โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

'กาแฟพันธุ์ไทย' ขอขึ้นเบอร์ 3 ชี้คนไทยนิยมสั่งกาแฟดื่มที่บ้าน มั่นใจรายได้ปีนี้โต 120%

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ก.ย 2565 เวลา 04.56 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2565 เวลา 04.53 น.

‘กาแฟพันธุ์ไทย’ ขอขึ้นเบอร์ 3 -ขยาย 1,500 สาขาภายปี66 ชี้คนไทยนิยมสั่งกาแฟดื่มที่บ้าน มั่นใจรายได้ปีนี้โต 120%

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด(มหาชน) หรือ พีทีจี เปิดเผยถึงภาพรวมของธุรกิจร้านกาแฟในประเทศไทย ว่า จากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2563-2564) เพราะผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ตลาดกาแฟนอกบ้านเติบโตขึ้นเล็กน้อย ด้วยพฤติกรรมการบริโภคกาแฟที่เปลี่ยนไป คนทำงานอยู่ที่บ้านมากขึ้น กังวลกับการใช้ชีวิตนอกบ้าน แต่กลับกันด้วยปัจจัยดังกล่าวเองก็ทำให้ธุรกิจดิลิเวอรี่ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด ทำให้บรรดาผู้เล่นแต่ละรายต่างปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภค ซึ่งทางกาแฟพันธุ์ไทยเองได้มีการปรับกลยุทธ์ขยายสาขานอกสถานีบริการน้ำมัน เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงร้านกาแฟพันธุ์ไทยได้ง่าย และเน้นการทำการตลาดผ่านช่องทางดิลิเวอรี่ เพื่อตอบโจทย์ไลฟสไตล์ของลูกค้าในช่วงที่ลูกค้าได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา

“ในช่วง 2 เดือนแรกของไตรมาที่ 3/2565 บริษัทฯ สามารถทำรายได้กว่า 230 บวกกับครึ่งแรกของปี 2565 บริษัทฯ สามารถทำรายได้จากธุรกิจกาแฟได้กว่า 480 ล้านบาท หรือตลอด 8 เดือน (มกราคม-สิงหาคม 2565) สร้างรายได้กว่า 710 ล้านบาท และคาดว่าทั้งปี 2565 จะเติบขึ้นอีก 120% บริษัทฯ จึงมั่นใจและตั้งเป้าหมายเป็นแบรนด์ร้านกาแฟอันดับที่ 3 ของไทย ภายในปี 2566 และคาดการณ์ว่าจะขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 ได้ภายใน 3-4 ปีหลังจากนั้นต่อไป”นายพิทักษ์กล่าว

จากผลประกอบการของบริษัทฯ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด เป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ 4 ด้าน ดังนี้ 1.การขยายสาขาทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมัน เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการให้บริการให้ครอบคลุม และให้สามารถรองรับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายและง่ายในการเข้าถึงลูกค้าของกาแฟพันธุ์ไทยมากขึ้น ในอนาคต กาแฟพันธุ์ไทยจะมุ่งเน้นในการขยายสาขาโดยการขายแฟรนไชส์ ด้วยรูปแบบการลงทุนที่หลากหลายโมเดล เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละทำเลพื้นที่ และงบประมาณการลงทุน ปัจจุบัน ร้านกาแฟพันธุ์ไทยมีสาขาเปิดให้บริการกว่า 500 สาขา มีสัดส่วนของสาขาที่ยู่ในสถานีบริการน้ำมัน 70% สาขานอกสถานีบริการน้ำมันอีก 30% ซึ่งภายในปี 2566 บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายสาขาให้ครบ 1,500 สาขาทั่วประเทศ โดยเปิดรับแฟรนไชส์รายใหม่ๆ โดยลงทุนเริ่มต้นเพียง 1.25 ล้านบาท/สาขา เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเป็นเจ้าของร้านกาแฟพันธุ์ไทยได้ง่ายๆ อีกด้วย

2.การออกสินค้าใหม่ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์แตกต่างจากคู่แข่ง โดยชูวัตถุดิบของไทยรสชาติดี และหาทานได้ยาก มาทำเป็นเครื่องดื่ม ทั้งน้ำตาลดอกมะพร้าวจากอัมพวา จ.สมุทรสงคราม ตาลโตนดจาก อ.สทิงพระ จ.สงขลา ส้มมะปี๊ด จาก จ.จันทบุรี และสินค้าใหม่ล่าสุดอย่าง “ไทยดีเสริฐ” ขนมไทยดื่มได้ ที่ใช้วัตถุดิบ ลอดช่อง จาก จ.เชียงใหม่ และฝอยทองจากอยุธยา นอกจากจะเป็นการสร้างความน่าสนใจของสินค้าของทางพันธุ์ไทยแล้ว บริษัทฯ ยังมุ่งเน้นและตั้งใจสนับสนุนชุมชน และเกษตรกร ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างงาน สร้างอาชีพให้ชุมชนและเกษตรกร ให้ “อยู่ดีมีสุข” และเติบโตอย่างยั่งยืน

3.การวางกลยุทธ์ทางการตลาดและการสื่อสารแบรนด์ผ่านช่องทางดิลิเวอรี่ โดยเน้นความสะดวกการเข้าถึงของลูกค้า เพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ และการมองเห็นของแบรนด์ให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่งผลในปี 2564 ที่ผ่านมายอดขายผ่านช่องทางดิลิเวอรี่เติบโตมากขึ้นถึง 4 เท่า

4.การนำข้อมูลลูกค้าจากบัตรสมาชิก Max Card และ Max Card Plus ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกมากกว่า 17 ล้านคนทั่วประเทศ มาเป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพิ่มยอดขาย และเพิ่มทั้งความถี่ของการเข้ามาใช้บริการในร้านกาแฟพันธุ์ไทยให้เพิ่มมากขึ้น

ด้าน น.ส.บุณย์ญานุช บุญบำรุงทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านแบรนด์ดิ้ง กาแฟพันธุ์ไทย กล่าวว่า ในครึ่งปีหลังนี้เราจะ refresh แบรนด์ใหม่ ผ่านวิสัยทัศน์ของแบรนด์ที่เปรียบเสมือนเป็น “ดาวเหนือ” ในการทำให้แบรนด์กาแฟพันธุ์ไทย เป็นแบรนด์กาแฟของ “คนไทยพันธุ์ใหม่” ที่มีความกล้าคิด กล้าทำ ในสิ่งใหม่ๆ รวมไปถึงการใช้ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ ซึ่งเราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าความกล้าที่จะคิดรวมถึงการใช้ชีวิตนอกกรอบ จะสามารถช่วยสร้างสรรค์สิ่งดีๆ และมุมมองใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเราอย่างแน่นอน ซึ่งสุดท้ายนี้ภารกิจของเราคือการเปิดและสร้างสรรค์โอกาสให้คนผู้คนที่อยากแสดงศักยภาพความเป็นคนไทยพันธุ์ใหม่ให้เกิดขึ้นกับแบรนด์กาแฟพันธุ์ไทย

ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสครบ 10 ปี กาแฟพันธุ์ไทย ได้ทุ่มงบกว่า 20 ล้านบาท ส่งแคมเปญ “เวลาเป็นไท”แคมเปญที่ได้ใจ “คนทำงาน” ในหลากหลายอาชีพ ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสกับแคมเปญ อาทิ การสนับสนุนให้เวลาเป็นไทของพนักงานออฟฟิศ ชวนมาพักผ่อนด้วยการดื่มกาแฟในช่วงเวลาเป็นไท ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก 3 พาร์ทเนอร์ ได้แก่ AP Thailand, SEAC และ Shopee Food ในการร่วมแคมเปญเพื่อมอบเวลาเป็นไทกับพนักงานทุกคน

พร้อมเตรียมยกทัพ “คาราวานพันธุ์ไทย” ส่งมอบเครื่องดื่มคุณภาพจากร้านกาแฟพันธุ์ไทยเพื่อเป็นการขอบคุณบริษัทพาร์ทเนอร์ และมอบรางวัลในช่วงเวลาเป็นไทให้แก่พนักงานทุกท่าน รวมถึงการเปิดอิสระในการสร้างอาชีพให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าธุรกิจร้านกาแฟพันธุ์ไทยได้ด้วยตัวเอง พร้อมกับส่งโปรโมชั่นฉลองครบรอบ 10 ปี ในช่วง “เวลาเป็นไท” ตั้งแต่วันที่19 กันยายนเป็นต้นไป สั่งเครื่องดื่มจากร้านกาแฟพันธุ์ไทยแก้วที่ 2 ได้ในราคาเพียง 10 บาทเท่านั้น (เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯกำหนด) พร้อมโปรโมชั่นพิเศษอีกมากมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...