โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

TISCO ESU จับตา “สหรัฐ” แทรกแซงตลาดพันธบัตร ชู “ทองคำ-โภคภัณฑ์” รับเกม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 28 ส.ค. เวลา 07.09 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. เวลา 07.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายธนธัช ศรีสวัสดิ์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยว่า การประกาศมาตรการ Treasury Twist โดยการออกตราสารระยะสั้นเพื่อเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะพันธบัตรอายุ 30 ปีที่แตะระดับ 5.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ก่อนวิกฤตการเงินโลกเมื่อปี 2551 สะท้อนให้เห็นว่า รัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมเข้ามามีบทบาทแทรกแซงตลาดการเงินมากขึ้น เพื่อควบคุมต้นทุนทางการเงินและรักษาสภาพคล่องของระบบเศรษฐกิจ ท่ามกลางความจำเป็นในการระดมเงินลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยี AI

ทั้งนี้ TISCO ESU มองว่าแม้มาตรการ Treasury Twist อาจยังไม่สามารถกดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่การที่รัฐบาลสหรัฐฯ แสดงความพร้อมที่จะยื่นมือเข้าแทรกแซงระบบตลาดเสรีเมื่อจำเป็น ถือเป็นสัญญาณว่าประเทศมหาอำนาจกำลังให้ความสำคัญกับการรักษาต้นทุนทางการเงิน ให้อยู่ในระดับที่เอื้อต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งจัดเป็นนโยบายเชิงกดขี่ทางการเงิน หรือ Financial Repression คล้ายกับมาตรการอัดฉีดสภาพคล่องอย่าง Quantitative Easing (QE) หรือ Yield Curve Control (YCC) ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของสินทรัพย์ที่มีจำนวนจำกัด (Hard Assets) อย่างสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากเป็นกลุ่มสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนขนาดใหญ่ และป้องกันความเสี่ยงจากการลดทอนมูลค่าเงิน (Monetary Debasement) โดยเฉพาะทองคำ ที่ราคาปรับตัวขึ้นกว่า 10-15% ภายในไม่กี่วันหลังการประกาศมาตรการนี้

"สิ่งที่ตลาดให้ความสำคัญไม่ใช่ขนาดของมาตรการ แต่เป็นการส่งสัญญาณว่ารัฐบาลสหรัฐฯ พร้อมเข้ามาแทรกแซงตลาดและไม่ต้องการให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นสูงเกินไป หรือกล่าวได้ว่าเป็นมาตรการที่มีผลในเชิงจิตวิทยามากกว่าเชิงปริมาณ (Big Signal, Small Operation)" นายธนธัช กล่าว

ในระยะข้างหน้า TISCO ESU คาดว่าการแข่งขันด้านเทคโนโลยีและการลงทุนเพื่อพัฒนา AI ของประเทศมหาอำนาจ จะสร้างแรงหนุนต่อความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ต่อเนื่องในระยะยาว ขณะเดียวกัน สินค้าโภคภัณฑ์ยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน โดยไม่กระทบต่อโอกาสสร้างผลตอบแทนในภาพรวม ดังจะเห็นได้จากดัชนี Bloomberg Commodity Total Return ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเกือบ 14% ต่อปีนับตั้งแต่ปี 2564 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับดัชนีหุ้น S&P 500 และยังสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ในปี 2565 ท่ามกลางภาวะ Supply Shock ที่กดดันตลาดหุ้นทั่วโลกอย่างรุนแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...