ยูโอบี มองปรับชำระขั้นต่ำ 8% กระทบลูกค้าบัตรเครดิต 2.4 ล้านใบ
ยูโอบี ชี้ปรับชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตจาก 5% เป็น 8%กระทบลูกค้า 10% ของพอร์ตกว่า 2.4 ล้านใบ เร่งหามาตรการช่วยเหลือ พร้อมผนึกกำลัง 5 พาร์ตเนอร์เปิดตัวบัตรเครดิต Co brand จับลูกค้ากลุ่มกลาง-บน หนุนการเติบโตภาพรวม 15% ในปี 2567
นายยุทธชัย เตยะราชกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ Head of Personal Financial Services ธนาคารยูโอบี เปิดเผยว่า กรณีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีนโยบายปรับชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตจาก 5% เป็น 8% ในปี 2567 นั้น จะทำให้ลูกค้ายูโอบีราว 10% จากพอร์ตฯ บัตรเครดิตได้รับผลกระทบ
เบื้องต้น ธนาคารได้หารือกับ ธปท. ในส่วนของมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ โดยจะโอนวงเงินบัตรเครดิตเป็นสินเชื่อผ่อนชำระเป็นงวดที่น้อยลง ซึ่งจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
“ปัจจุบัน ยูโอบี มีลูกค้าที่ผ่อนชำระขั้นต่ำ 20% ของพอร์ตฯ และที่เหลือเป็นกลุ่มชำระเต็ม ดังนั้น การปรับชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% ต่อปี อาจมีลูกค้าที่กระทบบ้าง แต่ไม่เยอะมาก เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม Upper Income หรือมากกว่า 50% ของฐานลูกค้าบัตรเครดิต 2.4 ล้านใบเป็นกลุ่มรายได้ 3-5 หมื่นบาทต่อเดือน
ส่วนลูกค้าที่มีปัญหาในการผ่อนชำระได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 มาแล้ว ทำให้จำนวนลูกค้าที่เข้าโครงการช่วยเหลือลดลง ขณะที่คุณภาพสินเชื่อค่อนข้างดี ปัจจุบันมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่อยู่ 2.7%”
นางสาวสุพรทิพย์ พงศาชำนาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Head of Card Business ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตยังคงมีการแข่งขันที่รุนแรง โดยในปี 2567 น่าจะขยายตัวราวๆ 8-10% ในส่วนของ ยูโอบี ยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
หลังเข้าซื้อกิจการธนาคารลูกค้ารายย่อยของซิตี้กรุ๊ปเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารมีจำนวนลูกค้ารายย่อย 8 ล้านรายทั่วภูมิภาคอาเซียน และในไทยเพิ่มขึ้น 2.4 ล้านคน ขึ้นเป็นอันดับ 3 ของธุรกิจบัตรเครดิตในไทย และในปี 2567 ทางธนาคารตั้งเป้าเติบโตยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 15%
“ยอด spending ผ่านบัตรเครดิตของ ยูโอบี เมื่อเทียบกับตลาดนับว่ามีโมเมนตัมที่แข็งแรงมาก หลังเข้าซื้อกิจกรรมของซิตี้กรุ๊ป โดยมียอดใช้จ่ายเติบโตดับเบิลดิจิต ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าตลาด ส่วนหนึ่งเพราะลูกค้าของยูโอบี และ ซิตี้กรุ๊ป ไม่ใช่กลุ่มแมส แต่โฟกัสที่กลุ่มกลางและบนซึ่งมียอดการใช้จ่ายสูง
ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรเครดิตการ์ดของ UOB ราว 2.4 ล้านใบ เบื้องต้น ทางธนาคารตั้งเป้าหมายการเติบโตปี 2567 ผ่านบัตรเครดิต Co brand อีก 15%
ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า หนึ่งในเป้าหมายของยูโอบีคือการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ โดยปกติแล้วบัตรเครดิตจะมี 2 แบบคือ Core Bank Card ทั่วไป ที่แต่ละใบจะตอบโจทย์ตามแต่ละไลฟ์สไตล์ของลูกค้า
แต่ขณะเดียวกันธนาคารก็มีพันธมิตรที่ต้องการให้ธนาคารหา product Solution ที่สามารถเพิ่ม Brand Loyalty ให้กับ Partnerแต่ละราย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ลูกค้าจะได้จากความหลากหลายของสิทธิประโยชน์ของแต่ละร้านค้าก็จะสร้าง Brand Loyalty ให้กับ partner ในการซื้อซ้ำ
ล่าสุด ธนาคารได้เปิดตัวบัตรเครดิต Co brand ร่วมกับ 5 แบรนด์ชั้นนำ ได้แก่ แกร็บ ลาซาด้า แม็คโคร เมอร์เซเดส-เบนซ์ และไทยรอยัล ออร์คิด พลัส ตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม และทำให้ ยูโอบี มีความแตกต่างในตลาดอย่างมีจุดยืนที่เด่นชัด
บัตร UOB Grab เพื่อการใช้ชีวิตแบบคนเมือง
บัตร UOB Grab ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองยุคใหม่ที่สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทเกือบจะในทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน อาทิ การชำระเงิน การแชร์รถ และการสั่งอาหาร ที่ผ่านมาผู้ถือบัตรยูโอบีมีการทำธุรกรรมบน Grab เกือบหนึ่งล้านรายการในแต่ละเดือน
บัตร UOB Grab ใบนี้จะนำเสนอบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบดิจิทัลอย่างราบรื่น และมอบสิทธิประโยชน์เหนือระดับและความสะดวกสบายให้กับผู้ถือบัตร
บัตร UOB Lazada เพื่อนักช้อปออนไลน์ตัวยง
การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของผู้ถือบัตรยูโอบีในการซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 37 ในปี 2566 ความร่วมมือกับ Lazada แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของยูโอบีในการมอบด้านโซลูชันทางการเงินที่ออกแบบตามความชอบของลูกค้าที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มมากขึ้น จากการซื้อสินค้าออนไลน์
ผู้ถือบัตร UOB Lazada จะได้รับคะแนนสะสมเพิ่มขึ้น 10 เท่าเมื่อซื้อสินค้าในลาซาด้า และรับคะแนนโบนัส 30 เท่าในเดือนเกิด และข้อเสนอที่ดีที่สุดในช่วงเมกะแคมเปญของลาซาด้า บัตร UOB Lazada ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เป็นนักช้อปออนไลน์ตัวยง
บัตร UOB Makro สำหรับนักช้อปที่มองหาความคุ้มค่า
จากผลการศึกษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอาเซียนปี 2566 พบว่าร้อยละ 30 ของคนไทยมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการซื้อของใช้ที่จำเป็น
บัตร UOB Makro จึงตอบโจทย์สำหรับผู้ประกอบการและลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าในการจับจ่ายโดยมอบคะแนนสะสมสำหรับการซื้อทุกครั้ง ซึ่งสามารถแลกบัตรกำนัลแม็คโครหรือแลกรับเงินคืนจากยอดซื้อที่แม็คโคร
บัตร UOB Mercedes สำหรับคนที่ชื่นชอบความหรูหรา
การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของยูโอบีมากกว่าร้อยละ 40 มาจากลูกค้าที่มีรายได้ค่อนข้างสูง บัตร UOB Mercedes จึงได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหรา
โดยเฉพาะความหรูหราแห่งยานยนต์ บัตรใบนี้มอบสิทธิประโยชน์พิเศษ อาทิ ส่วนลดจากตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ และการสะสมคะแนนคูณ 8 เมื่อจองรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ และคะแนนคูณ 2 เมื่อใช้จ่ายในหมวดอื่นๆ
บัตรยูโอบี ไทย รอยัล ออร์คิด พลัส (UOB ROP) สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง
ในปี 2566 การใช้จ่ายในหมวดการเดินทางของบัตรเครดิตยูโอบีมีสัดส่วนค่อนข้างสูง โดยมียอดใช้จ่ายตั๋วเครื่องบิน คิดเป็นร้อยละ 37 ของยอดใช้จ่ายผ่านบัตร
บัตรเครดิต UOB ROP จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อนักเดินทางที่ต้องเดินทางเป็นประจำ พร้อมมอบสิทธิประโยชน์สุดพิเศษ เช่น การได้รับสถานะสมาชิกบัตรทองอย่างรวดเร็วในโปรแกรมรอยัล ออร์คิด พลัส และการแปลงการใช้จ่ายเป็นไมล์สายการบินที่คุ้มค่า
“ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ ยูโอบี สามารถมอบบริการทางการเงินที่หลากหลายเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และความสนใจของลูกค้าที่แตกต่างกัน และไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว แต่ครอบคลุมถึงภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นสิ่งทำให้ธนาคารยูโอบีมีความโดดเด่นและแตกต่าง” นายยุทธชัย กล่าวปิดท้าย