โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หมอธีระวัฒน์’ ตอบประเด็นร้อน เช้า บ่าย เย็น ออกกำลังกายตอนไหนดีกว่ากัน?

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 มิ.ย. 2567 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2567 เวลา 04.22 น. • The Bangkok Insight

"หมอธีระวัฒน์" ตอบประเด็นร้อน ถกเถียงกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านที่เมืองนอก เช้า บ่าย เย็น ออกกำลังกายตอนไหนดีกว่ากัน?

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเด็นร้อน.. ออกกำลังเช้า หรือบ่าย-เย็น ดีกว่ากัน ถกเถียงกันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ที่เมืองนอก

ออกกำลังกาย

แต่ชาวเราโดยเฉพาะมนุษย์เดินดินคงไม่ต้องเถียงเพราะต้องเดินอยู่แล้ว ไปทำงานจนกระทั่งถึงกลับบ้าน แม้ว่าบางระยะทางจะใช้รถประจำทางหรือวินมอเตอร์ไซค์ก็แล้วแต่

ฝรั่งฝ่ายเชียร์ตอนเช้า (early-day chronotype) คือตื่นตั้งแต่เช้าก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ออกกำลังขณะ ยังไม่ต้องกินข้าวเช้าและเมื่อกินแล้วก็จัดการงานธุระต่างๆที่ขวางหน้า และสบายตอนบ่าย เย็นไปนอนตอนสามหรือสี่ทุ่ม
ฝรั่งด้านขั้ว สาย บ่ายเย็นกลางคืน (late chronotype) ตื่นสายหน่อย เครื่องร้อนช้าเลยจัดการทุกอย่างตรงข้ามกับขั้วเช้า และ ให้เหตุผล

โดยเฉพาะ คนที่เป็นเบาหวานอยู่ด้วยว่า หลังจากที่กินข้าวไปแล้วจะได้ออกกำลังไปเลย

แต่จากการสังเกตุทั่วไปพบว่า กลุ่มเช้าท่าทางจะกระปรี้กระเปร่ามากกว่า และมีแรงผลักดันให้ออกกำลังสม่ำเสมอและการทำงานจะไม่เฉื่อย เดินไปมา มีกิจกรรมกายไม่หยุดหย่อน

วันที่ 17 สิงหาคม 2023 ในการประชุมของสมาคมเบาหวานของอเมริกา

การออกกำลังตั้งแต่เช้าในขณะที่ยังไม่ได้กินข้าวจะทำให้มีการเผาผลาญไขมันได้ดีและคุมน้ำหนักได้รวมทั้งมีการปรับกล้ามเนื้อให้แข็งแรงทนทานอีกทั้งทำให้คุมเบาหวาน (แบบที่ 2) ได้ดีขึ้น

ข้อโต้แย้งในงานเดียวกันอ้างงานที่ตีพิมพ์ใน Canadian Science Publishing และในวารสาร Sports Medicine พบว่าการออกกำลังระดับเบาถึงกลางหลังจากที่กินอาหารไปแล้ว จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงขึ้นมากแม้จะเป็นคนเบาหวาน หรือกำลังจะเป็นก็ตาม

ออกกำลังกาย

ทั้งนี้การออกกำลังหลังกินข้าวโดยเฉพาะในช่วงบ่าย ยัง ได้รับการสนับสนุนจากข้อมูลของ การศึกษา Look AHEAD trial ในวารสาร Diabetes Care ของอเมริกา โดยที่ติดตามผู้ใหญ่ที่เป็นเบาหวานประเภทสองจำนวน 2400 คนออกกำลัง ระหว่าง 13.43 ถึง 17.00 น. ในระดับความเข้มข้นปานกลางถึงสูง(อันนี้เหนื่อยเลย)ผ่านไปสี่ปี สุขภาพการควบคุมเบาหวานและระบบหัวใจและเส้นเลือดดีขึ้น ตั้งแต่หลังหนึ่งปี และในบางส่วนนั้นถึงกับทำให้เบาหวานนั้นสงบลง โดยที่ไม่ต้องใช้ยา เบาหวาน ที่ช่วยลดระดับน้ำตาลด้วยซ้ำ

เมื่อดูตามนี้จะพบว่าที่เถียงกันจากนักวิชาการโดยที่ ตัวตั้ง ต้องมีค่าตายตัว และมีการวัดผลชัดเจน โดยลด ตัวแปรให้มากที่สุด อาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้าย สำหรับมนุษย์ที่มีความหลากหลายและอาจไม่ชอบความจำเจหรืออาจจะเลือกเวลาที่สะดวกสำหรับตนเองและเพื่อนฝูงครอบครัว

ทั้งนี้เพราะขึ้นกับเวลาสะดวกของแต่ละคนโดยที่อาจจะไม่สามารถปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งเหมือนเดิมได้ทุกวันและมีกิจวัตรหน้าที่การงานอย่างอื่นเข้ามาประกอบด้วย

กลับมาถึงมนุษย์คนไทยครับ พวกเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า กลุ่มคนที่มีฐานะจำกัดอาจจะเป็นคนที่แข็งแรงที่สุดก็ว่าได้

ทั้งนี้ไม่สามารถนั่งทอดหุ่ย เนือยนิ่ง คอยชี้นิ้วสั่งให้บริวารทำนั่นทำนี่อีกทั้งจะไปไหน มีรถบริการแทบไม่ต้องเดิน จนอาจจะเดินเพียงวันละสองถึง 300 ก้าวเท่านั้น (ขอ 10,000 ก้าว)

ชาวเราที่เป็น ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศนี้ อย่าได้น้อยเนื้อต่ำใจและทำใจให้สบายและให้ตระหนักว่ากิจกรรมกายกระฉับกระเฉงที่ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี้ กลับสร้างเสริมสุขภาพและต่อสู้โรค

แต่ต้องไม่อ้างว่า….เดินมาเหนื่อยตัองกินขนม ต้องกินแป้ง กินข้าว กินของหวานเยอะ ๆ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นการทำร้ายตัวเองไปอีก (หมอรู้นะ เพราะก็เคยทำ)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...