ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนแห่งใหม่
วันที่ 22 มี.ค. 69 เวลา 17.57 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ณ มูลนิธิพระดาบส เลขที่ 99/9 หมู่ 14 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี/ประธานคณะกรรมการมูลนิธิพระดาบส พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี/กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และคณะกรรมการมูลนิธิพระดาบส เฝ้าฯ รับเสด็จ
การนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธนวราชบพิตร ทรงศีล พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี/กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรทิพย์ พุกผาสุข กรรมการและประธานคณะกรรมการจัดหาทุนมูลนิธิพระดาบส เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตร แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
จากนั้น พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี/ประธานคณะกรรมการมูลนิธิพระดาบส กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมา และกิจการมูลนิธิพระดาบส ซึ่งเกิดขึ้นตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้จัดตั้งโครงการพระดาบสขึ้นเมื่อปี 2518 โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนประเดิมในการดำเนินโครงการ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นมูลนิธิพระดาบส เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2533
ปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่งองค์ประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งองค์รองประธานกรรมการกิตติมศักดิ์
จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังแท่นพิธี ทรงกดปุ่มไฟฟ้าเปิดแพรคลุมป้าย "มูลนิธิพระดาบส" ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก และพระราชทานเข็มที่ระลึกมูลนิธิพระดาบสแก่ผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารมูลนิธิพระดาบสและโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ตามลำดับ เสร็จแล้วเสด็จฯ ไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ เสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังบริเวณที่ปลูกต้นไม้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงปลูกต้นรวงผึ้ง
ต่อมา เสด็จฯ ไปยังอาคารมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ทอดพระเนตรโมเดลจำลองมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ และทอดพระเนตรวีดิทัศน์ ทอดพระเนตรนิทรรศการมูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ประกอบด้วย 49 ปี กับการพัฒนามูลนิธิพระดาบส ความเป็นมาของโรงเรียนลูกพระดาบส สมุทรปราการ และความเป็นมาของโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ กับทอดพระเนตรการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนพระดาบส หลักสูตร 1 ปี
สมควรแก่เวลา เสด็จออกจากบริเวณจัดนิทรรศการฯ ไปยังห้องประทับรับรอง ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก และทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี คณะกรรมการมูลนิธิพระดาบส ผู้บริหาร ผู้ให้การสนับสนุนการก่อสร้างอาคารฯ และผู้มีอุปการคุณ ตามลำดับ
มูลนิธิพระดาบส และโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ เดิมตั้งอยู่ที่ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ต่อมาได้ย้ายมาที่ทำการแห่งใหม่ตั้งแต่ปี 2564 ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่ 99/9 หมู่ที่ 14 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีเนื้อที่ 15 ไร่ 2 งาน 87.5 ตารางวา ประกอบด้วยอาคาร จำนวน 10 หลัง พร้อมสนามกีฬา เนื้อที่ 2,500 ตารางเมตร ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนลูกพระดาบส เพื่อรองรับการเพิ่มของจำนวนนักเรียนผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาและขาดแคลนทุนทรัพย์ให้มีโอกาสทางการศึกษามากขึ้น
ปัจจุบันโรงเรียนพระดาบสมีนักเรียนจบการศึกษาแล้ว 61 รุ่น จำนวน 3,778 คน ซึ่งเปิดการเรียนการสอนวิชาชีพระดับ “ประกาศนียบัตรพระดาบส” หลักสูตร 1 ปี ใน 9 สาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย หลักสูตรวิชาชีพช่างไฟฟ้า ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างยนต์ การเกษตรพอเพียง ช่างซ่อมบำรุง เคหบริบาล ช่างไม้เครื่องเรือนและช่างสีอาคาร ช่างเชื่อม และช่างก่อสร้าง
โดยมูลนิธิ ฯ ได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาดำเนินการในการให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษาและขาดแคลนทุนทรัพย์ หากแต่มีความใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษา และเพียรพยายามอย่างแท้จริง ให้ได้ศึกษาเล่าเรียนวิชาชีพต่าง ๆ ในเชิงประสบการณ์จริง เพื่อให้มีความรู้ความสามารถพัฒนาระดับความรู้ด้านวิชาชีพและฝึกอบรมศีลธรรมในลักษณะโรงเรียนประจำ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตร 1 ปี เพื่อให้นำความรู้ที่ได้รับไปประกอบอาชีพ เลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้ กับสร้างคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืนต่อไป
นางสาวโนรีอาลียา มะสารี นักเรียนรุ่นที่ 48 สายวิชาชีพระดับ “ประกาศนียบัตรพระดาบส” หลักสูตร 1 ปี สาขาเคหบริบาล ซึ่งได้เดินทางมาจาก จ.นราธิวาส เพื่อมาศึกษาหลักสูตรการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ด้วยความหวังที่อยากจะช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายของครอบครัว เพราะเป็นหลักสูตรประจำที่ศึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งในเดือนหน้านี้เธอก็จะสำเร็จหลักสูตรวิชาชีพเคหบริบาล และจะนำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปสมัครดูแลผู้สูงอายุตามศูนย์ต่างๆ เพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัวอีกทางหนึ่ง