หันปลูกข้าวอินทรีย์ ฝนตกน้ำขังแปลงนา เร่งตัดต้น-หว่านปุ๋ย เพิ่มผลผลิต-คุณภาพ
สุรินทร์ หันมาทำนาแบบเกษตรอินทรีย์ ช่วงนี้ฝนตกน้ำขังแปลงนา เกษตรกรเมืองช้าง เร่งตัดใบข้าว เตรียมหว่านปุ๋ย เพิ่มผลผลิตและคุณภาพข้าวหอมมะลิ สร้างสมดุลระบบนิเวศ
23 ส.ค. 65 - ช่วงนี้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้มีน้ำท่วมขังในแปลงนา เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ที่ปลูกข้าวหอมมะลิเป็นหลัก
ต่างเร่งตัดต้นข้าว เพื่อเตรียมหว่านปุ๋ย เร่งการเจริญเติบโตของต้นข้าว และลดการเติบโตของต้นหญ้าที่อยู่ในแปลงนา สามารถเพิ่มผลผลิตเมล็ดข้าวให้กับเกษตรกรได้เป็นจำนวนมากขึ้น
ส่วนปลายข้าวที่ถูกตัดออกก็ปล่อยทิ้งให้เน่าเ พื่อเป็นปุ๋ยให้กับต้นข้าวในนาต่อไป หรือบางรายก็เก็บนำไปให้วัว-ควาย ที่เลี้ยงไว้กิน
ปัจจุบันชาวนาได้หันมาใช้ปุ๋ยแบบเกษตรอินทรีย์ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี เพื่อให้ได้ข้าวหอมมะลิที่มีคุณภาพ รวมถึงเป็นการสร้างระบบนิเวศให้กับสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามทุ่งนา โดยเฉพาะ กุ้ง หอย ปู ปลา ที่ทุกวันนี้เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นในแปลงนาข้าว
นายพิรุณ อุ่นศรี เกษตรกรและนักจัดรายการวิทยุ บ้านหลักวอ ม.11 ต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ บอกว่า ตนมีที่อยู่ 6 ไร่ แบ่งทำกระท่อมและปลูกพืชผัก 1 ไร่ เหลือไว้ทำนา 5 ไร่ หลังจากช่วงนี้ฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวัน ทำให้ใบข้าวเริ่มเยอะ จึงกลัวต้นข้าวล้มตอนช่วงออกร่วง
ซึ่งต้องตัดเฉพาะใบออก แต่ไม่ได้ตัดจนถึงคอข้าว ตัดส่วนใบและต้องให้ต้นข้าวโผล่พ้นน้ำ การตัดต้นข้าวยังป้องกันแมลงที่แอบอยู่ตามใบข้าวได้อีกด้วย เมื่อตัดแล้วก็จะปล่อยไว้ให้เป็นปุ๋ยตามธรรมชาติ และจะใช้ปุ๋ยซึ่งเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่เราทำไว้เองมาฉีดพ้น
ปัจจุบันคนหันใช้ปุ๋ยอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมีกันเยอะ เพื่อลดต้นทุนการทำนาและเพื่อสุขภาพของเราด้วย ผลที่ได้ยังรวมไปถึงในเรื่องระบบนิเวศด้วย ตอนนี้ในนาตนมีทุกอย่าง กุ้ง หอย ปู ปลา กลับมากันครบ เมื่อก่อนหาไม่มีแต่ตอนนี้ปูเจาะรูอยู่ตามคันนากันเต็มและรวมถึงพวกไส้เดือนด้วย
ส่วนประโยชน์ของการตัดต้นข้าวอีกอย่างก็คือทำให้พวกต้นหญ้าลดลงด้วย เพราะต้นข้าวเมื่อถูกตัดแล้วจะเจริญเติบโตไวกว่าหญ้า