โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ปานเทพ’ เผยสัมพันธ์ ‘ทักษิณ-ฮุนเซน’ ยังไม่ขาด

The Bangkok Insight

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 06.02 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 06.02 น. • The Bangkok Insight

“ปานเทพ” เผย สัมพันธ์ "ทักษิณ-ฮุนเซน" ยังไม่ขาด รัฐบาลไทยยังอ่อนข้อกัมพูชา ชี้ต้องเปลี่ยนผู้นำหากหวังจัดการปัญหาชายแดน

วันนี้ (13 ก.ค.) ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายปานเทพ พังพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายทักษิณ ชินวัตร และสมเด็จฮุนเซน ว่า ยังไม่ถึงขั้นแตกหัก แม้จะมีความขุ่นเคืองใจกันอยู่ก็ตาม โดยระบุว่าทางสมเด็จฮุนเซนยังอ้างถึง “ความลับ” บางอย่างที่ยังไม่เปิดเผย ขณะที่ไทยเองแม้จะมีมาตรการในมือ แต่ก็ยังไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในประเด็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่พบว่ามีต้นทางจากกัมพูชาจำนวนมาก ไทยยังปฏิบัติอย่างอ่อนมาก เมื่อเทียบกับมาตรการที่ทางกัมพูชาดำเนินการมาแล้ว เห็นได้ชัดถึงความแตกต่างในจุดยืนและความจริงจัง

ปานเทพ

เมื่อสอบถามถึงท่าทีของรัฐบาลกัมพูชา กรณีที่รัฐบาลจะถอนโครงการ "เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์" นายปานเทพ มองว่า เรื่องดังกล่าวเป็นประเด็นทางการเมืองภายในของกัมพูชามากกว่าจะเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ แม้จะมีผลประโยชน์บางส่วนของชาติต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สุดท้ายก็เป็นผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

ทั้งนี้ นายปานเทพ ยังระบุด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลกัมพูชากำลังเผชิญกับกระแสความนิยมที่ลดต่ำลง เช่นเดียวกับนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งขณะนี้ก็ได้รับความนิยมน้อยลง หากต้องการเดินหน้านโยบายใดก็จำเป็นต้องพิจารณาถึงกระแสสังคมที่เปลี่ยนไป การถอนตัวจากโครงการดังกล่าวจึงอาจเป็นเพียงการถอยในเชิงยุทธศาสตร์

ในประเด็นการเมืองไทย นายปานเทพ ให้ความเห็นว่า แม้สถานการณ์จะดูคลุมเครือ แต่ยังไม่ถือว่าเดินมาถึงทางตันเสียทีเดียว ประเทศยังสามารถหาทางออกได้ในเชิงเทคนิคและกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ายังไม่เห็นทิศทางชัดเจนว่า ประเทศจะก้าวพ้นวิกฤตไปได้อย่างไร

ปานเทพ

สำหรับแนวทางในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน นายปานเทพ เสนอว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การมีผู้นำที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกัมพูชา โดยระบุว่า แม้จะมีท่าทีว่าไทยกับกัมพูชาแตกกัน แต่ข้อเท็จจริงกลับยังไม่มีการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทำไว้ในปี 2543 และ 2544 อีกทั้งการเจรจากับสหรัฐฯ และโครงการไตรภาคียังคงถูกปิดเป็นความลับ

“ หากนางสาวแพทองธารรู้สึกว่าเสียเปรียบหรือไม่ไว้ใจสมเด็จฮุนเซนจริง ก็ต้องแสดงจุดยืนให้ชัด ยกเลิก MOU ปี 43 และ 44 กลับมายึดหลักแผนที่กลาง ใช้เส้นมัธยัสถ์ตามหลักสากล และนำกลไก JBC มาใช้จัดการปัญหา เหมือนที่เมียนมาใช้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ” นายปานเทพ กล่าว พร้อมเสนอว่า หากรัฐบาลยังไม่สามารถทำได้ ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนผู้นำที่มีความโปร่งใสและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

นายปานเทพ ยังกล่าวถึงความจำเป็นในการเปิดเผยข้อมูลของกลไก JBC (คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา) โดยเน้นย้ำว่าไม่ควรเป็นความลับ เพราะการเจรจาเรื่องเขตแดนเป็นเรื่องของความมั่นคงแห่งชาติ และประชาชนควรมีสิทธิได้รับรู้ และหากบอกว่าเป็นเพียงกรอบเจรจา ก็ต้องนำเข้าสู่สภา ถ้าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ เหตุใดต้องปิดบัง ? การปิดบังเช่นนี้ยิ่งสร้างความสงสัย และอาจกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอย่างรุนแรง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...