PSG ลุยปั้นพอร์ต 3 ธุรกิจ เหมือง-พลังงาน-ก่อสร้าง เดินหน้าบุกสปป. ลาวต่อเนื่อง ตั้งเป้าดันรายได้แตะ 3 หมื่นลบ. ภายในปี 78
PSG เดินหน้า 3 ธุรกิจหลัก “เหมือง-พลังงาน-ก่อสร้าง” เผยตุนแบ็กล็อกกว่า 5,000 ล้านบาท เล็งรับรู้รายได้ปีนี้ 60% ส่วนที่เหลือรับรู้ต่อเนื่องถึงปี 70 ลุ้นคว้างานใหม่อีก 2 โครงการ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจในสปป. ลาวต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้โตแตะ 30,000 ล้านบาท ถายในปี 2578
นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSG เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ จากการเป็นเพียงผู้ให้บริการรับเหมาก่อสร้างแบบครบวงจร สู่ธุรกิจที่มีศักยภาพสูงอย่างทรัพยากรธรรมชาติ และธุรกิจพลังงาน
โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง 2 โครงการ ในสปป.ลาว ได้แก่ 1.โครงการขยายกำลังการผลิตเหมือง XPPL Phase 1 โครงการประกอบด้วยงานก่อสร้างถนน อาคารคลังสินค้า แคมป์ถาวร และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหมืองในพื้นที่ลาวใต้ มูลค่าโครงการ 239.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเทียบเท่า 8,082.23 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ชนะการประมูล) ณ สิ้นไตรมาส 1/68 มีความคืบหน้างาน 81% คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 1/69
2.โครงการก่อสร้างพื้นที่พัฒนาเพื่อการตั้งถิ่นฐานใหม่ Resettlement Development งานก่อสร้างเพื่อพัฒนาชุมชนใหม่และโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานสำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่ลาวเหนือ มูลค่าโครงการ 5,000 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 มีความคืบหน้างาน 21% และคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2570
ทั้งนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการลงทุนใน สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงรายงานธนาคารโลกซึ่งระบุว่า ในปี 2567 เศรษฐกิจของ สปป.ลาว ขยายตัว 4.1% ซึ่งมีแรงขับเคลื่อนหลักจากภาคพลังงาน เหมืองแร่ และเกษตรกรรม รวมถึงบริษัทยังมองเห็นสัญญาณบวกจากการปฏิรูปหลายด้าน โดยเชื่อว่าภายใต้การนำของคณะผู้บริหารในปัจจุบัน ประเทศจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง
นายเดวิด กล่าวเสริมว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนจะขยายการเติบโตจากการก่อสร้างโครงการใหม่ โดยบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างสรุปรายละเอียด 2 โครงการใน สปป.ลาว มูลค่ารวมประมาณ 12,00 -13,000 ล้านบาท ได้แก่
1. โครงการก่อสร้างอาคารประกอบอุปกรณ์สนับสนุนสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนเซกอง (XTPPL) ขนาด 1,800 เมกะวัตต์ งานโยธาและการติดตั้งอุปกรณ์สำหรับโรงไฟฟ้าขนาด 1,800 เมกะวัตต์ ในเมืองกะลึม แขวงเซกอง โครงการยังรวมถึงเหมืองแบบบูรณาการ และสายส่งไฟฟ้าแรงสูงขนาด 500 กิโลโวลต์ ความยาว 253 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากโรงไฟฟ้าไปยังชายแดนลาว–กัมพูชา ทั้งนี้ ได้มีการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับ Electricité du Cambodge (EDC) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานของประเทศกัมพูชา โดยมีกำหนดการก่อสร้างตั้งแต่ไตรมาส 4/68 ถึงไตรมาส 1/73
2. โครงการก่อสร้างระบบลำเลียงถ่านหินและเถ้าสำหรับโรงไฟฟ้าขนาด 1,800 เมกะวัตต์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของ XTPPL โดยทำหน้าที่ขนส่งเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าและบริหารการจัดการผลพลอยได้จากเถ้าถ่านที่เกิดจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า กำหนดระยะเวลาก่อสร้างปี 2568 - ไตรมาส 1/70
นอกจากนี้บริษัทกำลังเริ่มทดลองให้บริการด้านการดำเนินงานและบริหารจัดการเหมืองใน สปป.ลาว ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ที่อยู่ระหว่างการทดสอบในพื้นที่เหมือง 2 แห่ง โดยผลการดำเนินงานเบื้องต้นเป็นที่น่าพอใจ และคาดว่าบริษัทจะสามารถสรุปรูปแบบการดำเนินงานได้ภายในสิ้นปีนี้ จากข้อมูลระบุมูลค่าการผลิตแร่รวมของ สปป.ลาว ในปี 2567 มีมูลค่าสูงกว่า 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า สะท้อนถึงขนาดตลาดและโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจ
สำหรับการเข้าสู่ธุรกิจพลังงานของ PSGC มุ่งเน้นใน 3 แนวทางยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ 1) ศึกษาความเป็นไปได้การปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower หรือ “PSH”) และได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Electricite du Laos (EDL) รัฐวิสาหกิจด้านสาธารณูปโภคของสปป.ลาว เพื่อปรับปรุงโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเดิมของ EDL และบริษัทในเครือให้เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำแบบสูบกลับ
รวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำอื่นๆ ที่ EDL อาจถือครองในอนาคต พร้อมทั้งศึกษาแนวทางการผนวกแหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม เข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่ง สปป.ลาว เพื่อสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบโดยรวม
2) ศึกษาการผลิตพลังงานหมุนเวียนแบบผสมผสาน โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid) ที่รวมการผลิตไฟฟ้าจากระบบ PSH เข้ากับพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานหมุนเวียนรูปแบบอื่น ๆ ผลการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นบนพื้นที่ขนาด 7,000 เฮกตาร์ในแขวงอัตตะปือ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาโซลาร์ฟาร์มขนาด 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งสามารถนำมาใช้เป็นพลังงานสูบน้ำให้กับระบบ PSH ได้
3) แสวงหาพันธมิตรทางธุรกิจ และตลาดจำหน่ายไฟฟ้า บริษัทฯได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับหน่วยงานพลังงานระดับภูมิภาค เพื่อศึกษาการส่งออกพลังงานไฟฟ้าจาก สปป.ลาวไปยังประเทศกัมพูชา สิงคโปร์และจีน
ด้านนางสาวสมฤดี ห์ลีละเมียร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการเงิน กล่าวว่า ในส่วนของการปรับโครงสร้างทุน บริษัทได้ดำเนินการรวมหุ้นและลดทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว ผ่านการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ วัตถุประสงค์เพื่อล้างรายการส่วนต่ำกว่ามูลค่าหุ้น การดำเนินการรวมหุ้นและลดทุนจดทะเบียนในรอบแรกจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยบริษัทคาดว่าจะมีการดำเนินขั้นตอนดังกล่าวอีก 2 ครั้ง คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในกลางปี 2569
“เมื่อกระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้น งบการเงินของเราจะสะท้อนมูลค่าและสถานะที่แท้จริงของบริษัทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักลงทุนสถาบันและกองทุนมากขึ้น” นางสาวสมฤดี กล่าว
ในปี 2568 บริษัทประเมินรายได้จะเติบโตในระดับ 3,400-3,500 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการและรอรับรู้รายได้มากกว่า 5,000 ล้านบาท (ไม่รวม 2 โครงการที่อยู่ระหว่างรอการสรุป) โดยคาดว่าปีนี้จะรับรู้รายได้ประมาณ 60% ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางเป้าหมายระยะยาว 10 ปี (2578) ผลักดันให้รายได้เติบโตแตะระดับ 20,000 – 30,000 ล้านบาท จากการขยาย 3 กลุ่มธุรกิจหลักทั้งทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และก่อสร้าง