"ก้าวไกล" จัดทัพรับฟังปัญหาที่ดินทำกิน มุกดาหาร "พิธา" ปูดชาวบ้านไร้สิทธิที่ดินทำกิน
"ก้าวไกล" จัดทัพรับฟังปัญหาที่ดินทำกิน มุกดาหาร "พิธา" ปูดชาวบ้านไร้สิทธิที่ดินทำกิน แต่โรงงานได้เช่าถูก 50 บาทต่อปี ชี้เป็นการสะท้อนความเหลื่อมล้ำ ขณะชาวบ้านแห่กรี๊ด "พิธา" คล้องพวงมาลัย-ผูกผ้าขาวม้ารอบเอว ลั่น เฮาสิตายกันหมดแล้ว ที่ดินไม่มีทำกิน-น้ำมันแพง ขนาดวัวควายตัวเท่าโอ่งขายได้แค่ 2 พัน
เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2567 พรรคก้าวไกล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย นายณกร ชารีพันธ์ สส.มุกดาหารของพรรค สส.บัญชีรายชื่อ และทีมงานพรรคก้าวไกล จังหวัดมุกดาหาร ร่วมเวที "คืนที่ดิน คืนโอกาส คืนอนาคตให้ไทมุก" ที่หอประชุมโรงเรียนนาโสก จังหวัดมุกดาหาร
ทันทีที่นายพิธามาถึง ได้ไปปลูกต้นรวงผึ้ง ซึ่งหมายถึงซึ่งเป็นไม้มงคลประจำรัชกาลที่ 10 จากนั้นชาวบ้านได้เข้ามาผูกผ้าขาวม้า คล้องพวงมาลัยดอกดาวเรืองให้ ก่อนที่นายพิธา จะเข้ารับฟังปัญหาที่ดินทำกินของชาวบ้านมุกดาหาร
โดยตัวแทนชาวบ้านได้ยื่นหนังสือร้องเรียน พร้อมสะท้อนว่าเอกสารสิทธิ์ที่รัฐบาลไม่ได้จัดสรรให้ ตั้งคำถามเปรียบเทียบกับบริษัทเอกชนหรือทุน ทำไมภาครัฐจัดการได้ไวกว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาสินค้าแพง ราคาน้ำมันขึ้นราคา และปัญหาโคกระบือที่นำเข้าจากต่างประเทศมากเกินไป ทำให้ราราคาโคกระบือในประเทศราคาตก
"พิธาคือนายกในดวงใจของบ้านนาโสก ปัญหาตอนนี้ เฮาซื้อน้ำมัน 45 บาท จะตายกันหมดแล้วสำหรับบ้านนอกแบบบ้านเฮา วัวควายบ้านเฮาก็ขายบ่ได้ ตัวเท่าโอ่งขายได้ 2,000 บาท อยากให้อย่านำวัวควายจากต่างประเทศเข้ามา" ตัวแทนชาวบ้าน กล่าว
ขณะที่ นายพิธา กล่าวว่า ขอขอบคุณที่สนับสนุนกันมาตั้งแต่ 5-6 ปีที่แล้ว ตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ตอนนั้นยังเป็นน้องใหม่ทางการเมือง คราวนี้พี่น้องมุกดาหารทำถึง จัดหนักจัดเต็ม ได้ สส.เขตมา 1 คน ตนเรียกว่า มหัศจรรย์มุกดาหาร ขอความไว้วางใจที่พี่น้องให้พวกเรามา ถึงจะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ใส่ใจคนรุ่นใหญ่แน่นอน วันนี้พี่น้องประชาชนมีปัญหาที่ดินทำกิน ขณะที่บริษัท นายทุนดำเนินการได้ง่าย พี่น้องประชาชนนาโสกเคยไปหาตนที่รัฐสภา มาวันนี้ตนขอมาหาพี่น้องประชาชนบ้าง
มุกดาหารเป็นจังหวัดที่มีประชาชนไม่มีกรรมสิทธิ์จำนวนมาก ไม่มีโฉนดเป็นของตัวเองเวลาที่จะกู้หนี้ยืมสินมันก็ยาก สปก.ก็ไม่ได้ให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย สิ่งที่เกิดขึ้นที่หนีได้รับรู้รับทราบและเห็นตัวเลขแล้วว่าพื้นที่ป่าเยอะ ดังนั้น เวลาจิ้มลงไปในแผนที่ก็จะพบว่ามีปัญหาป่าทับที่คน พรรคของเราก็ต้องการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมให้มีป่าเยอะๆ แต่ขณะเดียวกันการแยกคนออกจากป่าก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ถูก ดังนั้น ต้องรักษาสมดุลให้คนมีสิทธิในการทำกิน เข้าถึงกรรมสิทธิ์ที่ดิน ไม่ใช่ให้เป็นผู้อาศัย หากแก้ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินไม่ได้ ก็จะกลายเป็นปัญหางูกินหาง เพราะไม่มีเงินทำกินก็ต้องไปกู้และใช้หนี้ต่อไป
นายพิธา กล่าวว่ามีข่าวโรงงานพลังงานกระแสลมเข้ามาในพื้นที่จากนโยบายทวงคืนผืนป่ารัฐบาลที่แล้ว ขอถามว่าคนจนมีสิทธิ์ไหมครับ เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจทั่วประเทศ เพราะภาคกลางก็มีโรงงานปูน เป็นหน้าที่ของผู้แทนราษฎร และพรรคการเมืองในการสร้างความเท่าเทียม ลดความเหลื่อมล้ำใน
"คนรวยมีสิทธิ เจ้าของโรงงานมีสิทธิ แต่ชาวบ้านไม่มีสิทธิที่จะอยู่ และได้ข่าวมาว่ามีสิทธิในโฉนดไปแล้วแต่ก็ขอให้คืนในราคา 2,000 บาท แต่โรงงานกลับให้เช่าพื้นที่ป่า 50 บาทต่อไร่ต่อปี คิดเลขแล้วก็งง ๆ เราก็คนไทยมีสัญชาติไทย มีโอกาสใช้พื้นที่ตรงนี้ได้"
เราต้องการแก้ไขปัญหาเปลี่ยน สปก.ให้เป็นโฉนด เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้เท่าเทียม ขณะเดียวกันหากต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจ และลดหนี้สินครัวเรือน แต่ประชาชนเข้าไม่ถึงที่ดิน อย่างไรก็งูกินหางแก้ไม่ได้ ต้องแก้กระดุมเม็ดแรก ปลดล็อกที่ดินทำกินให้กับพี่น้องประชาชน จะกู้หนี้ยืมสินก็เข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น การแก้ปัญหาไฟฟ้าน้ำประปาก็ทำได้ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานสำคัญที่สุดของประชาชนไทย ต้องลดความเหลื่อมล้ำให้ได้
งบประมาณที่ผ่านมา มีงบเรื่องการตรวจสอบที่ดินทั้งประเทศ 725 ล้านบาท คำนวณดูแล้วใช้เวลา 100 ปี กว่าจะแก้ไขปัญหาเสร็จ ไม่รู้ว่าพวกท่านยังอยู่ไหม แต่ตนเองไม่อยู่แล้ว คิดว่ามาแก้เรื่องความเหลื่อมล้ำในที่ดินให้มันจบในรุ่นเรา