คมนาคมให้ รฟท.เร่งเจรจา CP ปมยกเลิกสัญญาไฮสปีด 3 สนามบิน ครั้งที่ 2
วันนี้ (26 ส.ค.2569) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมแนวทางแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา ว่า มอบหมายให้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. เร่งเจรจากับ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ซึ่งเป็นเอกชนคู่สัญญา หลังบริษัททำหนังสือยืนยันเป็นครั้งที่ 2 เพื่อขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาร่วมทุน
ปัญหาสำคัญเกิดขึ้นหลังเอกชนเสนอให้ภาครัฐ ปรับรูปแบบการจ่ายเงิน จากเดิมที่เป็นการจ่ายเมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ เป็นรูปแบบ "สร้างไป จ่ายไป" ซึ่งภาครัฐเห็นว่า การปรับรูปแบบดังกล่าวในทางปฏิบัติ เป็นเรื่องที่ดำเนินการได้ยาก ภายใต้กรอบข้อตกลงและสัญญาเดิม
รัฐไม่เห็นด้วยยกเลิกสัญญา
กระทรวงคมนาคมระบุว่า การที่เอกชนยื่นความประสงค์ขอสิ้นสุดสัญญา สามารถดำเนินการได้ในฐานะการแสดงเจตจำนง แต่ไม่ได้หมายความว่า สัญญาจะสิ้นสุดลงได้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากการเลิกสัญญาต้องพิจารณาตามเงื่อนไขทางกฎหมาย
รมช.คมนาคม ระบุว่า การสิ้นสุดสัญญาตามกฎหมายมี 4 แนวทาง ได้แก่ การเลิกสัญญาโดยความยินยอมของทั้ง 2 ฝ่าย การเลิกสัญญาโดยปริยาย การเลิกสัญญาตามคำสั่งศาล และการที่ภาครัฐเป็นฝ่ายขอเลิกสัญญา ซึ่งขณะนี้ยังไม่เข้าข่ายเงื่อนไข ที่จะทำให้สัญญาสิ้นสุดลงได้
ดังนั้น ภาครัฐจึงต้องเดินหน้าเจรจาและพิจารณาทางเลือกต่าง ๆ ให้ครบถ้วนก่อน เพื่อหาทางออกที่คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ และผลกระทบต่อประชาชนเป็นสำคัญ
เร่งหาทางออก แอร์พอร์ต เรล ลิงก์
อีกประเด็นที่กระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญ คือการให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งสัญญาการเดินรถกำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ และเอกชนมีท่าทีว่าจะหยุดให้บริการ
รฟท.จึงได้รับมอบหมายให้เร่งเจรจากับเอกชน เพื่อขอให้เดินรถต่อไปก่อน ระหว่างที่กระบวนการเจรจา และพิจารณาสัญญาหลักยังไม่มีข้อยุติ โดยเป้าหมายสำคัญคือไม่ให้ประชาชนที่ใช้บริการได้รับผลกระทบหรือเกิดการหยุดชะงัก
หากเอกชนไม่สามารถเดินรถต่อได้ รฟท.จะต้องพิจารณาจัดหาผู้ให้บริการรายอื่น เข้ามาดำเนินการแทน โดยกระทรวงคมนาคมยืนยันว่า การให้บริการประชาชนต้องดำเนินต่อเนื่อง ส่วนประเด็นเรื่องการผิดสัญญาและค่าเสียหาย จะพิจารณาตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
เตรียมแยกงานก่อสร้าง ลดความเสี่ยงโครงการล่าช้า
นอกจากการเจรจาสัญญาหลักแล้ว กระทรวงคมนาคม ยังหารือถึงแนวทางนำงานก่อสร้างบางส่วน ที่เกี่ยวข้องกับโครงการอื่นกลับมาดำเนินการเอง หากงานดังกล่าวไม่จำเป็นต้องรอข้อสรุปของสัญญาหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้โครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเกิดความล่าช้า
หนึ่งในงานที่เกี่ยวข้องคือโครงสร้างพื้นฐาน ที่เชื่อมโยงกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เช่น สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง รวมถึงพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงกรุงเทพอภิวัฒน์-พญาไท
กระทรวงคมนาคมมองว่า หากงานเหล่านี้ยังคงถูกผูกไว้กับสัญญาหลักทั้งหมด อาจส่งผลให้การก่อสร้างในส่วนที่สามารถเดินหน้าต่อได้ต้องหยุดรอไปด้วย จึงมีแนวคิดเจรจาปรับลดขอบเขตงานบางส่วน เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อได้ โดยไม่กระทบต่อภาพรวมของโครงการ
เดินหน้าเจรจาทุกช่องทางก่อนเสนอ กพอ.
นายสิริพงศ์ ระบุว่า มอบหมายให้ รฟท.กลับไปเจรจากับคู่สัญญาโดยเร็ว เพื่อแสดงให้เห็นว่าภาครัฐพยายามดำเนินการเจรจา และหาทางออกอย่างครบถ้วนทุกช่องทาง ก่อนที่จะพิจารณาขั้นตอนต่อไป
หลังจากการเจรจาและรวบรวมแนวทางต่าง ๆ แล้ว จะเสนอผลและทางเลือกทั้งหมด ต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ กพอ. เพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไป
ขณะเดียวกัน ประเด็นสำคัญที่ภาครัฐย้ำคือ ต้องบริหารจัดการปัญหาสัญญา และโครงการควบคู่กับการรักษาการให้บริการประชาชน โดยเฉพาะแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งเป็นระบบขนส่งที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯ กับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และมีประชาชนใช้บริการเป็นประจำ
อ่านข่าว :
"ทนายอั๋น บุรีรัมย์" คนเขย่าบ้านใหญ่-ทวงเขากระโดง
อิหร่านปล่อยคลิปขู่สังหาร "บาร์รอน ทรัมป์" ตั้งค่าหัว 10 ล้านดอลลาร์
น้ำป่าถล่มชายแดนเนปาล-จีน คร่าแล้ว 17 ชีวิต สูญหายอีกหลายร้อย