โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘มาริษ’ ยันไม่ได้เรียกทูตกลับจากกัมพูชา เดินหน้าผลักดันเจรจาทวิภาคี แม้ ‘ฮุน มาเนต’ ปฏิเสธคุย JBC

The Reporters

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.22 น.

วันนี้ (24 มิ.ย. 2568) นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่ากระทรวงการต่างประเทศกำลังเร่งผลักดันให้เกิดการเจรจาทวิภาคีโดยเร็วที่สุดตามนโยบายนายกรัฐมนตรีที่ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่ามีการเรียกเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ กลับประเทศ และระบุว่าแม้ผู้นำกัมพูชาจะแสดงท่าทีไม่ต้องการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยเขตแดน (JBC) แต่ยังมีช่องทางการเจรจาอื่นอีกหลายระดับ

นายมาริษกล่าวถึงกรณีที่ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่าจะไม่มีการพูดคุยในกรอบ JBC ว่า ตนเคารพความเห็นดังกล่าว แต่กัมพูชายังมีพันธกรณีที่ต้องหารือกันตามที่เคยตกลงไว้ อย่างไรก็ตาม ตนตีความว่าผู้นำกัมพูชาไม่ได้ปฏิเสธการเจรจาโดยสิ้นเชิง แต่อาจต้องการเห็นความคืบหน้าในช่องทางอื่นก่อน พร้อมยืนยันว่าช่องทางการทูตผ่านสถานทูตของทั้งสองประเทศยังคงดำเนินการได้ตามปกติ และตนยังสามารถติดต่อกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชาได้เป็นประจำ

สำหรับกระแสข่าวการเรียกทูตไทยกลับประเทศนั้น นายมาริษยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และการที่เอกอัครราชทูตมาปฏิบัติภารกิจที่ไทยถือเป็นกระบวนการทางการทูตปกติ ไม่ใช่การลดระดับความสัมพันธ์ นายมาริษยังย้ำว่า นโยบายหลีกเลี่ยงการปะทะไม่ใช่การอ่อนข้อ แต่เป็นการดำเนินนโยบายของนายกรัฐมนตรีเพื่อป้องกันความสูญเสีย และเชื่อว่าทั้งสองประเทศสามารถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้โดยไม่ต้องมีประเทศตัวกลาง

ส่วนประเด็นการปรับคณะรัฐมนตรี นายมาริษกล่าวว่าตนไม่ทราบและขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี โดยตนไม่มีปัญหาหากจะมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...