โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ตลท.สั่ง BYD แจงงบ Q1/68 หลังขาดทุนหนัก 3 ปี -รายการให้กู้ยืมกับ `ไทยสมายบัส` และมาตรการติดตามหนี้

efinanceThai

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 04.21 น.

ตลท.สั่ง BYD แจงงบ Q1/68 หลังขาดทุนหนัก 3 ปี -รายการให้กู้ยืมกับ ไทยสมายบัส และมาตรการติดตามหนี้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มิ.ย. 68 11:21 น.

ตลท. ขอให้ BYD ชี้แจงงบ Q1/68 หลังขาดทุนหนักต่อเนื่อง 3 ปี - ส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำกว่า 100% รวมถึงการให้กู้ยืมกับ "ไทยสมายบัส" และมาตรการติดตามหนี้

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยผ่านเอกสารเผยผแพร่ว่า ขอให้บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BYD ชี้แจงข้อมูลในงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2568โดยผู้สอบบัญชีมีข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของบริษัทที่ขาดทุนต่อเนื่อง 3 ปี และมีส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 100% ของทุนชำระแล้ว เป็นเหตุให้ถูกขึ้นเครื่องหมาย CB

รวมทั้งในไตรมาสนี้ บริษัทขาดทุนสุทธิ 241 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 677% โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น 315 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าเผื่อของเงินให้กู้ยืมกับบริษัทร่วมที่บริษัทให้กู้ยืมในไตรมาสนี้

โดยขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลผ่านระบบเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในวันที่ 17 มิถุนายน 2568

ในส่วนความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ ขอให้ชี้แจงภายในวันที่ 24 มิถุนายน 2568

นอกจากนี้ ขอให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลงบการเงินและติดตามคำชี้แจงของบริษัท

สรุปข้อมูลสำคัญในงบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2568

1.ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ค่าเผื่อฯ) 272 ล้านบาท สำหรับเงินให้กู้ยืมกับบริษัทร่วม (44% ของเงินให้กู้ยืมสุทธิ) ซึ่งบริษัทให้กู้ยืมในไตรมาสที่ 1 นี้

2.ค่าเผื่อฯ สำหรับเงินให้กู้ยืมกับบริษัท ไทยสมายบัส จำกัด (TSB: บริษัทร่วมทางอ้อม) ซึ่งบริษัทให้กู้ยืมเมื่อปี 2566 และเริ่มตั้งด้อยค่าในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 และเพิ่มอีก 73 ล้านบาทในไตรมาสที่ 1 นี้ รวมเป็น 48% ของเงินให้กู้ยืม

ข้อมูลที่ให้บริษัทชี้แจงเพิ่มเติม

จากข้อมูลข้างต้น ในไตรมาสที่ 1 นี้ บริษัทมีการบันทึกค่าเผื่อฯ คิดเป็น 131% ของขาดทุนสุทธิ โดยเป็นการบันทึกในระยะเวลาอันสั้นเป็นจำนวนที่มีนัยสำคัญ หรือมีความต่อเนื่องประกอบกับในงบการเงินประจำปี 2567 บริษัทมีผลขาดทุน 4,577 ล้านบาท ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการบันทึกค่าเผื่อฯ จากเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยค้างรับของ TSB

ดังนั้น การพิจารณาการให้กู้ยืมเงินและการตั้งค่าเผื่อฯ จึงมีผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ชี้แจงข้อมูล ดังนี้:

1. รายการที่ 1:
กระบวนการพิจารณาและผู้อนุมัติการให้กู้ยืม

รวมถึงชื่อผู้กู้ สัดส่วนการถือหุ้นและสัดส่วนการให้กู้ ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้

วัตถุประสงค์ของการให้กู้ ประโยชน์ต่อบริษัท เงื่อนไขการให้กู้ และความสมเหตุสมผล

แหล่งเงินที่ใช้เพื่อให้กู้ยืม รวมถึงการปฏิบัติตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ณ วันที่อนุมัติการให้กู้ และวันที่ตัดสินใจบันทึกค่าเผื่อฯ

การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ในอนาคต และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดต่อบริษัท

มาตรการและความคืบหน้าในการติดตามหนี้

2. รายการที่ 2:

ตามที่บริษัทเคยชี้แจงถึงเหตุผลที่ตั้งค่าเผื่อฯ TSB จำนวน 4,909 ล้านบาท ว่าเป็นไปตามสถานการณ์ ข้อมูลที่ปรากฏ และปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่สามารถคาดการณ์ได้อย่างน่าเชื่อถือ ณ ช่วงเวลาดังกล่าว

ขอทราบข้อบ่งชี้ที่ทำให้บริษัทต้องตั้งด้อยค่าเพิ่มเติม 73 ล้านบาท

การวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของ TSB ในอนาคต

ผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดต่อบริษัท

มาตรการและความคืบหน้าในการติดตามหนี้

3. นโยบายของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการตรวจสอบ

ต่อธุรกรรมการให้กู้ยืมเงินของบริษัท

ความเหมาะสมของกระบวนการพิจารณาอนุมัติและมาตรการกำกับดูแล

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...