โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

"สมศักดิ์" ไพล-กระชายดำ-กระท่อม Herb of the Year สร้างเศรษฐกิจไทย

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 12.24 น.

เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่กระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 ว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ตนปฏิบัติหน้าที่ประธานในการประชุมครั้งนี้แทน โดยรัฐบาลมีเป้าหมายชัดเจนในการผลักดันสมุนไพรไทยให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ กระทรวงสาธารณสุขสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว จึงปรับให้กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อยู่ในกลุ่มภารกิจเศรษฐกิจสุขภาพ และเร่งรัดเพิ่มงบประมาณสนับสนุนการใช้สมุนไพรในระบบบริการสุขภาพของประเทศปีนี้ โดยเพิ่มงบประมาณสนับสนุนเฉพาะส่วนของยาสมุนไพร ในวงเงิน 1,000 ล้านบาท และปีหน้าจะเพิ่มงบประมาณให้เป็น 2,000 ล้านบาท เมื่อขยับที่ปลายน้ำคือ ตลาด ย่อมจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาทั้ง กลางน้ำ และต้นน้ำ ตามมา

นายสมศักดิ์กล่าวว่า วันนี้ที่ประชุมเห็นชอบแผนการขับเคลื่อนสมุนไพร Herb of the year ปี 2568 – 2570 จำนวน 3 รายการ ได้แก่ ไพล กระชายดำ และกระท่อม และมอบหมายคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องดำเนินการขับเคลื่อนตามแผนการในระยะ 1 ปี อีกทั้งได้มอบหมายคณะอนุกรรมการที่ปรึกษา คณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ กำกับติดตาม และบูรณาการการขับเคลื่อน Herbal Champions ระหว่างกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำเสนอคณะกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติ ในการประชุมครั้งต่อไป ขณะเดียวกันที่ประชุมยังเห็นชอบในหลักการเพื่อเสนอให้มีแผนงานบูรณาการนำสมุนไพรสู่การสร้างเศรษฐกิจ ในปีงบประมาณ 2570 โดยมอบหมายฝ่ายเลขานุการจัดทำหนังสือขอความอนุเคราะห์กำหนดแผนงานบูรณาการนำสมุนไพรสู่การ สร้างเศรษฐกิจ เสนอประธานกรรมการนโยบายสมุนไพรแห่งชาติลงนามถึงสำนักงบประมาณ ประสานหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมแผนงาน โครงการที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรทั้งในระดับพื้นที่และส่วนกลาง และจัดทำร่าง กรอบแผนบูรณาการฯ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในที่ประชุมกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานอนุกรรมการส่งเสริมภาพลักษณ์ฯ ได้นำเสนอแผนการส่งเสริมสมุนไพรในตลาดต่างประเทศ ปี 2568 – 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สามารถขยายเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ และเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการประกอบธุรกิจ การค้าระหว่างประเทศของผู้ประกอบการ เช่น อบรมสัมมนา อบรมเชิงปฏิบัติการ การให้คำปรึกษาเชิงลึก การพัฒนาสินค้า ต้นแบบ (Prototype) การทดสอบตลาดภายในประเทศและตลาดต่างประเทศ และให้ทุกหน่วยงานใช้ Key Message Think Wellness Think Thai Herb ในการประชาสัมพันธ์สมุนไพรและผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อเป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบแผนดังกล่าวและมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการต่อไป

“ปีนี้ กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ ทางเลือก จะมีการจัดงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 22 (Thailand Herbal Expo 2025) ระหว่างวันที่ 2 – 6 กรกฎาคม 2568 ณ อาคาร 11 – 12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัด นนทบุรี เพื่อแสดงศักยภาพของภูมิปัญญาไทย สมุนไพรไทย พร้อมผลักดัน Soft Power Thai ไปสู่เวทีโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และสร้างเศรษฐกิจไทยด้วยสาธารณสุขวิถีใหม่”นายสมศักดิ์ กล่าว

นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย กล่าวว่า แผนการขับเคลื่อนสมุนไพร Herb of the year “ไพล” ในระยะ 1 ปี ตั้งเป้าหมายเพิ่มการใช้ไพล เป็น 1,543 ล้านบาทต่อปี ดังนี้ 1. การสร้างการยอมรับและความเชื่อมั่นไพลในระบบบริการสุขภาพ คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าการใช้ไพลเพิ่มขึ้น 343 ล้านบาทต่อปี มีโอกาสทางการตลาด 3,433 ล้านบาทต่อปี 2. การสงเสริมการใช้ไพลควบคูกับการขับเคลื่อนสปา wellness และกีฬา คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่า การใช้ไพลเพิ่มขึ้น 1,200 ล้านบาทต่อปี มีโอกาสทางการตลาด 24,000 ล้านบาทต่อปี

ส่วนการกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อน กระชายดำในระยะ 1 ปี ตั้งเป้าหมายเพิ่มการใช้กระชายดำ เป็น 629 ล้านบาทต่อปี ดังนี้ 1. การเคลมสรรพคุณกระชายดำ เรื่องลดไขมันในช่องท้อง (ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ประเภท ค.) คาดการณ์ว่าจะมี มูลค่าการใช้กระชายดำเพิ่มขึ้น 305 ล้านบาทต่อปี มีโอกาสทางการตลาด 6,104 ล้านบาทต่อปี 2. การเคลมสรรพคุณหรือส่งเสริมภาพลักษณ์กระชายดำในด้านของ sport nutrition คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่า การใช้กระชายดำเพิ่มขึ้น 250 ล้านบาทต่อปี มีโอกาสทางการตลาด 25,154 ล้านบาทต่อปี 3.การเคลมสรรพคุณกระชายดำหรือส่งเสริมภาพลักษณ์ในด้านความงาม คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าการใช้ กระชายดำเพิ่มขึ้น 74 ล้านบาทต่อปี มีโอกาสทางการตลาด 745 ล้านบาทต่อปี

ขณะที่ การกำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อน “กระท่อม”ดังนี้ 1.ส่งออกไปต่างประเทศ มูลค่าส่งออกคาดการณ์ปีที่ 1 วงเงิน 1,191 ล้านบาท คาดการณ์ปีที่ 2 วงเงิน 1,400 ล้านบาท 2.ใช้กระท่อมทางการแพทย์ คาดการณ์ 900 ล้านบาท โดยพบว่าปี 2566 มูลค่ายาแก้ปวดในประเทศไทย 17,911.73 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม แนวทางการขับเคลื่อนสมุนไพรทั้ง 3 รายการนั้น ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาสายพันธุ์ที่ปลอดโรค ส่งเสริมเกษตรกรปลูกให้มีคุณภาพตรงกับ GAP เพิ่มปริมาณให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการที่จะส่งออกไปยังตลาดในต่างประเทศ สร้างการรับรู้เรื่องสรรพคุณ ประโยชน์ของสมุนไพรแต่ละชนิด ส่งเสริมงานวิจัยวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์และการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...