‘มิลลิ’ แบกความกดดัน สู้ยิบตา ย้ำขอแร็ปไปจนตาย -ติ่งเบอร์แรงดีใจ BTS คัมแบ๊ก
กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาคนไทยภาคภูมิใจไปตามๆ กัน สำหรับแร็ปเปอร์สาวร่างเล็กแต่พลังล้นอย่าง “มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล” ที่เพิ่งไปประกาศศักดาโชว์สกิลการแร็ปขั้นเทพบนเวทีรายการฮิปฮอปชื่อดังระดับโลกอย่าง "Show Me The Money 12" จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกโซเชียล
ล่าสุดในงาน "MILLI x JETTS FITNESS: MOVE LIKE A HEAVYWEIGHT 2026" มิลลิได้ออกมาเปิดใจถึงเบื้องหลังการทำงานสุดหิน โดยยอมรับว่าการต้องไปยืนอยู่ในฐานะแร็ปเปอร์หญิงเพียงคนเดียวไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
มิลลิ เผยว่า “จะให้พูดถึงช่วงสุดท้ายของรายการ Show Me The Money Thailand 12 ก็เครียดค่ะ กังวล ตื่นเต้น ตื่นตัว กดดัน มีความสุข เศร้า ร้องไห้ หัวเราะ เป็นบ้า (หัวเราะ) คือมันเครียดมากเพราะมันต้องโชว์หลายอย่างในเวลาเดียวกัน ถามว่ารายการนี้มันให้อะไรเพราะเราก็เป็นผู้หญิงคนเดียวในรายการ คือให้การเคารพตัวเองมากขึ้น ภูมิใจในตัวเองมากขึ้น และยอมรับในตัวเองมากขึ้น คือเราทำได้จริงๆ ในสิ่งที่เราอยากทำ แล้วรู้สึกมั่นใจขึ้นมาอีกว่าเราจะทำอาชีพนี้ไปตลอดชีวิต จนกว่าจะตาย จนกว่าจะแร็ปไม่ได้ หนูรู้สึกรักมิวสิกขึ้นอีก รู้สึกรักการทำเพลงขึ้นอีก
รู้สึกแฮปปี้ที่ได้เข้าไปอยู่ในคอมมูนิตี้ฮิปฮอปที่เขาชอบเพลงเหมือนเรา คนอายุเท่ากันมากขึ้น ได้เจอเพื่อนเยอะขึ้น และรู้สึกเข้าใจตัวเองมากขึ้นเยอะขึ้น แล้วได้เจอแฟนบอย แฟนเกิร์ล เยอะไปหมด แล้วสิ่งที่หนูดีใจที่สุดก็คืออยู่ที่ไทยคนไทยชมว่าเราเก่ง แต่พอที่โน่นเขาชมว่าหนูสวย อยากให้โฟกัสที่ความสามารถเราหน่อย (หัวเราะ) คือที่โน่นเขาชูตเรา ก็รู้สึกดีใจค่ะ เขาอาจจะไม่ค่อยได้เจอคนผิวแทน ซึ่งเราผิวแทนจริงนะคะไม่ได้พอก ถามว่าคาดหวังอย่างไรบ้าง ก็คาดหวังให้มีชีวิตรอดอยู่ไปเรื่อยๆ ทั้งงานในไทย คืออยากทำทุกอย่างให้มันออกมาได้ดีที่สุด แล้วที่คาดหวังกับตัวเองคือการจัดสรรแบ่งเวลาให้มันออกมาได้ดีที่สุดเท่านั้นเลย
ถามว่ากดดันไหมก็กดดันมากค่ะ ศิลปินส่วนใหญ่อาจจะบอกว่าไม่แคร์ แต่มิลลิแคร์มากๆ เลยค่ะ ดีใจที่ทุกคนชม แต่คำชมทุกคนก็เป็นแรงกดดันเหมือนกัน มันก็ดีมากๆ หนูจะได้ดันตัวเองขึ้นไปอีก แต่อีกแง่หนึ่งมันก็ซัฟเฟอร์ อันนี้หนูต้องไปจัดการกับความรู้สึกของตัวเอง ซึ่งหนูอายุ 23 เนาะ อาจจะยังจัดการกับความรู้สึกตัวเองไม่ค่อยดีนัก แต่ก็พยายามทำอยู่ค่ะ
ล่าสุดบีทีเอสคัมแบ๊กแล้ว ก็ฟังผ่านๆ แล้วค่ะ คือยังไม่มีเวลาโฟกัสเลย อยากตั้งใจฟังจริงๆ ก็เลยยังเลือกที่จะกดเข้าไปดู แต่ดูในทวิตตลอด ก็ดีใจค่ะ ได้ยินแว่วๆ ว่าเขากลับมาแล้วแบบสุดพลัง ก็อยากกลับไปนั่งฟังค่ะ แต่อยากมีสตินั่งฟัง ยิ้มๆ คนเดียว จะนั่งและตั้งใจฟังค่ะว่าสิ่งที่เขาต้องการจะสื่อเขาจะสื่ออะไรถึงเรา แต่การที่ได้ฟังผ่านๆ ก็เห็นภาพคือยิ่งใหญ่มาก คือถ้าความจริงเราว่างก็อยากจะอยู่ในนั้นแหละค่ะ”