและการกำหนดนโยบายจะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้

รวมถึงเราคาดว่าผลกระทบทางสังคมของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนานำไปสู่ความตึงเครียดในสังคม เช่น ความไม่เท่าเทียมกันและความยากจนที่มากขึ้น เป็นต้น ดังนั้น นโยบายที่กำหนดออกมาเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าวอาจนำไปสู่ความเสี่ยงทางสังคมใหม่ ๆ และอาจทำให้เพิ่มความเสี่ยงที่มีอยู่ของบริษัท
รวมไปถึงความคาดหวังว่า ประเด็นด้าน ESG จะมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์และการจัดการมากขึ้น เนื่องจากความสนใจที่เพิ่มขึ้นในด้านความยั่งยืนทำให้เกิดข้อถกเถียงว่ากรอบการกำกับดูแลกิจการควรส่งเสริมพฤติกรรมขององค์กรที่มีความรับผิดชอบในระยะยาวอย่างไร เมื่อรวมกับความกระตือรือล้นที่มากขึ้นของนักลงทุนและการกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืนในรูปแบบของค่าตอบแทนและเครื่องมือทื่เชื่อมโยงกับความยั่งยืน

BlackRock มองแนวโน้มด้าน ESG มีดังนี้

การที่โลกเปลี่ยนแปลงไปสู่ความยั่งยืนได้สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนความชอบและการไหลไปสู่สินทรัพย์ยั่งยืน (sustainable assets) นักลงทุนสนใจในกองทุนประเภทความยั่งยืนมากกว่ากองทุนแบบดั้งเดิม ซึ่งการลงทุนอย่างยั่งยืนยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงเป็นประเด็นสำคัญกับสังคมที่มีความเร่งด่วนในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมีความพยายามอย่างมากในการสร้างกรอบมาตรฐานการรายงานความยั่งยืน จะเห็นได้จากในปี 2563 องค์กรมาตรฐานการรายงานต่าง ๆ ได้แก่ CDP, CDSB, GRI, IIRC และ SAB ได้ลงนามในแถลงการณ์เจตนารมย์ที่จะค้นหาความสอดคล้องกันให้มากขึ้นท่ามกลางแนวทางของความสมัครใจ
นอกจากนี้ หน่วยงานทางการของบางประเทศ เช่น UK ได้ประกาศให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลตาม TCFD ภายในปี 2568 เป็นต้น ความพยายามเหล่านี้จะนำไปสู่การรายงานและข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับทั้งนักลงทุนและผู้บริโภคในการตัดสินใจลงทุนความยั่งยืนไปทั่วโลก การลงทุนอย่างยั่งยืนมักถูกอ้างว่าเป็นปรากฏการณ์ของยุโรป แต่ในปี 2563 ได้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนและรัฐบาลของประเทศแถบเอเชียและอเมริกาเหนือเริ่มดำเนินการอย่างเข้มข้น
โดยเฉพาะหัวข้อ Climate Changeจาก shareholder capitalism สู่ stake-holder capitalism อ้างถึงการสำรวจของ Edelman Trust Barometer ในปี 2563 พบว่า 87% ของผู้ตอบแบบสำรวจเชื่อว่า ผู้มีส่วนได้เสีย (stakeholders) มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรในระยะยาวมากกว่าผู้ถือหุ้น (shareholders) ยิ่งในสถานการณ์ COVID-19 ทำให้เกิดความกระจ่างมากขึ้น จากการวิจัยของ BlackRock พบว่า บริษัทที่แข็งแกร่งที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าหรือวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งได้แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่ยืดหยุ่นปรับตัวได้ง่าย ดังนั้น บริษัทควรกำหนดกลยุทธ์ที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและส่งมอบคุณค่าในระยะยาวให้กับผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท

S&P Global Ratings มีมุมมองในประเด็นความยั่งยืนของปี 2564 ดังนี้

ผลกระทบทางสังคมจากการระบาดของ COVID-19 และความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม ซึ่งการเข้าถึงการดูแลสุขภาพที่ไม่เท่าเทียมกันยังคงเป็นความเสี่ยงทางสังคมที่สำคัญ ดังนั้น การระบาดใหญ่และความเท่าเทียมกันทางสังคมและเชื้อชาติจะยังคงครอบงำบริบทแห่งความยั่งยืนต่อไปโดยรัฐบาลและผู้นำองค์กรทั่วโลกยังคงต้องแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างเร่งด่วน
การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงสีเขียว โดยทุกภาคส่วนและธุรกิจทุกกลุ่มอุตสาหกรรมจะหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
การเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ที่เพิ่มและเข้มข้นมากขึ้น โดยองค์กรต่างๆ จะนำมาตรฐานการรายงานมาใช้ เช่น SASB, TCFD, GRI เป็นต้น และหน่วยงานทางการจะมีการออกกฎเกณฑ์เป็นภาคบังคับให้มีการรายงานข้อมูลด้าน ESG ความหลากหลายทางชีวภาพมีแนวโน้มสำคัญเพิ่มขึ้น โดยมีการพัฒนากรอบการรายงานสำหรับองค์กรและสถาบันการเงินในการประเมินและรายงานเกี่ยวกับการพึ่งพาและผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเพื่อสนับสนุนผลลัพธ์ทางธรรมชาติในเชิงบวก ได้แก่ Taskforce on Nature-Related Financial Disclosures (TNFD)
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีประเด็นที่บริษัทต้องให้ความสนใจในปี 2564 ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้คือ COVID-19 ที่ทำให้เกิด Next Normal ต่างๆ และถึงแม้จะมีวัคซีนในการควบคุมโรคแล้วก็ตาม แต่โรคนี้ก็ยังไม่ได้หายไปจากโลก อีกทั้งไม่รู้ว่าจะเกิดเชื้อโรคกลายพันธุ์ที่รุนแรงกว่าเดิมอีกหรือไม่ ดังนั้น การประเมินและการจัดการความเสี่ยงขององค์กร ห่วงโซ่อุทาน (supply chain) รวมถึงการดูแลสุขภาวะและความปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงานและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ
ข้างต้นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่มีการกล่าวถึงประเด็น ESG ไว้ บริษัทควรพิจารณาบริบทของธุรกิจเพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นเพื่อความอยู่รอดขององค์กรอย่างยั่งยืน
แหล่งอ้างอิง

https://www.msci.com/our-solutions/esg-investing/2021-esg-trends-to-watch

https://www.fitchratings.com/research/corporate-finance/esg-impact-on-strategy-financing-policies-will-grow-in-2021-15-01-2021

https://www.portfolio-institutional.co.uk/esg-hub/ishares-sustainability-trends-for-2021/

https://www.spglobal.com/ratings/en/research/articles/210128-sustainability-in-2021-a-bird-s-eye-view-of-the-top-five-esg-topics-11818407?mkt_tok=eyJpIjoiT1RkaE9UZGlPVEpoTVRZMCIsInQiOiJVZTZxNlg2ZG10Z25lMmpvZExtUk5WNjExOHZVY0tYWXRhNXhKYmhzbEZpWTE5aXZqXC9GaVBHbEVPT3Qremxlc3AzV2lpVDBFYloxS2RkREJacTZLYWlRYXM1Ym5oSTlFQmZPOEIrMU9rdkFjTUhNekNYSVhsUVI3RG0xVHJGaTUifQ%3D%3D

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...