โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบ ลูกจ้างร้านปาโป่ง ออกอุบายลวงเด็ก 15 รุมโทรมในรถกระบะ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 10.19 น.

สืบนครบาล รวบ “โจ้ อนุชา” ลูกจ้างร้านปาโป่ง ลวงเด็กหญิงวัย 15 ปี รุมโทรมในรถกระบะ หลังออกอุบายพาไปส่งบ้าน อ้างไม่ได้ก่อเหตุ เพียงแต่เข้าไปนั่งอยู่บริเวณเบาะหลัง

เมื่อเวลา 11 มิถุนายน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ดูแลงานสืบสวน พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.ปกรณ์ ทองช่วง และ พ.ต.ท.วิโรฒ จนุบุษย์ รอง ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น.ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วย ร.ต.อ.ฉัตรมงคล มีจั่นเพชร รอง สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น.และชุด กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. ชุดปฏิบัติการที่ 3 จับกุมตัว นายอนุชา (สงวนนามสกุล) หรือ โจ้ อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 553/2568 ลงวันที่ 27 พ.ค. 2568

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันข่มข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง, ร่วมกันกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถชัดขืนได้, ร่วมกันพาบุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, ร่วมกันพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย ใช้อำนาจครอบงำผิดคคลองธรรม หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการอื่นใด, ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดามารหา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย ไปเพื่อการอนาจาร” จับกุม ภายในงานปากเกร็ดแฟร์ และงานกาชาด หน้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2568 เวลา 22.20 น.ที่ผ่านมา

ลูกจ้างร้านปาโป่ง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ ได้รับแจ้งจากมารดาของ ผู้เสียหาย อายุ 15 ปี แจ้งว่าขณะที่ผู้เสียหายมาเล่นเกมปาลูกโป่งที่ร้านในงานงานเทศกาลอาหาร ได้มีนายกิตติศักดิ์ (สงวนนามสกุล) หรือ นายดิว ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำร้าน พรากและชักชวนโดยอ้างว่าจะไปส่งที่บ้าน แต่นายดิวกลับพาผู้เสียหายไปที่รถกระบะสีขาวแล้วให้ผู้เสียหายเข้าไปนั่งภายในรถบริเวณเบาะหลัง จากนั้นนายดิวได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายภายในรถกระบะดังกล่าว จากนั้นได้มีนายอนุชาหรือนายโจ้ มาเคาะกระจก แต่นายดิวแจ้งกับนายโจ้ว่าให้ออกไปก่อน แล้วนายดิวก็ได้เริ่มข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย จากนั้นนายดิว ก็ได้ออกมาจากรถ โดยนายโจ้ได้เข้าไปในรถกระบะที่ผู้เสียหายอยู่ภายใน แล้วได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายต่อจากนายดิวภายในรถดังกล่าว

หลังจากนั้นนายโจ้ ก็ได้ออกมาจากรถและผู้เสียหายก็ออกมาจากรถดังกล่าวเพื่อเรียกรถกลับบ้าน เมื่อมาถึงบ้านพักได้แจ้งมารดาว่าถูก นายดิวและนายโจ้ ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราในลักษณะผลัดเปลี่ยนกัน ผู้กล่าวหาจึงมาแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท่าเรือ ซึ่งอยู่ภายในงานฯ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปตรวจสอบที่บริเวณร้านขายของภายในงานเทศกาลอาหาร ก็พบนายดิวจึงเชิญตัวมาที่ สน.ท่าเรือ เพื่อสอบถาม โดยนายดิว รับว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้มาปาลูกโป่งที่ร้าน นายดิวจึงได้พรากโดยวิธีการชักชวนผู้เสียหาย โดยอ้างว่าจะพาผู้เสียหายไปส่งที่บ้าน แล้วได้พาผู้เสียหายไปกระทำชำเราภายในรถ เมื่อนายดิวได้ลงมาจากรถก็ได้ให้นายโจ้ เข้าไปกระทำชำเราผู้เสียหายต่อในทันที ส่วนนายโจ้หลังเกิดเหตุได้หลบหนีไป

ต่อมาเจ้าที่ตำรวจสืบนครบาล จับกุมตัว นายอนุชาหรือโจ้ หลังจากการสืบสวนทราบว่าผู้ต้องหาคนดังกล่าว ได้เข้ามาทำงานเปิดบูธกิจกรรม ภายในงานปากเกร็ดแฟร์และงานกาชาด หน้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.2568 เวลาประมาณ 22.20 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกำลังไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว ได้พบกับ ชาย ที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับผู้ต้องหาคนดังกล่าว อยู่หน้าบูธกิจกรรมภายในงานปากเกร็ดแฟร์ และงานกาชาด หน้าอิมแพ็ค เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงบัตรประจำตัวข้าราชการตำรวจให้บุคคลดังกล่าวตรวจดูจนเป็นที่พอใจ

ลูกจ้างร้านปาโป่ง

จากการสอบถามทราบว่าบุคคลดังกล่าว คือ นายอนุชา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงหมายจับให้ตรวจดู และ ผู้ต้องหายอมรับว่าตนเองเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ ผู้ถูกจับรับทราบข้อกล่าวหา และสิทธิดีแล้ว ขอให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาได้แจ้งให้ญาติ ทราบถึงการจับกุม จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหา จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สน.ท่าเรือ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้ต้องหาให้การว่า ตนมีอาชีพเป็นลูกจ้างในร้านปาลูกโป่งวันเกิดเหตุ ดังกล่าวตนขอปฏิเสธข้อกล่าวหา ตนไม่ได้ร่วมข่มขืนในคดีดังกล่าว เพียงแต่เข้าไปนั่งภายในรถขณะที่นายดิวกำลังข่มขืนกระทำชำเราผู้เยาว์อยู่

เมื่อตนไปเคาะกระจกและเปิดประตูเข้าไปนั่งภายในรถใช้เวลาอยู่สักพัก เมื่อนายดิวสำเร็จความใคร่ นายดิวได้บอกกับตนว่าเมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วให้ดับเครื่องยนต์รถกระบะด้วย ตนยอมรับกับเจ้าที่ตำรวจว่าผู้เยาว์ได้มีอาการตกใจหรือกลัวตน เนื่องจากที่ตนได้ขึ้นมาภายในในรถ แต่ขอยืนยันว่าไม่มีการสอดใส่แต่อย่างใด หลังจากนั้นตนหยิบเสื้อผ้าของผู้เยาว์ ภายในรถให้สวมใส่ หลังจากนั้นผู้เยาว์ได้ลงจากรถไปพร้อมตนและเดินหายไป หลังจากนั้น ตนได้ทำการเก็บร้านปาลูกโป่งที่ตนเป็นลูกจ้างอยู่ ต่อมาได้มีรุ่นน้องของตนได้มาบอกว่านายดิวได้ถูกตำรวจสน. ท่าเรือจับไปแล้วในคดีข่มขืน หลังจากนั้นตนก็ได้ขับรถกระบะของตนกลับบ้านที่ปทุมทันที

ลูกจ้างร้านปาโป่ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวบ ลูกจ้างร้านปาโป่ง ออกอุบายลวงเด็ก 15 รุมโทรมในรถกระบะ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...