โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หากรัฐไม่อุ้มดีเซล ราคาน้ำมันจ่อพุ่งขึ้น 5 บาท/ลิตร ดันต้นทุนขนส่งเพิ่มอีก 10%

BTimes

อัพเดต 12 ก.ค. 2566 เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2566 เวลา 07.41 น. • BTimes.Biz

นายอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าจากการที่ตั้งแต่21ก.ค.2566 รัฐบาลจะไม่ต่ออายุมาตรการลดภาษีน้ำมันดีเซล โดยจะเริ่มเก็บภาษีในอัตราปกติ เพราะมองว่าจะเป็นการดำเนินการที่ก่อให้เกิดผลผูกพันธ์ต่อรัฐบาลในอนาคตประกอบกับสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ราคาน้ำมันดีเซล ณ โรงกลั่นในประเทศลดลง แต่คาดว่าผู้ใช้รถ ใช้ถนน เตรียมจ่ายราคาน้ำมันดีเซลแพงขึ้น โดยหากต้นทุนน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้น5 บาท/ลิตร จะส่งผลให้ต้นทุนขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น10 % จะกระทบไปยังราคาสินค้าเดือดร้อนไปถึงผู้บริโภคได้

อย่างไรก็ดี นายอภิชาติระบุว่าเข้าใจสถานการณ์ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลว่าจะเป็นภาระงบประมาณไปยังรัฐบาลใหม่ ส่วนมาตรการดูแลราคาพลังงานของรัฐบาลใหม่ก็ขอให้ผลักดันตามที่หาเสียงไว้เช่นการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรมมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ขอให้ผ่านด่านแรกโหวตนายกรัฐมนตรีผ่านลุล่วงไปด้วยดี

ทั้งนี้มีรายงานจากสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงระบุว่าได้จัดเตรียมแนวทางช่วยเหลือไว้แล้วจะเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันฯในสัปดาห์หน้า โดยจะใช้แนวทางตาม พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯภายใต้บริหารวิกฤตราคาพลังงานซึ่งหากไปดูที่ราคาดีเซลเกิน30 บาทต่อลิตร การที่ไม่ต่ออายุภาษีดีเซลจะมีผลทำให้ราคาดีเซลพุ่งไปถึง5 บาทต่อลิตร ซึ่งจะเป็นภาระกับประชาชน ดังนั้นการช่วยเหลือจะแบ่งออกเป็นหลายแนวทาง เช่นการช่วยเหลือทุกกลุ่ม หรือช่วยเหลือบางส่วน เช่นกลุ่มเปราะบาง โดยยังมีเงินกู้ที่เหลืออีก55,000 ล้านบาท ที่สามารถนำมาบริหารจัดการได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...