โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทอมรุ่นพี่ ม.3 ทำร้ายรุ่นน้อง ม.1 ซ้ำโดนอัดคลิปประจาน

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 15 ก.ค. 2567 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 15 ก.ค. 2567 เวลา 11.46 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(15ก.ค.67) ที่ จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก "บางระกำ ดราม่า" ได้เผยแพร่ข้อความและคลิปเหตุการณ์เยาวชนเด็กหญิงทำร้ายร่างกายกันโดยมีการถ่ายคลิปบันทึกเอาไว้ โดยระบุข้อความว่า “เสียชื่อโรงเรียนแห่งหนึ่งในตัวอำเภอบางระกำ พี่ ม.3 นัดรุม น้อง ม.1” ซึ่งเป็นคลิปจากทางบ้านส่งมาร้องขอความเป็นธรรม

เจ้าของเพจฯ เปิดเผยว่า คลิปดังกล่าวทางครอบครัวของน้องผู้เสียหายได้มอบให้ตนเพื่อขอความเป็นธรรม เนื่องจากแม่ของน้องผู้เสียหายทำงานอยู่ต่างประเทศ น้องอาศัยอยู่กับคุณยายและน้าสาว สาเหตุมาจากรุ่นพี่ที่มีนิสัยลักษณะคล้ายสาวทอมบอย มีการนัดกลุ่มเพื่อนในแชตไลน์ให้ลวงน้องผู้หญิง ชั้น ม.1 รุมทำร้าย เนื่องจากไม่พอใจและไม่ชอบให้มายุ่งเกี่ยวกับตนเอง

เจ้าของเพจฯ กล่าวต่อไปว่า ในคลิปจะเห็นว่ากระทำการทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง ทั้งกระชากผม ตบตี เตะ ต่อย จับหัวเหวี่ยงจนรุ่นน้อง ม.1 ล้มลงไปนั่งฟุบส่งเสียงร้องไห้อย่างน่าเวทนา โดยมีรุ่นพี่อีกประมาณ 5 - 6 คน คอยยืนคุมเชิงและนำโทรศัพท์มือถือมาถ่ายคลิปเอาไว้ ก่อนจะส่งคลิปเผยแพร่ในกลุ่มแชตไลน์ และโพสต์ลงสตอรี่เฟซบุ๊กแบบไม่สะทกสะท้าน

เจ้าของเพจฯ บอกว่า ซึ่งครอบครัวมาทราบเรื่องและแจ้งทางโรงเรียนแต่ไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทางครอบครัวผู้ก่อเหตุก็ไม่แสดงความรับผิดชอบ หรือเร่งเยียวยา จากนั้นจึงเดินทางไปแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.บางระกำ แต่ตำรวจก็ไม่รับแจ้งความอีก เพราะต้องไปขอเอกสารตรวจร่างกายจากแพทย์ก่อน ทั้ง ๆ ที่มีคลิปเหตุการณ์ขณะก่อเหตุอย่างชัดเจน จึงเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

เจ้าของเพจฯ บอกอีกว่า ทางน้องผู้เสียหายก็ยังอยู่ในอาการหวาดกลัว สภาพจิตใจค่อนข้างย่ำแย่ ตอนแรกก็กลัวไม่กล้าบอกผู้ปกครอง จนผู้ปกครองไปเห็นคลิปเผยแพร่ในโซเชียลจึงซักถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในที่สุด ยืนยันว่าจะขอดำเนินคดีกับกลุ่มเด็กนักเรียนที่มีส่วนรู้เห็นรุมทำร้ายน้องอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดครอบครัวของผู้เสียหายได้เดินทางมาพบกับ นายนิธิศ ธนะชูติวีรนันท์ แอดมินเพจ"บางระกำ ดราม่า"ซึ่งเป็นตัวแทนผู้เสียหาย เนื่องจากแม่เด็กทำงานอยู่ต่างประเทศ เพื่อรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน สภ.บางระกำ พร้อมทั้งจะพาตัวเด็กหญิงผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลหลังถูกรุ่นพี่ทำร้าย เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในคดี และมอบคลิปขณะเกิดเหตุความยาวประมาณ 1 นาที ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้าน ผู้เสียหาย น้อง ม.1 ที่ยังอยู่ในอาการหวาดกลัว เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุมีเพื่อนในห้องประมาณ 6 คน ชักชวนให้ออกไปนอกห้องเรียนช่วงพักเที่ยง แต่เมื่อไปถึงกลับพบรุ่นพี่ ม.3 พร้อมกับกลุ่มเพื่อนอีกจำนวนหนึ่งยืนคุมเชิงไม่ให้หนีไปไหน แถมบังคับให้ก้มกราบเท้าแต่ตนไม่ยอม ก่อนจะถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงตามคลิป

"ขณะนั้นเพื่อนที่มาด้วยกลับไม่มีใครคิดช่วยเหลือ แต่กลับเอาโทรศัพท์มาถ่ายคลิปกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะนำคลิปไปแชร์ส่งต่อในโลกโซเชียล สร้างความอับอายและสะเทือนจิตใจจนไม่อยากจะมาเรียนหนังสือเลย" ผู้เสียหาย ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดทางโรงเรียนได้เรียกให้ผู้ปกครองให้ 2 ฝ่าย มาพูดคุยเจรจาไกล่เกลี่ยกัน แต่ฝั่งคู่กรณีที่กระทำผิดกลับไม่ยอมเยียวยาใด ๆ และยอมรับว่าลูกมีนิสัยก้าวร้าวเคยต้องย้ายโรงเรียนมาแล้วครั้งหนึ่ง จนมาก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีก ถ้าครั้งนี้จะดำเนินคดีก็ขอให้ว่ากันไปเลย เพราะไม่มีเงินจะจ่ายเยียวยาให้ หรือคงต้องย้ายโรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง

ด้าน น้าสาวของน้องผู้เสียหาย กล่าวว่า อยากให้โรงเรียนหามาตรการแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพราะหลานสาวไม่กล้าไปเรียนหนังสือ กลัวจะต้องไปเผชิญหน้ากับกลุ่มคู่กรณีแล้วจะถูกทำร้ายอีก ส่วนเพื่อนที่ล่อลวงไปถูกทำร้ายแถมยังถ่ายคลิปเอาไว้ ก็อยากให้ทางโรงเรียนสอบสวนว่ามีส่วนรู้เห็นหรือไม่

"เพราะเพื่อนก็ขอโทษน้องแล้ว แต่เหมือนไม่ได้ออกมาจากความรู้สึกที่จริงใจเลย ตอนนี้คงต้องเยียวยาสภาพจิตใจให้น้องเข้มแข็งขึ้น พร้อมที่จะอยากไปเรียนหนังสือต่อไปจนจบชั้น ม.3 อีกด้วย" น้าสาว ระบุ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง



ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...