โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พายุสุริยะ : ประเด็นที่คนไทยควรรู้

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 20 มิ.ย. 2567 เวลา 14.39 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2567 เวลา 02.06 น.

แม้ว่า ‘พายุสุริยะ’ จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็เป็นเรื่องที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคย ผมจึงขอนำเสนอข้อมูลสำคัญเบื้องต้นเพื่อให้คุณผู้อ่านติดตามข่าวสารได้ด้วยความเข้าใจ ตระหนักถึงผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ ได้อย่างถูกต้องครับ

ในที่นี้จะขอใช้รูปแบบถาม-ตอบ เพื่อให้ความคิดคมชัด ดังนี้

1) ถาม : เหตุใดเราจึงควรสนใจเรื่องพายุสุริยะ ในช่วงนี้มากเป็นพิเศษ?

ตอบ : สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดพายุสุริยะบนโลก ได้แก่ การลุกจ้าของดวงอาทิตย์ (solar flare) และการพ่นมวลโคโรนา (coronal mass ejection) ซึ่งมักจะเกิดขึ้นในบริเวณจุดบนดวงอาทิตย์ (sunspot) ทั้งนี้ หากสสารและพลังงานจากปรากฏการณ์ทั้งสองนี้พุ่งมากระทบโลกก็อาจเกิดพายุสุริยะขึ้นบนโลก

ในวัฏจักรสุริยะรอบนี้คือรอบที่ 25 (Solar Cycle 25) คาดว่าจะมีจุดบนดวงอาทิตย์สูงสุดในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2025 หากเร็วกว่านี้ก็อาจเป็นเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2024 หรืออย่างช้าสุดก็เดือนมีนาคม ค.ศ.2026

ช่วงเวลาที่มีจุดบนดวงอาทิตย์มากที่สุด เรียกว่า Solar Max อันเป็นช่วงที่มีโอกาสที่จะเกิดพายุสุริยะมากนั่นเอง

2) ถาม : จุดบนดวงอาทิตย์ที่กล่าวถึงในข้อ 1 นั้นเหมือนหรือต่างจาก “จุดดับบนดวงอาทิตย์” อย่างไร?

ตอบ : เดิมทีเคยมีการแปลคำว่า sunspot ว่า จุดดับบนดวงอาทิตย์ ซึ่งไม่ถูกต้องเนื่องจากบริเวณจุดนี้ไม่ได้ “ดับ” เพียงแต่ว่าบริเวณนี้ “เย็นกว่า” บริเวณโดยรอบอย่างน้อย 1,000 องศาเซลเซียส บริเวณจุดเหล่านี้มีอุณหภูมิในช่วง 2,727-4,227 องศาเซลเซียส ในขณะที่บริเวณโดยรอบมีอุณหภูมิ 5,510 องศาเซลเซียส

น่าสังเกตว่าอุณหภูมิที่จุดบนดวงอาทิตย์ร้อนมากพอที่จะหลอมเหล็กได้เนื่องจากเหล็กบริสุทธิ์หลอมเหลวที่ 1,538 องศาเซลเซียส

3) ถาม : คำว่า Solar Max ในคำถามที่ 1 หมายความว่าอะไร? หมายถึงว่าพายุสุริยะที่อาจเกิดขึ้นจะรุนแรงมากด้วยหรือไม่?

ตอบ : คำว่า Solar แปลว่า เกี่ยวกับดวงอาทิตย์ ส่วนคำว่า Max มาจาก Maximum ที่แปลว่า มากที่สุด ซึ่งในที่นี้หมายถึง จำนวนจุดบนดวงอาทิตยมีมากที่สุด (เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้าหรือหลังจากนั้น) เมื่อดวงอาทิตย์มีจำนวนจุดมากก็ทำให้มีโอกาสเกิดการลุกจ้าและการพ่นมวลโคโรนามาก ส่งผลให้มีโอกาสเกิดพายุสุริยะมากขึ้นตามไปด้วย กล่าวคือ พายุสุริยะมีแนวโน้มเกิดได้ถี่ขึ้น

อย่างไรก็ดี ความรุนแรงของพายุสุริยะขึ้นกับปริมาณของสสารและพลังงานที่ดวงอาทิตย์ปลดปล่อยออกมากระทบโลก ซึ่งแต่ละครั้งอาจแตกต่างกันไป

4) ถาม : พายุสุริยะมีกี่แบบหลัก? ใครเป็นผู้จัดแบ่ง?

ตอบ : องค์การมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องสภาพอวกาศ (space weather) จัดแบ่งพายุสุริยะที่เกิดขึ้นบนโลกเป็น 3 แบบหลัก ได้แก่ พายุแม่เหล็กโลก (geomagnetic storm) พายุรังสีสุริยะ (solar radiation storm) และการขาดหายของสัญญาณวิทยุ (radio blackout)

การจัดแบ่งนี้นำเสนอผ่านสเกลสภาพอวกาศของโนอา (NOAA Space Weather Scales) ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการวางแผนเพื่อรับมือผลกระทบโดยตรงจากพายุสุริยะ ผู้ที่สนใจสามารถดูได้ที่ https://www.swpc.noaa.gov/noaa-scales-explanation

5) ถาม : พายุสุริยะแต่ละแบบเกิดจากอะไร? จัดระดับความรุนแรงอย่างไร?

ตอบ : พายุแม่เหล็กโลก (Geomagnetic Storm) เกิดจากการพ่นมวลโคโรนา (coronal mass ejection หรือ CME) เป็นหลัก มีระดับความรุนแรง 5 ระดับ คือ G1-เบาสุด จนถึง G5-หนักสุด (ตัว “G” มาจากตัวอักษรแรกของชื่อ Geomagnetic Storm นั่นเอง)

พายุรังสีสุริยะ (Solar Radiation Storm) เกิดจากอนุภาคสุริยะพลังงานสูง (solar energetic particle, SEP) เป็นหลัก มีระดับความรุนแรง 5 ระดับ คือ S1-เบาสุด จนถึง S5-หนักสุด (ตัว “S” มาจากตัวอักษรแรกของชื่อ Solar Radiation Storm) ทั้งนี้ อนุภาคพลังงานสูง (SEP) อาจเกิดจากทั้งการลุกจ้าของดวงอาทิตย์และการพ่นมวลโคโรนา

การขาดหายของสัญญาณวิทยุ (Radio Blackout) เกิดจากการลุกจ้าของดวงอาทิตย์ (solar flare) เป็นหลัก มีระดับความรุนแรง 5 ระดับ คือ R1-เบาสุด จนถึง R5-หนักสุด (ตัว “R” มาจากตัวอักษรแรกของชื่อ Radio Blackout)

6) ถาม : พายุสุริยะอาจสร้างความเสียหายอะไรได้บ้าง?

ตอบ : ประเด็นนี้น่าจะสำคัญที่สุดสำหรับทุกคนและทุกหน่วยงาน ผมจึงสรุปรวมผลกระทบด้านต่างๆ ของพายุสุริยะทั้ง 3 แบบไว้ในตารางต่อไปนี้

7) ถาม : พายุสุริยะอาจมีผลกระทบต่อมนุษย์ในวงกว้างอย่างไร?

ตอบ : หากใช้เกณฑ์ว่าผลกระทบอาจเกิดขึ้นวงกว้างมากๆ ก็จะมีอย่างน้อย 2 อย่าง ได้แก่ ไฟฟ้าดับ (ผลกระทบที่ 5 หรือระบบส่งไฟฟ้ากำลังในตารางของคำถามที่ 6) และระบบ GPS ถูกรบกวน (ผลกระทบที่ 3 หรือการนำทางด้วยดาวเทียม)

พายุสุริยะที่ทำให้ไฟฟ้าดับได้ มีเพียงแบบเดียวคือ พายุแม่เหล็กโลก ซึ่งเกิดจากการที่ CME พุ่งกระทบโลก ก้อน CME ประกอบด้วยพลาสมาซึ่งมีสนามแม่เหล็กปั่นป่วน พลาสมา (plasma) เป็นสถานะที่ 4 ของสสารที่มีอุณหภูมิสูงจนกระทั่งประจุบวกกับประจุลบแยกออกจากกัน)

เมื่อ CME กระทบโลก ก็จะทำให้สนามแม่เหล็กของโลก “รวน” หรือเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กโลกนี้ทำให้เกิด ‘กระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำ’ ขึ้นในผิวโลก ซึ่งหากกระแสไฟฟ้านี้รั่วเข้าสู่ระบบส่งไฟฟ้ากำลังผ่านทางสายดิน ก็จะทำให้หม้อแปลงไฟฟ้าเสียหาย และอาจเกิดไฟฟ้าดับกินพื้นที่กว้าง

ส่วนระบบ GPS อาจถูกรบกวนได้จากพายุสุริยะทั้ง 3 แบบ กล่าวคือ พายุแม่เหล็กโลก ระดับ G3-G5, พายุรังสีสุริยะระดับ S2-S5 และการขาดหายของสัญญาณวิทยุระดับ R4-R5

8) ถาม : เราสามารถติดตามข่าวพายุสุริยะได้จากที่ใด?

ตอบ : หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่ติดตามพายุสุริยะอย่างเป็นทางการของสหรัฐอเมริกาคือ Space Weather Prediction Center (SWPC) ซึ่งเป็นหน่วยงานย่อยของ NOAA มีเว็บที่ https://www.swpc.noaa.gov

ส่วนแง่มุมอื่นๆ ที่น่ารู้ เช่น ผลกระทบของพายุสุริยะต่อการบิน จะนำเสนอในโอกาสต่อไป โปรดติดตามครับ

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พายุสุริยะ : ประเด็นที่คนไทยควรรู้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...