“ดาวโจนส์” ปิดลบ 63 จุด กังวลเจรจา “สหรัฐ-อิหร่าน” ชะงัก ดันน้ำมันพุ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายเมื่อคืนวันจันทร์ (27 เม.ย.69) ในลักษณะผสม โดยดัชนีหลักเคลื่อนไหวต่างทิศทาง ท่ามกลางแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะเดียวกันยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,167.79 จุด ลดลง 62.92 จุด หรือ -0.13% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,173.91 จุด เพิ่มขึ้น 8.83 จุด หรือ +0.12% และดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 24,887.10 จุด เพิ่มขึ้น 50.50 จุด หรือ +0.20%
ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq Composite ปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกระแสการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นของตลาดถูกจำกัดจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า
ด้านความเคลื่อนไหวทางการเมืองประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยกเลิกแผนส่งทูตพิเศษเพื่อหารือเกี่ยวกับการหยุดยิงที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน โดยระบุว่า สามารถเจรจาผ่านทางโทรศัพท์ได้ ขณะที่ฝั่งอิหร่านยืนยันว่า ยังไม่มีการกำหนดการเจรจาระหว่างสองประเทศ
ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นจากภาวะชะงักงันในการคลี่คลายความตึงเครียด โดยน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปรับขึ้นราว 2% เคลื่อนไหวเหนือระดับ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) เพิ่มขึ้นราว 2% เคลื่อนไหวเหนือระดับ 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ในเชิงหุ้นรายตัว Nokia ได้แรงหนุนจากกระแส AI หลังรายงานรายได้จากลูกค้ากลุ่ม AI และคลาวด์เติบโต 49% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโต ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งทำสถิติสูงสุดในรอบ 16 ปี
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ในสัปดาห์นี้ รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ในสัปดาห์นี้ ซึ่งตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย โดยถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางการเงินและตลาดในระยะถัดไป