โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มทภ.2ลั่นดีขึ้น ไทยกระสุนพอ เขมรอุ้มก๊กอาน

ไทยโพสต์

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 22.52 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 17.01 น.

"ฮุน เซน" โพสต์ถี่ยิบ ยกนิด้าโพล เพ้อหนักอ้างสิ่งที่กลัวที่สุดคือคนไทย "รักฮุน เซน" แต่จะทำให้ตัวเองเป็นคนทรยศต่อเขมร ขณะที่ทางการกัมพูชาปฏิเสธ "ก๊ก อาน" ไม่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์และกาสิโน แต่ตำรวจไซเบอร์ไทยเดินหน้าทลายแก๊งเขมรเทาอาชญากรรมข้ามชาติ แม่ทัพภาค 2 ยันสถานการณ์ชายแดนดีขึ้น ลั่นไทยมีกระสุนเพียงพอ

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา บิดานายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความว่า อยากจะขอคำแนะนำจากนักการเมืองและกลุ่มอุดมการณ์บางกลุ่มในประเทศไทย!

เป็นเรื่องแปลกและหายากมากที่ประเทศหนึ่ง ๆ จะทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับผู้นำประเทศอื่น โดยเฉพาะประเทศที่ประเทศนั้นมองว่าเป็นศัตรูในขณะที่เผชิญหน้ากัน ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าขบขันและไม่สมเหตุสมผล แต่ประเทศไทยก็ทำสำเร็จ

การสำรวจความคิดเห็นที่สถาบัน NIDA จัดขึ้นเพื่อวัดความรู้สึกของประชาชนชาวไทยที่มีต่อผม ฮุน เซน ไม่เพียงเผยให้เห็นว่าผมให้ความสนใจอย่างมากเท่านั้น แต่ยังเผยให้เห็นถึงคุณค่าบางอย่างที่ประชาชนชาวไทยมอบให้ด้วย อย่างไรก็ตาม ประชาชนชาวไทยควรทำการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้นำของตนเองดีกว่า

"ดังนั้น ผมจึงอยากแนะนำดังนี้ สิ่งที่ผมกลัวที่สุดคือประชาชนชาวไทยอาจรักฮุน เซน เพราะนั่นอาจทำให้ผมดูเหมือนคนทรยศต่อประเทศและประชาชนของผม แต่สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดคือให้ศัตรูประเมินฮุน เซน ในระดับที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะนั่นจะพิสูจน์ได้ว่าผมทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับประเทศและประชาชนของผมจริงๆ”

ขณะที่เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ขแมร์ไทม์สของกัมพูชารายงานว่า หน่วยงานตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ในกัมพูชา ยืนยันว่าทั้งอินเตอร์โพลและทางการกัมพูชาไม่ได้รับการแจ้งจากทางการไทยเกี่ยวกับการออกหมายจับนายก๊ก อาน สมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.กัมพูชา ซึ่งเป็นคนสนิทของนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยไทยระบุว่า นายก๊ก อาน เป็นผู้ต้องสงสัยพัวพันกับแก๊งฉ้อโกงออนไลน์ที่ปฏิบัติการอยู่ในอาคารที่นายก๊ก อาน เป็นเจ้าของในเมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย

พ.ต.อ.ตู๊ด โบรา รองผู้บัญชาการอินเตอร์โพลกัมพูชา กล่าวว่า นับตั้งแต่มีรายงานของสื่อไทยเรื่องศาลไทยออกหมายจับนายก๊ก อาน จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหนังสือขอความร่วมมือจากทางการไทย ทั้งที่ตามปกติแล้ว เมื่อประเทศใดในภูมิภาคมีข้อมูลเกี่ยวกับอาชญากรที่หลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศอื่น หน่วยงานตำรวจสากลในประเทศนั้นจะต้องส่งหนังสือแจ้งไปยังทางการอีกประเทศหนึ่ง เพื่อขอความร่วมมือในการจับกุมผู้ต้องสงสัย ดังนั้น เขาจึงไม่เชื่อรายงานข่าวดังกล่าวของสื่อไทย

ด้านนายเจีย ธีริธ โฆษกพรรคประชาชนกัมพูชา ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลกัมพูชา ยืนยันว่า วุฒิสภากัมพูชาไม่ได้รับคำร้องขอใดๆ จากทางการไทยเกี่ยวกับ สว.ก๊ก อาน พร้อมกับอ้างว่าเป็นแผนของไทยที่ต้องการกล่าวหากัมพูชาว่าเป็นศูนย์สแกมเมอร์และฟอกเงิน เพื่อทำลายชื่อเสียงของรัฐบาลกัมพูชา เขาในฐานะที่เป็นโฆษกส่วนตัวนายฮุน เซน ขอตอบโต้การที่ทางการไทยโจมตีรัฐบาลกัมพูชา และนายฮุน เซน ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องอาชญากรรมไซเบอร์ และเป็นศูนย์กลางการฉ้อโกงออนไลน์ ว่าเป็นเรื่องที่ทางไทยแต่งขึ้นเองทั้งสิ้น

วันเดียวกันนี้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สั่งชุดพนักงานสอบสวนตำรวจไซเบอร์ ลงพื้นที่ตรวจสอบพิกัดบ้านอีกหนึ่งหลัง ซึ่งมีความเชื่อมโยงเกี่ยวกับ “ก๊ก อาน” หลังเมื่อวันที่ 8 ก.ค. เปิดศูนย์ปฏิบัติการยุทธการปิดตึกบัญชีม้า ล่านายทุนเขมร ทลายเครือข่าย “ก๊ก อาน เจ้าพ่อ crown casino” คนสนิทฮุน เซน ตรวจค้นเป้าหมาย 19 จุด ยึดรถหรูและอายัดเงินนางจุรี ลูกสาวก๊ก อาน ไว้ 27 ล้านบาท แต่เมื่อเข้าค้นกลับพบล็อกประตูปิดเงียบ คาดข่าวรั่ว ไหวตัวทัน จึงเตรียมประสานผู้เกี่ยวข้องเพื่อเข้าตรวจสอบอีกครั้ง

ส่วนผลการตรวจค้นเป้าหมาย 19 จุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ตำรวจสามารถควบคุมผู้ต้องหาความผิดตาม พ.ร.บ.ต่างด้าวได้ทั้งหมด 17 คน แบ่งเป็นคนจีน 10 คน เมียนมา 4 คน กัมพูชา 2 คน และไร้สัญชาติ 1 คน ทั้งนี้ เตรียมประสานตำรวจอินเตอร์โพลประกาศหมายแดงออกหมายจับ “ก๊ก อาน” และเตรียมประชุมร่วมกับ ปปง. เสนออัยการสูงสุดในการทำคดีนอกราชอาณาจักร

ที่ฐานอนุพงศ์ อ.น้ำยืน จ. อุบลราชธานี พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ตั้งแต่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี นำสิ่งของพระราชทานมามอบให้ทหารที่มาปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน พร้อมฝากให้กำลังพลปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัย ดูแลสุขภาพตามที่ผู้บัญชาการทหารบกย้ำ เนื่องจากอยู่ในช่วงหน้าฝน ขอให้ผู้บังคับบัญชาดูแลความเป็นอยู่ของกำลังพล

แม่ทัพภาคที่ 2 เผยว่า จากสถานการณ์ช่องบก 28 พ.ค.2568 จนถึงวันนี้ สถานการณ์ดีขึ้น โดยมีการปรับกำลังที่ช่องบก รวมถึงมีมาตรการด่าน เป็นการเสริมการทำงาน ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเป็นลำดับ

พร้อมยอมรับว่า สถานการณ์จะดีขึ้นอีกหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้นำกัมพูชา ว่าจะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้นได้หรือไม่ เพราะฝ่ายไทยไม่มีปัญหาใดๆ โดยเฉพาะในประเด็น 3 ปราสาทกับ 1 พื้นที่ ที่ทางกัมพูชาได้ยื่นเรื่องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศว่าจะเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาล หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทหารจะควบคุมพื้นที่อยู่เช่นเดิม

ส่วนจะมีประเด็นอะไรฝากถึงสมเด็จฮุน เซน และฮุน มาเนต หรือไม่นั้น แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า อยากให้ดูแลสุขภาพ และยังต้องการให้รัฐบาลทั้ง 2 ประเทศแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปด้วยดี เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของพี่น้องประชาชนทั้งไทยและกัมพูชา

กรณีที่กองทัพไทยขอการสนับสนุนกระสุนจาก 'จัสแมก' จนมีการวิเคราะห์กันว่าไทยมีกระสุนไม่เพียงพอ พล.ท.บุญสินกล่าวว่า ไม่น่าจะใช่เรื่องจริง แต่มีการให้ข่าวที่ค่อนข้างคลาดเคลื่อน โดยยืนยันว่า ทุกวันนี้มีเพียงพออยู่แล้ว พร้อมที่จะปกป้องประเทศชาติ พร้อมย้ำว่า ไทยมีกระสุนเต็มแม็ก

จากกรณีทหารกัมพูชาได้รุกล้ำเข้ามาในเขตแดนประเทศไทย และพยายามขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของทหารไทย ทำให้เกิดการปะทะคารมอย่างดุเดือด โดยฝ่ายทหารกัมพูชาได้ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ข่มขู่ และยั่วยุทหารไทยนั้น

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น. โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณช่องอานม้า ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองร้อยทหารพราน 2310 โดยกำลังพลประมาณ 7 นาย ได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อรองรับกิจกรรมภายในของหน่วย คาดว่าฝ่ายกัมพูชาเห็นว่าฝ่ายทหารไทยมีการปฏิบัติต่างไปจากวันปกติทั่วไป จึงอยากเข้ามาสังเกตการณ์ใกล้ๆ แต่เมื่อเข้าใกล้พื้นที่มากกว่าขอบเขตที่กำหนด ทหารไทยจึงแสดงตนเข้าชี้แจงและขอให้อยู่ในระยะที่เหมาะสม เป็นเหตุให้เกิดการโต้เถียงกัน แต่ทั้งสองฝ่ายได้มีการอธิบายทำความเข้าใจกัน นอกจากนี้บริเวณที่ฝ่ายไทยจัดกิจกรรมมิได้เป็นการรุกล้ำเข้าไปในเขตกัมพูชาตามที่กล่าวอ้าง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...