โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แบน ‘พาราควอต-คลอร์ไพรีฟอส’ ชอบด้วยกฎหมาย Thai-PAN ย้ำ ทิศทางที่ดี คุ้มครองประโยชน์สาธารณะ

Thai PBS

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ศาลปกครองกลาง พิพากษา ชี้ชัด กระทรวงอุตสาหกรรม แบนสารเคมี ถูกต้องตามกระบวนการ ส่วนคำสั่งกรมวิชาการเกษตร ให้เอกชน ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ต้องรับผิดชอบค่าทำลายสารนั้น ศาลชี้ว่า เป็นคำสั่งมิชอบด้วยกฎหมาย สั่งจ่าย 116 ล.ให้เอกชน เปิดช่องอุทธรณ์ใน 30 วัน ด้าน Thai-PAN หวั่น คำพิพากษาให้รัฐชดเชยค่าเสียหายแก่ กลายเป็นเงื่อนไขให้หน่วยงานไม่กล้า ปกป้องประโยชน์สาธารณะ

วันนี้ (31 ก.ค. 2569) ศาลปกครองกลาง อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำ ส.12 / 2563 ระหว่าง บริษัท ซินเจนทา คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง กระทรวงอุตสาหกรรม (ผู้ถูกฟ้องที่ 1) , รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (ผู้ถูกฟ้องที่ 2), คณะกรรมการวัตถุอันตราย (ผู้ถูกฟ้องที่ 3), กรมวิชาการเกษตร (ผู้ถูกร้องที่ 4), อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (ผู้ถูกร้องที่ 5)

โดยมีมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ผู้ร้องสอดที่ 1 และมูลนิธิชีววิถี ผู้ร้องสอดที่ 2 ในนามเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ( Thai-PAN ) เข้าร่วมเป็นคู่ความฝ่ายที่3 เพื่อคัดค้านการเพิกถอนประกาศแบนสารพาราคอและคลอไพรีฟอส

สาระสำคัญของคดีนี้ เป็นการยื่นฟ้องโดยบริษัทผู้ประกอบการผลิตและนำเข้าเคมีทางการเกษตร เพื่อขอศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมเรื่องบัญชีรายชื่อวัตถุอันตรายฉบับที่ 6 ปี 2563 ซึ่งกำหนดให้พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 อันมีผลห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง

รวมทั้งขอให้เพิกถอนคำสั่งกรมวิชาการเกษตร ที่ 350/2563 เรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับวัตถุอันตรายชนิดที่ 4

ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN)

ภายหลังศาลอ่านคำพิพากษา ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN) เปิดเผยว่า คำวินิจฉัยของศาลปกครองกลาง กรณีกระทรวงอุตสาหกรรม แบนพาราควอตและคลอร์ไพรีฟอสชอบด้วยกฎหมาย ถูกต้องตามกระบวนการ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตุตสาหกรรม ขณะนั้นได้ลงนามออกประกาศโดยได้รับความเห็นชอบและมติของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นฐานในการออกคำสั่งฉบับนี้ จึงถือว่า ชอบโดยกฎหมายแล้ว

“ศาลอ้างอิงในส่วนของหลักระวังไว้ก่อน ทั้งในส่วนของกฎหมายวัตถุอันตรายและตามรัฐธรรมนูญ อันนี้ถือเป็นบรรทัดฐานที่น่าสนใจ เห็นว่าเมื่อศาลเอามาใช้พิจารณาอย่างแข็งแรง ถือเป็นทิศทางที่ดีและเป็นทิศทางสำคัญในการคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้การประกาศแบนศาลทั้ง 2 สาร มิได้เป็นผลจากการตัดสินใจของหน่วยงานรัฐเพียงลำพัง หากแต่เกิดขึ้นภายใต้กระบวนการนโยบายสาธารณะ ที่มีการรวบรวมหลักฐานทางวิชาการ การติดตามผลกระทบ และการมีส่วนร่วมของหน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการ บุคลากรทางการแพทย์ องค์กรผู้บริโภค เกษตรกร ภาคการเมือง และภาคประชาชนอย่างต่อเนื่องตลอดกว่าทศวรรษ”

ปรกชล อู๋ทรัพย์

ในขณะที่อีกคำร้องของเอกชน กรณีคำสั่งของกรมวิชาการเกษตร ที่กำหนดให้ผู้ผลิตและผู้นำเข้าต้องรับคืนสารพาราคอตและคลอร์ไพรีฟอส ภายหลังมีคำสั่งแบน กลับคืนจากร้านค้าและผู้ครอบครอง โดยให้รับผิดชอบค่าทำลายด้วยตัวเองนั้น ศาลเห็นว่า เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้กรมวิชาการเกษตร จ่าย 116 ล้านบาทให้เอกชน

กรณีนี้ผู้ประสานงานเครือข่าย Thai-PAN ยอมรับว่า มีความกังวล แม้กรมวิชาการเกษตรมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วัน แต่หากในท้ายที่สุดแล้ว รัฐโดยกรมวิชาการเกษตรต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย คือต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหายให้กับเอกชน โดยใช้ภาษีของประชาชน ในอนาคตอาจจะกลายเป็นเงื่อนไขที่ทำให้หน่วยงานรัฐ ไม่กล้าที่จะใช้อำนาจในการตัดสินใจที่จะยกเลิกศาลอันตรายไม่ว่าจะในทางการเกษตรอุตสาหกรรมหรือสาธารณสุขเพื่อเป็นการคุ้มครองประโยชน์ของสาธารณะ อันนี้ยอมรับกังวลอย่างมาก

“ในความเห็น จริง ๆ ถ้าเรายึดตามหลักของผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย และดูที่คำตัดสินในคำร้องแรก ศาลชี้ให้เห็นว่า เดิมที่เคยมีมาตรการจำกัดการใช้ 3 สาร ไม่สามารถการันตีว่า จะทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นหมดสิ้นไปได้ ดังนั้นการแบนพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ศาลเห็นว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเหมาะสม เมื่อมาเทียบกันกับสิ่งที่เกิดขึ้น คือการทำลายตัวผลิตภัณฑ์ที่คงเหลือ เทียบกับค่าใช้จ่ายที่ก่อนหน้านี้ ทั้งผู้บริโภค เกษตรกร และระบบสาธารณสุขของไทย คือจ่ายไปน่าจะเป็นสัดส่วนที่มากกว่าค่าทำลายที่เอกชนรับไป ดังนั้นส่วนตัวมองว่า เรื่องของความได้สัดส่วนของผลกระทบ กับหลักการผู้ประกอบมลพิษเป็นผู้จ่าย ควรจะมีการปรับแก้ในกฎหมายวัตถุอันตรายให้ครบถ้วน เพื่อที่หน่วยงานเองได้ตัดสินใจใช้มาตรการแบบนี้ได้อย่างมั่นใจ และไม่ก่อให้เกิดผลกระทบภายหลัง จึงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกฎหมายวัตถุอันตราย ให้เป็นไปอย่างครอบคลุม เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของสาธารณะ และเป็นการปกป้องหน่วยงานรัฐในการที่จะใช้อำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายด้วย

ปรกชล อู๋ทรัพย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ชายไร้บ้านเพลินจิตถูกอ้างเป็นอดีตกัปตัน Philippine Airlines สายการบินยืนยัน “ตัวจริงยังปฏิบัติงานอยู่”

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โพสต์อ้าง “สส.รอมฎอน” ชี้ “BRN ไม่ผิด รัฐไม่มีสิทธิ์จับกุม” หลังเหตุลอบยิงทหารพราน ตรวจสอบแล้วถูกบิดเบือนคำพูดสร้างข่าวปลอม

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สธ. เคลียร์ปมข้อมูล ‘หมอพร้อม’ ไม่ตรง ชี้ Human Error ยันไร้ทุจริตเบิกจ่าย

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ที่นอนหลักร้อย สู่ความเสียหายหลักล้าน ถอดบทเรียนกลโกง “ภารกิจหลอกโอนเงิน” ที่ยังระบาดไม่หยุด

6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...