โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัคซีนป้องกัน HPV หลีกหนีมะเร็งปากมดลูก จากราคาหลักหมื่น รอรัฐบาลใหม่ 'ฉีดฟรี'

VoiceTV

อัพเดต 18 ก.ค. 2566 เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2566 เวลา 07.32 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

HPV ไวรัสก่อโรงมะเร็งทั้งในหญิง-ชาย

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ก่อโรคบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนักทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย ติดต่อผ่านการสัมผัสทางผิวหนังกับผู้ติดเชื้อ ดังนั้น เพศสัมพันธ์จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ติดเชื้อ

ในผู้หญิงจะพบโรคมะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก ในผู้ชายจะพบโรคมะเร็งองคชาติ มะเร็งทวารหนัก ส่วนโรคหูดหงอนไก่สามารถพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย นอกจากนี้ด้วยพฤติกรรมการร่วมกิจกรรมทางเพศที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก อาจนำไปสู่การติดเชื้อบริเวณช่องปากและลำคอ จนเกิดเป็นโรคมะเร็งช่องปากได้

เชื้อไวรัส HPV แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  • HPV 6,11 เป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ เป็นสาเหตุ 90% ของโรคหูดหงอนไก่
  • HPV 16,18 เป็นสายพันธุ์ที่มีความรุนแรงมาก เป็นสาเหตุ70% ของโรคมะเร็งปากมดลูก รองลงมาคือสายพันธุ์ 31,33, และ 45

อย่างไรก็ตามการติดเชื้อ HPVจะอยู่ไม่นาน ส่วนใหญ่หากร่างกายมีภูมิต้านทานมากพอ เชื้อจะหายไปเองภายใน 12 เดือน มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีการติดเชื้อแบบฝังแน่นเป็นเวลานานจนอาจพัฒนากลายไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งในสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นอาจใช้ระยะเวลาในการก่อตัวโรคนานถึง 10-15 ปี โดยไม่มีอาการแสดงออกที่สามารถสังเกตได้ชัดเจน

มะเร็งปากมดลูก หญิงไทยตายวันละ 10 ราย

มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในสตรีไทย รองจากมะเร็งเต้านม กรมอนามัยเปิดเผยว่า พบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ถึงปีละประมาณ 8,200 คน และมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกในประเทศไทยประมาณ 4,500 รายต่อปี

นั่นคือ มีผู้หญิงไทยที่เสียชีวิตจากโรคมะเร็งปากมดลูกวันละ 8-10 ราย เนื่องจากการติดเชื้อ HPV เป็นไปได้ง่าย โดยเฉพาะจากเพศสัมพันธ์ ทำให้ผู้หญิงทุกคนที่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อนจะมีโอกาสติดเชื้อ HPV ได้อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิตมากถึง 80-90% แค่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ชายที่มีเชื้อ HPV แค่ครั้งเดียวเท่านั้น และยังสามารถติดเชื้อซ้ำๆ ได้ตลอดแม้จะมีคู่นอนเพียงคนเดียว

ติดเชื้อ HPV จากห้องน้ำสาธารณะได้หรือไม่ ?

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยร่วมกับหน่วยไวรัสวิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีได้เคยออกมาเปิดเผยว่า สามารถพบเชื้อ HPV ในสิ่งแวดล้อมได้ เช่น กลอนประตู ปุ่มกดหรือที่รองนั่งชักโครก ก๊อกน้ำล้างมือสาธารณะ เป็นต้น สาเหตุที่พบเชื้อไวรัสเกิดจากเวลาปัสสาวะแล้วมีการจับอวัยวะเพศของตนเองทำให้มีเชื้อติดอยู่ที่มือ เมื่อมาจับสิ่งของต่างๆ ต่อทำให้ในห้องน้ำมีเชื้อไวรัสดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม มีโอกาสน้อยที่เชื้อจะเข้าสู่อวัยวะเพศหรือทวารหนักได้ พญ.เนตร บุญคุ้ม สูตินรีแพทย์จากศูนย์สุขภาพหญิง โรงพยาบาลพญาไท ได้อธิบายไว้ว่า การติดเชื้อ HPV นั้นต้องมีการสัมผัสเสียดสี หรือมีเพศสัมพันธ์ การที่เชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายของเราผ่านการนั่งบนชักโครกนั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลย เพราะเชื้อไวรัสไม่สามารถเข้าลึกถึงช่องคลอดได้ เพียงแต่ยังมีอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเสี่ยงเป็นโรคหูดหรือโรคผิวหนังอื่นๆ

เราสามารถป้องกันด้วยการล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังเข้าห้องน้ำทุกครั้ง ทำความสะอาดชักโครกด้วยทิชชู่หรือผ้าเปียกก่อนใช้ เพื่อลดปริมาณเชื้อโรคที่อาจจะติดมาแบบไม่รู้ตัว

ถุงยางอนามัยป้องกันการติดเชื้อ ‘เบื้องต้น’

ในปัจจุบันการติดเชื้อ HPV ยังไม่มียาหรือวิธีการรักษาให้หายขาดทันที มีเพียงการปฏิบัติตัวเพื่อลดโอกาสเสี่ยงที่อาจไปรับเชื้อ HPV เข้าสู่ร่างกาย หรือหากมีเชื้อในร่างกายแล้วก็จะลดโอกาสที่เซลล์ที่ติดเชื้อจะพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้

อย่างไรก็ตาม โรคมะเร็งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV นั้นเป็นมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันการเกิดโรคได้ โดยมีวิธีการป้องกัน ได้แก่ การหลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน, การใช้ถุงยางอนามัย แต่ก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด เนื่องจากในระหว่างมีเพศสัมพันธ์ยังมีโอกาสสัมผัสผิวหนังบริเวณอื่นๆ ที่อาจมีเชื้อและถุงยางอนามัยอาจครอบคลุมไม่ถึง, การขลิบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศสำหรับผู้ชาย, การตรวจคัดกรองหาเชื้อ HPV, การไปรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยวิธี Pap Smear หรือ Thin Prep สำหรับผู้ชายก็สามารถไปรับการตรวจคัดกรองมะเร็งทวารหนักด้วยวิธี Thin prep ได้เช่นกัน

และสุดท้ายคือ การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV

ไม่ต้องรอเสี่ยงมะเร็ง มีวัคซีนป้องกันแต่ราคาแพง

วัคซีน HPV จะกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อ HPV โดยองค์กรวิจัยด้านโรคมะเร็งในสหราชอาณาจักรระบุว่า วัคซีน HPV มีประสิทธิภาพในการป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งจากเชื้อ HPV ได้ถึงเกือบ 90% การฉีดวัคซีน HPV มีความปลอดภัยสูง ไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรง ส่วนใหญ่อาการที่พบบ่อยได้แก่ ปวด บวม แดง คันบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการดังกล่าวมักจะดีขึ้นและหายไปภายในเวลาประมาณ 3 วัน ส่วนอาการอื่นๆ เช่น ไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียนพบประมาณ 10% ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายไปได้เอง

ปัจจุบันประเทศไทย มีวัคซีน 3 ชนิด คือ

  • วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์ (Cervarix) ซึ่งครอบคลุมสายพันธุ์ 16,18 และฉีดได้เฉพาะในผู้หญิง
  • วัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (Gardasil) ซึ่งครอบคลุมสายพันธุ์ 6,11,16,18 เข้ารับได้ทั้งชายและหญิง
  • วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ (Gardasil 9) เป็นวัคซีนตัวใหม่ที่นำเข้ามาใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 ซึ่งครอบคลุมมากกว่าเดิม ได้แก่ สายพันธุ์ 6,11,16,18, 31, 33, 45, 52, 58 และฉีดได้ทั้งชายและหญิง โดยแนะนำให้ชายและหญิงเข้ารับการฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุ 9-26 ปี สำหรับในเด็กอายุ 9-15 ปี ให้รับวัคซีน 2 เข็ม เนื่องจากเด็กสามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าผู้ใหญ่ คนที่อายุ 15 ปีขึ้นไปให้รับ 3 เข็ม หากเลยอายุ 26 ปีแล้วก็สามารถรับวัคซีนได้จนถึงช่วงอายุ 45 ปี แต่ประสิทธิภาพวัคซีนอาจน้อยลง

ทั้งนี้ วัคซีนจะมีประสิทธิภาพสูงหากฉีด ในวัยที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน แต่เนื่องจากราคาวัคซีน HPV ค่อนข้างสูงประชาชนทั่วไปจึงเข้าไม่ถึง

  • วัคซีนชนิด 2 สายพันธุ์ และ 4 สายพันธุ์ ราคาอยู่ที่ 5,000-10,000 บาท
  • วัคซีนชนิด 9 สายพันธุ์ ราคาอยู่ที่ 12,000-25,000 บาท

ฉีดวัคซีนฟรีแค่นักเรียนหญิง ป.5 ตรวจคัดกรองยังจำกัด

ที่ผ่านมา สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และกระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมกันดำเนินโครงการให้วัคซีน HPV เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกแก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในโรงเรียนทั่วประเทศโดยไม่มีค่าใช้จ่ายมาตั้งแต่ปี 2558 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ในส่วนของการบริการการป้องกันและคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งนั้น ระบบบัตรทองมีสิทธิประโยชน์ให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสำหรับหญิงไทยทุกสิทธิอายุ 30-59 ปี และอายุ 15-29 ปีที่มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย โดยมีสิทธิรับบริการตรวจคัดกรอง 1 ครั้งทุก 5 ปี

ในปี 2565 กระทรวงสาธารณสุขได้เปิดตัวโครงการมอบชุดตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเองที่บ้านให้กับหญิงไทยอายุ 30-60 ปี จังหวัดละ 1,000 ชุด รวม 80,000 ชุด และสามารถส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลหรือศูนย์ตรวจทางการแพทย์ โดยสามารถติดต่อขอรับได้ที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ และโรงพยาบาลมะเร็งภูมิภาคทั้ง 7 แห่งของกรมการแพทย์

จะเห็นได้ว่าการเข้ารับบริการฉีดวัคซีน HPV ฟรียังจำกัดมาก ขณะที่การตรวจคัดกรองก็ไม่ครอบคลุมเพียงพอ เป็นเรื่องน่าเสียดายเนื่องจากมะเร็งปากมดลูกคร่าชีวิตผู้หญิงมากมายทั้งที่สามารถ ‘ป้องกันได้’

องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า มะเร็งปากมดลูก 80-90% ของผู้เสียชีวิตอยู่ในประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา เนื่องจากในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และเดนมาร์ก จะมีระบบการตรวจคัดกรองโรคที่มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย มีอัตราการครอบคลุมสูง รวมไปถึงมีการประกาศให้วัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV เป็นวัคซีนที่กลุ่มเป้าหมายทุกคนต้องได้รับการ ฉีดโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

รอรัฐบาลใหม่ดันฉีดฟรีทั่วถึง-พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียง

ในการเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้อำนวยการพรรคเพื่อไทยได้กล่าวถึงการฉีดวัคซีน HPV ของประเทศไทยในตอนประกาศนโยบายพรรคเพื่อไทยไว้ว่า

“หากรัฐฉีดฟรีจริง ทำไมโรงพยาบาลเอกชนจึงยังโฆษณาวัคซีนตัวนี้ได้ กลับกันทำไมโรงพยาบาลเอกชนจึงไม่โฆษณาวัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน นั่นเพราะวัคซีนเหล่านี้รัฐฉีดฟรี จึงไม่มีใครไปฉีดแบบเสียเงินหรอก”

พรรคเพื่อไทยได้มีนโยบายฉีดวัคซีน HPV เพื่อป้องกันมะเร็งปากมดลูกสำหรับเด็กหญิงอายุ 9-11 ปีทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสำหรับผู้หญิงวัยอื่นๆ จะมีการตรวจแบบหว่านเพื่อหาไวรัส HPV หากพบว่าไม่เคยได้รับเชื้อมาก่อน จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันฟรีเช่นกัน

นอกจากนี้ยังมีพรรคสามัญชนที่มีนโยบายเพิ่มวัคซีน HPV ในชุดสิทธิประโยชน์ของทุกสิทธิรักษา

ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้พรรคอันดับหนึ่งอย่างก้าวไกลจะไม่ได้มีนโยบายการฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกฟรี แต่พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากก็มีนโยบายนี้อยู่ แม้ตอนนี้ก็ยังไม่มีการยืนยันว่าพรรคใดจะได้เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข จึงยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านโยบายฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกฟรีหรือไม่ แต่ไม่ว่าใครหรือพรรคใดจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขก็ควรที่จะสานต่อและผลักดันนโยบายนี้ เนื่องจากเป็นนโยบายที่จะเป็นช่วยรักษาชีวิตคนไทยจำนวนมาก และท้ายที่สุดจะประหยัดงบประมาณด้านสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยมะเร็งจาก HPV

ผู้ชายก็ควรได้รับวัคซีนป้องกัน HPV

นอกจากนี้ควรทำงานเชิงรุกด้วยการฉีดวัคซีน HPV โดยให้ผู้ชายอายุ 9-26 ปี หรืออาจยืดได้ถึง 45 ปี ตามคำแนะนำของแพทย์ เข้ารับการฉีดวัคซีน HPV โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วยเช่นกัน

เพราะเพศชายเองก็มีความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งจากการติดเชื้อ HPV และยังสามารถเป็นพาหะนำโรคไปสู่คู่นอนของตนได้

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for Disease Control and Prevention) ระบุว่าผู้ชายก็สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีน HPV ได้อย่างปลอดภัย ในประเทศพัฒนาแล้วที่มีการฉีดวัคซีนฟรี กลุ่มเป้าหมายที่จะได้รับการฉีดวัคซีนก็ครอบคลุมถึงผู้ชายด้วยเช่นกัน ส่วนในประเทศไทย เมื่อปี 2555 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้รับรองให้เพศชายอายุ 9-26 ปี ฉีดวัคซีน HPV ได้ แต่จะเห็นได้ว่าการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ HPV ในเพศชายนั้นยังไม่แพร่หลายนักในประเทศไทย ผู้ชายหลายคนยังคิดว่าการติดเชื้อ HPV เป็นโรคที่เกิดเฉพาะในผู้หญิง ผู้ชายส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และขาดความตระหนักในการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อ ดังนั้นสิ่งที่ภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขควรทำควบคู่กันไปด้วยคือการกระจาย ข้อมูล และให้ความรู้เรื่อง HPV และการป้องกันการติดเชื้อแก่ประชาชน

อ้างอิง :

https://www.chulabhornhospital.com/Detail/95/เอชพีวีไม่รู้ไม่ได้แล้ว

https://www.rama.mahidol.ac.th/rama_hospital/th/services/knowledge/08312020-1159

https://www.sikarin.com/health/ไวรัส-hpv-ผู้ชายก็มีความเส#:~:text=ไวรัส%20HPV%20

https://www.wongkarnpat.com/viewpat.php?id=163

https://www.phyathai.com/article_detail/2766/th/เข้าห้องน้ำสาธารณะ_เสี่ยงมะเร็งปากมดลูกจริงหรือ??branch=PYT3#:~:text=เชื้อเอชพีวีสามารถพบ,เพราะเชื้อไวรัสไม่สามารถ

https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cervical-cancer

https://www.bangkokhospital.com/content/hpv-vaccine#:~:text=ฉีดในวัยที่ร่างกาย,ช่วงอายุ%2011%20–%2012ปี

https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/04/170315/&fbclid=IwAR0qV96K1JuS4IoIHToo5OIkDshmBK2WJ-cF-OHFfAYcN_1B65aIso7m5pk

https://voicetv.co.th/read/a9LvQMOID

https://mgronline.com/politics/detail/9660000020922

พนิดา จันทโสภีพันธ์ (2554, กรกฎาคม). ความรู้และพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อ HPV และมะเร็ง ปากมดลูกของนักศึกษาหญิง. วราสารสภาการพยาบาล. 26(3). 48-63.

โชติระวี อินจำปา (2563, กรกฎาคม). การป้องกันการติดเชื้อ HPV ในเพศชาย. วารสารพยาบาลสภา- กาชาดไทย. 13(2). 74-85.

Rosa Catarino (2015, December). Cervical cancer screening in developing countries at a crossroad. World Journal of Clinical Oncology. 6(6). 281-290.

Jannah Wigle (2013, June). HPV vaccine implementation in low and middle-income countries. ELSEVIER. 3811-3817.

เรียบเรียงโดย พรกฤษณะ ประชุมวรรณ์

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...