โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'สุริยะ' เข็นลงทุนกว่า 2.9 แสนล้าน เร่งสร้างรถไฟทางคู่เฟส 2

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 22 มิ.ย. 2568 เวลา 19.44 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น.

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ระยะทางรวม 1,249 กิโลเมตร มูลค่ารวมประมาณ 297,924 ล้านบาท โดยระบุว่า ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้นำเสนอโครงการต่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อประกอบการพิจารณาอนุมัติแล้ว

โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการในการยกระดับการขนส่งและโลจิสติกส์ของประเทศให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้น และทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อระบบการขนส่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ รฟท. ได้จัดลำดับความสำคัญตามคำแนะนำของ สศช. โดยพิจารณาจากปัจจัยหลัก 5 ด้าน คือ ความต้องการขนส่งผู้โดยสาร, ความต้องการขนส่งสินค้า, ความจุทาง, เศรษฐศาสตร์และการเงิน และยุทธศาสตร์และนโยบาย รวมถึงปัจจัยรองอีก 11 ด้าน เช่น ข้อมูลผลการคาดการ์จำนวนผู้โดยสาร, ข้อมูลสถิติผู้โดยสารปัจจุบัน, ข้อมูลผลการคาดการณ์ปริมาณสินค้า, การเชื่อมโยงโครงข่ายภายในประเทศและระหว่างประเทศ และความพร้อมในการดำเนินโครงการ เป็นต้น

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า รฟท. ได้แบ่งความสำคัญของการดำเนินโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

กลุ่ม 1 ความสำคัญอันดับต้น จำนวน 3 เส้นทาง คือ

  • เส้นทางสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กิโลเมตร วงเงิน 66,270 ล้านบาท
  • เส้นทางปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 218 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 81,143 ล้านบาท
  • เส้นทางชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 30,422 ล้านบาท

ส่วนกลุ่ม 2 ความสำคัญอันดับกลาง จำนวน 2 เส้นทาง คือ

  • เส้นทางชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 44,095 ล้านบาท
  • เส้นทางเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 68,222 ล้านบาท

กลุ่ม 3 ความสำคัญอันดับท้าย คือ

  • หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กิโลเมตร วงเงินประมาณ 7,772 ล้านบาท

นอกจากนี้ จากข้อสังเกตของ สศช. นั้น รฟท. ยังได้ปรับปรุงข้อมูลและข้อสมมติฐานที่ใช้ในการคาดการณ์ปริมาณผู้โดยสารและสินค้า รวมถึงการวิเคราะห์แผนการเดินรถและความจุทางให้เป็นปัจจุบันเรียบร้อยแล้ว รวมถึงยังได้จัดส่งบัญชีแสดงปริมาณงานและราคา (BOQ) ของทุกโครงการที่สามารถแจกแจงรายละเอียดรายการลงทุนตามการออกแบบโครงสร้างทาง, งานสถานี, จุดตัดทางรถไฟและถนนเสมอระดับ และสิ่งอำนวยความสะดวก

ในส่วนของแนวทางการใช้ประโยชน์สถานีรถไฟขนาดใหญ่และย่านกองเก็บตู้สินค้า รฟท. ได้ชี้แจงแผนการเพิ่มรายได้และแผนธุรกิจที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน ยังได้ทบทวนแผนการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟและถนนเสมอระดับของแต่ละโครงการให้เป็นปัจจุบัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังได้มีการวิเคราะห์ผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของ รฟท. ทั้งในกรณีมีโครงการและไม่มีโครงการที่สอดคล้องกับการจัดลำดับความสำคัญของโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 แล้ว

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า โครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 มีเป้าหมายหลัก คือการเปลี่ยนการขนส่งสินค้าจากทางถนนมาสู่ทางราง อีกทั้งจะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางลงได้ถึง 30% เนื่องจากไม่ต้องรอหลีกขบวนรถ ทำให้ขบวนรถตรงต่อเวลามากขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยลดอุบัติเหตุ ลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ และเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน รวมถึงยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศไทยให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...