โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิจัยเผย ‘น้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสี’ ฟุกุชิมะ จ่อกระทบทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกใน 10 ปี

Xinhua

เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2564 เวลา 07.21 น.
(แฟ้มภาพซินหัว : ถังกักเก็บน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีในโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ ในจังหวัดฟุกุชิมะของญี่ปุ่น วันที่ 12 ต.ค. 2017)

ปักกิ่ง, 3 ธ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อไม่นานนี้ คณะนักวิทยาศาสตร์จีนร่างแบบจำลองคาดการณ์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั่วโลกจากการปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีในจังหวัดฟุกุชิมะของญี่ปุ่น โดยชี้ว่าน้ำที่ปนเปื้อนอาจแพร่กระจายไปทั่วมหาสมุทรแปซิฟิกภายใน 10 ปี หากมีการปล่อยลงสู่ทะเล

ผลการศึกษาที่เผยแพร่ทางออนไลน์ในวารสารเนเชอรัล ไซแอนซ์ รีวิว (National Science Review) ซึ่งมีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตรวจสอบ พบว่าสารพิษจะกระจายครอบคลุมมหาสมุทรแปซิฟิกแทบทั้งหมดใน 3,600 วัน หลังการปล่อยน้ำปนเปื้อน

ขณะเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศเมื่อเดือนเมษายนว่าญี่ปุ่นจะเริ่มปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2023

คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิงหัวของจีน ซึ่งนำโดยจางเจี้ยนหมินและหูเจิ้นจง จำลองกระบวนการแพร่กระจายของธาตุกัมมันตรังสีและพบว่าสารพิษในน้ำที่ปนเปื้อนอาจส่งผลกระทบต่อชายฝั่งของจีนใน 240 วัน หลังการปล่อยน้ำ

ผลการศึกษาระบุว่าน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจะกระจายไปเกือบทั่วภูมิภาคแปซิฟิกเหนือใน 1,200 วัน ก่อนจะกระจายไปทางทิศใต้สู่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้และมหาสมุทรอินเดีย

นอกจากนั้น ผลการศึกษายังพบว่าธาตุกัมมันตรังสีจะก่อให้เกิดความกังวลใกล้อเมริกาเหนือในท้ายที่สุด โดยจะปนเปื้อนชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ อย่างเห็นได้ชัดใน 2,400 วัน

อนึ่ง จีนได้แสดงความกังวลอย่างจริงจังเกี่ยวกับการตัดสินใจของญี่ปุ่นเพื่อปล่อยน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีจากโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ พร้อมเรียกร้องให้ญี่ปุ่นใช้แนวทางที่เปิดกว้าง โปร่งใส และมีความรับผิดชอบเพื่อจัดการกับน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีของประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...