โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุมตัวหนุ่มยิงภรรยาย่านเพชรเกษมฝากขัง เจ้าตัวยังปิดปากเงียบ

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.02 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 11 มิ.ย. – คุมตัวหนุ่มฆ่าภรรยา ย่านเพชรเกษมฝากขัง เจ้าตัวยังไม่เปิดปากถึงมูลเหตุที่ลงมือ และขอให้การชั้นศาล

ตำรวจ สน.เพชรเกษม ได้ควบคุมตัวนายมีพาพัฒน์ ผู้ต้องหาในคดียิงแฟนสาวฆ่าหมกรถยนต์ภายในซอยเพชรเกษม 67 แยก 8 ส่งฝากขังผัดแรกที่ศาลอาญาธนบุรี โดยระหว่างคุมตัวขึ้นรถผู้ต้องขัง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ต้องหาถึงมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุอีกครั้ง แต่ผู้ต้องหาได้แต่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยและไม่พูดอะไร ได้แต่พึมพำอ้ำอึ้ง

เมื่อถูกนำตัวขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามว่าอยากจะกล่าวขอโทษครั้งสุดท้ายแก่ผู้เสียชีวิตหรือไม่ ผู้ต้องหาบอกว่า “ครับ” พร้อมบอกรักลูกด้วยน้ำตาคลอ เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้ง 4 ข้อหา ได้แก่ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ, ยิงอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และครอบครองอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต

โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและขอใช้สิทธิ์ไม่ให้การใด ๆ ในชั้นพนักงานสอบสวน ทั้งนี้ในระหว่างการสอบปากคำ ได้มีพี่ชายและทนายความของผู้ต้องหาร่วมสอบปากคำอยู่ด้วย จากการสังเกตเห็นว่า ผู้ต้องหานั้นพูดคุยกับพี่ชายเป็นหลัก แต่พูดจาสับสน วกวน และดูยังช็อคตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ทางพนักงานสอบสวนยังไม่สามารถระบุปมสาเหตุที่แน่ชัดได้ว่า ผู้ต้องหาก่อเหตุยิงแฟนสาวเนื่องจากอะไร แต่อย่างไรก็ตาม ทางพนักงานสอบสวนมีพยานหลักฐานที่แน่นหนาชัดเจนเพียงพอ ทางพนักงานสอบสวนต้องค้นหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อไปว่า รถของผู้ต้องหานั้นไปจอดอยู่ที่ใด ทำไมถึงไม่ขับมาพร้อมกัน ซึ่งปัญหาอยู่ที่ว่า ผู้ต้องหายังไม่ยอมให้การใด ๆ รวมทั้งจะประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมาตรวจวิถีกระสุนภายในรถอีกครั้ง

สำหรับภาพขณะเข้าจับกุมผู้ต้องหา จะพบว่าเหมือนมีอาวุธปืนเป็นจำนวนมากอยู่บนโต๊ะภายในห้อง จากการตรวจสอบพบว่า ส่วนใหญ่แล้วเป็นปืนของเล่นหรือปืนอัดลม จึงเชื่อว่าตัวผู้ต้องหาน่าจะมีความชื่นชอบสะสม สิ่งของเกี่ยวกับอาวุธปืน. -415-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...