โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เหล่าทาสต้องรู้! วิธีดูแล รักษา และป้องกันอาการแพ้สัตว์เลี้ยง

GedGoodLife

อัพเดต 16 พ.ย. 2566 เวลา 16.11 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2566 เวลา 06.45 น. • GED good life ชีวิตดีดี

รู้หรือไม่? ผู้ที่รักสัตว์ และมีการเลี้ยงสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ที่มีขนเช่น แมว, สุนัข, กระต่าย หนู หรือแม้กระทั่งนก สามารถทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ หรือที่เรียกว่า “ภูมิแพ้สัตว์เลี้ยง”

จากรายงานในประเทศสหรัฐอเมริกา มีประชากรถึงร้อยละ 30 ที่มีอาการแพ้สุนัขหรือแมว และมีแนวโน้มที่จะแพ้แมวมากกว่าสุนัขถึงสองเท่า ทำให้มีคนเข้าใจผิดว่าแพ้ขนสัตว์ แต่ความจริงแล้วสารโปรตีนที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้นั้นพบได้ทั้งใน ขน น้ำลาย สะเก็ดรังแค (pet dander) รวมถึงในปัสสาวะและมูลสัตว์

ซึ่งสารก่อภูมิแพ้นี้มีขนาดเล็กกว่า 10-20 ไมครอนทำให้สามารถลอยอยู่ได้ในอากาศเป็นเวลานาน สามารถหายใจเข้าไปในปอดได้ง่าย และด้วยโครงสร้างของสารก่อภูมิแพ้ที่มีลักษณะขรุขระทำให้สามารถติดตามตัว หรือเสื้อผ้า รวมถึงพื้นห้อง และเฟอร์นิเจอร์ได้

เพราะฉะนั้นบางครั้งเราอาจจะไม่ได้เลี้ยงสัตว์แต่เราสามารถเกิดอาการของภูมิแพ้ขนสัตว์เมื่อเราไปใกล้ชิดกับผู้ที่เลี้ยงสัตว์ หรือไปในบริเวณที่เคยเลี้ยงสัตว์ชนิดที่เราแพ้ได้

โรคภูมิแพ้ดูแลด้วย

อาการแพ้ที่พบบ่อยจาก ภูมิแพ้สัตว์เลี้ยง

อาการของแต่ละคนเกิดแตกต่างกันไป โดยอาการแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆตามระบบที่มีผลกระทบคือ

1 อาการทางระบบทางเดินหายใจ แบ่งออกเป็น

  • ทางเดินหายใจส่วนบน จะมีอาการ จาม คัดจมูก น้ำมูก มีเสมหะ
  • ทางเดินหายใจส่วนล่าง จะมีอาการหอบ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก และในบางรายอาการอาจรุนแรงถึงขั้นกระตุ้นให้โรคหอบหืดกำเริบ

2 อาการทางระบบผิวหนัง และเยื่อบุตา

ภูมิแพ้สัตว์เลี้ยง

วิธีดูแล รักษา และป้องกันอาการแพ้สัตว์เลี้ยง

เราสามารถป้องกันการแพ้ได้โดยการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้จากสัตว์ ซึ่งถือเป็นการรักษาที่ดีที่สุด โดย

– เลี้ยงสัตว์นอกบ้านในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท แต่หากไม่สามารถเลี้ยงนอกบ้านได้ ให้แบ่งเขตที่เลี้ยงให้ชัดเจน จะดีกว่าถ้าสามารถแยกชั้นของสัตว์เลี้ยงออกจากชั้นที่ใช้สำหรับอยู่อาศัย และไม่นำสัตว์เข้าในห้องนอน

– หลีกเลี่ยงการใช้พรม และผ้าบุตามเฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากยากต่อการทำความสะอาด แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้แนะนำให้ดูดฝุ่นทุกวัน เพื่อลดสารก่อภูมิแพ้ที่อาจจะเกาะติดอยู่บนพรม หากเป็นเฟอร์นิเจอร์ผ้าควรคลุมด้วยผ้าคลุมกันไรฝุ่น

– จัดระบบระบายอากาศในบ้านให้ไหลเวียน เนื่องจากสารก่อภูมิแพ้สามารถกระจายได้ในอากาศ ดังนั้นการระบายอากาศที่ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยสามารถทำได้โดยการเปิดหน้าต่าง หรือ มีการเติมอากาศชนิด fresh air อีกทั้งยังแนะนำให้มีการใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีไส้กรองตั้งแต่ระดับ HEPA ขึ้นไปในห้องที่มีสัตว์เลี้ยง

– หลังจากสัมผัสกับสัตว์ ควรเปลี่ยนเสื้อผ้า และล้างมือ ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือเป็นประจำ เพื่อลดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้ในจมูก

– อาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อลดการสะสมของสารก่อภูมิแพ้

การรักษาอาการภูมิแพ้ด้วยยาแก้แพ้

การใช้ยาแก้แพ้ ถือเป็นการรักษาตามอาการ โดยแพทย์จะสั่งยาต้านฮิสตามีน ปัจจุบันมียาต้านฮิสตามีนที่ไม่ก่อให้เกิดอาการง่วง (Second-Generation Antihistamines) รวมทั้งการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นเข้าจมูก หรือเข้าปากตามอวัยวะที่มีอาการแสดง ในรายที่เป็นรุนแรงแพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน หรือฉีดเข้าเส้นเลือด

หากเป็นรายที่มีอาการแพ้แต่ยังมีความจำเป็น หรือต้องการที่จะเลี้ยงสัตว์ต่อ หลังจากได้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำเพื่อการหลีกเลี่ยงภาวะภูมิแพ้ดังกล่าวข้างต้นแล้ว แต่ยังมีอาการของภูมิแพ้ สามารถเข้าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้ เพื่อรับการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด ซึ่งการรักษาวิธีนี้สามารถทำให้หายขาดได้

บทความโดย นพ. ธัญ จันทรมังกร
อายุรแพทย์เฉพาะทางโรคไต โรงพยาบาลราชเวชเชียงใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...