โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บาหลีส้มหล่น! เตรียมรับนักท่องเที่ยวทะลัก แห่หนีวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา

Amarin TV

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 10.58 น.
บาหลีส้มหล่น! เตรียมรับนักท่องเที่ยวทะลัก แห่หนีวิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชา

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของบาหลี แหล่งพักผ่อนยอดนิยมของอินโดนีเซีย กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับกระแสนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มเปลี่ยนเส้นทางจากประเทศไทย หลังเกิดความวิตกกังวลจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แม้ว่าขณะนี้จะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวแล้วก็ตาม

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและผู้ประกอบการโรงแรมในบาหลีต่างรายงานถึงสัญญาณของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป โดยนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งเริ่มมองหาจุดหมายที่ปลอดภัยกว่าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นาย I Gusti Agung Ngurah Rai Suryawijaya รองประธานสมาคมโรงแรมและภัตตาคารอินโดนีเซีย (PHRI) ประจำจังหวัดบาหลี เปิดเผยว่า

“เพราะบาหลีถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยและเหมาะแก่การท่องเที่ยว เราจึงเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวบางส่วนที่เคยวางแผนจะเดินทางไปประเทศไทย เปลี่ยนมาที่บาหลีแทน” เขาระบุระหว่างให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่น NusaBali เมื่อวันอาทิตย์ “แม้จะยังไม่มีข้อมูลยืนยันอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับจำนวนเที่ยวบินที่เปลี่ยนเส้นทางมายังบาหลี แต่ตัวเลขเบื้องต้นชี้ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นราว 10-15%”

นาย Suryawijaya ยังเผยว่า แม้ในช่วงนี้จะเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสูงสุดของบาหลี แต่บาหลียังสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้เพิ่มเติม โดยนาย Suryawijaya ระบุว่า “ปัจจุบัน บาหลีมีห้องพักโรงแรมมากกว่า 160,000 ห้อง ขณะที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70-80% หมายความว่า เรายังมีห้องว่างอยู่ประมาณ 20-30% ซึ่งเพียงพอสำหรับการรองรับนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม”

ในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ชายหาดแถบ Canggu ของบาหลีเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นย้ำว่าบาหลียังมีศักยภาพรองรับนักท่องเที่ยวได้อีก โดยสนามบินนานาชาติ I Gusti Ngurah Rai ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของ Angkasa Pura รายงานว่า มีจำนวนผู้โดยสารรวม 11.4 ล้านเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 11.2 ล้านเที่ยวในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ไทย-กัมพูชา เห็นพ้องหยุดยิงแบบ “ไม่มีเงื่อนไข” หลังสู้รบยืดเยื้อ 5 วัน

การสู้รบที่ปะทุขึ้นเมื่อวันพฤหัสฯ ที่ผ่านมาใกล้ปราสาทพระวิหารในกัมพูชาและจังหวัดอุบลราชธานีของไทย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 38 ราย และมีผู้พลัดถิ่นมากกว่า 300,000 คน แม้จะมีการเจรจาและบรรลุข้อตกลงหยุดยิงซึ่งมีผลตั้งแต่เที่ยงคืนวันจันทร์ แต่เจ้าหน้าที่ไทยก็ได้ออกมากล่าวหากัมพูชาว่าละเมิดข้อตกลงตั้งแต่เนิ่น ๆ และการเจรจาได้ชะงักลงท่ามกลางข้อกล่าวหาซึ่งกันและกัน

สถานการณ์นี้ส่งผลให้หลายประเทศปรับคำแนะนำด้านการเดินทางใหม่ โดยหน่วยงาน Smartraveller ของออสเตรเลีย สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร ต่างแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางภายในระยะ 50 กิโลเมตรจากแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

ตามความเห็นของนาย Perry Markus เลขาธิการ PHRI แม้เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมของไทยอย่างกรุงเทพฯ และภูเก็ตจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ภาพรวมของความไม่มั่นคงก็อาจทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนแผนการเดินทางได้

“พฤติกรรมแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้เมื่อนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย” เขากล่าวกับสื่ออินโดนีเซีย Republika เมื่อวันอาทิตย์ พร้อมเสริมว่าหวังว่าสถานการณ์นี้จะทำให้นักท่องเที่ยวอยู่ในบาหลีนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไม่เห็นด้วยกับการสรุปแบบง่าย ๆ ว่าบาหลีจะได้ประโยชน์โดยอัตโนมัติจากความขัดแย้งในประเทศเพื่อนบ้าน

“แม้จะมีความไม่สงบในบางประเทศ ก็ไม่ได้หมายความว่านักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลมายังที่อื่นในภูมิภาคโดยอัตโนมัติ” Ida Bagus Agung Partha Adnyana ประธานสมาคมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย สาขาบาหลี กล่าวกับ Jawa Pos

เขาเน้นย้ำว่า บาหลีและจุดหมายอื่น ๆ ยังจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่น ด้วยการส่งมอบประสบการณ์ที่ปลอดภัย สะดวก และมีคุณภาพ “เราไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ ต้องเดินหน้าอย่างแอคทีฟในการสื่อสารและสร้างมาตรฐานบริการอย่างต่อเนื่อง”

ทั้งนี้ บาหลียังเผชิญความท้าทายด้านภาพลักษณ์ โดยเฉพาะกรณีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่กังวลถึงความเสี่ยงในการดึงดูดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ตำรวจจึงเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะต่อกลุ่มพำนักระยะยาวและที่พักที่ไม่ได้รับการควบคุม

ขณะเดียวกัน หน่วยงานท้องถิ่นยังเตือนนักท่องเที่ยวให้ประเมินสุขภาพและสภาพร่างกายของตนก่อนเข้าร่วมกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง หลังจากพบอุบัติเหตุและการร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ที่มา: SCMP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...