เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซียไซรัส มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways to Sideways Down โดยยังมีโอกาสซึมตัวลงหาแนวรับหลักบริเวณ Low 1,050-1,060 จุด โดยประเด็นความไม่แน่นอนและเสถียรภาพของรัฐบาลที่เปราะบางยังเป็นปัจจัยกดดันหลัก จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ลดลงอย่างมีนัยยะ โดยปัจจัยที่ยังต้องติดตามต่อในวันนี้คือการพูดคุยและต่อรองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลที่เหลือกับพรรคเพื่อไทยหลังการประชุมพรรคต่างๆวานนี้ ซึ่งคาดว่าจะยัง Overhang และกดดันให้ SET Index ฟื้นตัวได้จำกัด กรณีที่ช่วยลดแรงกดดันระยะสั้นที่สุดคือการที่นายกฯลาออกและต้องสรรหานายกฯท่านใหม่ แต่อย่างไรก็ตามประเด็นเสถียรภาพของรัฐบาลที่ต่ำจะยังคงอยู่ต่อไป
ขณะที่กรณีหากยุบสภาระยะสั้นอาจกดดันดัชในระหว่างรอการเลือกตั้งใหม่ 45-60 วัน แต่มีโอกาสที่ตลาดจะคาดหวังเชิงบวกในระยะกลาง-ยาวมากกว่าหากผลการเลือกตั้งมีแนวโน้มว่ามีพรรคที่จะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ไม่ยาก ส่วนประเด็นสงครามยังคงกดดันหลังทรัมป์อยู่ระหว่างพิจารณาร่วมโจมตีอิหร่าน ระยะสั้นกลยุทธ์จึงยังเน้นพักเงินในหุ้นกลุ่ม Defensive หุ้นปันผลสูง รวมถึง Global Play เช่น กลุ่มน้ำมันและส่งออก ซึ่งถูกกระทบจากความเสี่ยงการเมืองในประเทศจำกัดกว่า
กลยุทธ์ : พักเงินในหุ้นกลุ่ม Defensive หุ้นปันผลสูง รวมถึง Global Play เช่น กลุ่มน้ำมันและส่งออก ซึ่งถูกกระทบจากความเสี่ยงการเมืองในประเทศจำกัดกว่า
หุ้นเด่นเดือน มิ.ย. : CPALL, MTC, OSP, SJWD, STECON
FSSIA Portfolio : BA, CPALL, KBANK, MTC, NSL, OSP, PR9, STECON
หุ้นเด่นวันนี้ : CPAXT
• แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 34 บาท
• บริษัทแจ้งตลาดฯ คณะกรรมการบริษัทมีมติยืนยันว่า บริษัทไม่มีแผนการลงทุนในโครงการอื่นๆ และไม่มีการให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับ MQDC ประเมินเป็น sentiment บวก กับ CPAXT
• จากประกาศยืนยันดังกล่าว และน่าจะช่วยลดความกังวลของตลาดฯที่เกี่ยวข้องกับ MQDC จากกรณีที่ออกหุ้นกู้ไม่ครบจำนวน ซึ่ง MQDC จะมีการออกหุ้นกู้รอบใหม่ เพื่อ roll over bond ที่จะครบกำหนดในวันที่ 25 ก.ค. 2025 มูลค่ารวม 4.9 พันลบ.
• แนวรับ 16.50//16 บาท แนวต้าน 17.30//18 บาท
ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ ผันผวน จนกว่าจะมีข่าวบวก(การเมือง) เข้ามาในตลาด โดยตลาดหุ้นไทย เจอความไม่แน่นอนในเรื่องการเมือง (นายกฯ ไม่รู้จะอยู่หรือไป) ทำให้นักลงทุนขายหุ้นออกมา ในแง่ดัชนีฯ ถือว่าลงมามาก (FWD P/E 13.8 เท่า) แต่ยังต้องมาคอยตามสงครามตะวันออกกลาง … จึงคาดได้ว่า จะยังลบอยู่ แต่หากมีตัวแปรในเชิงบวกเข้ามา คาดตลาดก็พร้อมจะ rebound กลับมาด้วย (แนวรับ 1056 , 1034, 1000)
• การเมืองไทย ตกหลุมอากาศ หลังคลิปหลุดของนายกฯ ที่ออกมาโดยไม่คาดคิด จนอาจทำให้เกิดความไม่พอใจในพรรคร่วม และการฟ้องร้อง หรือเดินขบวนตามมาได้ …… เราประเมินสถานการณ์ รายวัน โดยวานนี้(19) รัฐบาลออกมาแก้เกมส์ นายกฯ แถลงขออภัยประชาชน ย้ำรัฐบาลผนึกกองทัพสู้ภัยคุกคามชาติ และใช้เรื่องเจตนาดี มาแก้ต่าง ….. เรามองว่า นักลงทุนยังอาจมีความไม่แน่ใจว่า จะมีผลต่อสถานะของนายกฯ ในอนาคตหรือไม่ นี่คือเหตุที่ทำให้หุ้นตกแรง เมื่อใดความกังวลลดลง หรือปัญหาถูกแก้ ตลาดหุ้นก็จะค่อยๆฟื้น นักลงทุนจึงควรอยู่ในจุดที่ควรพร้อมซื้อและขาย
• ความขัดแย้งแนวชายแดนกัมพูชาและไทย ยังตึงเครียด โดยอาจถูกผูกโยงมาจากกรณีคลิปหลุด หุ้นที่อิงรายได้กับกัมพูชา จึงยังคงถูกกระทบอยู่ต่อไป
• สถานการณ์ตะวันออกกลาง สองฝ่ายยังโจมตีกันหนัก อิหร่านโจมตีโซนที่อยู่อาศัยของอิสราเอล ด้านสหรัฐฯ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะตัดสินใจภายในสองสัปดาห์ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีอิหร่านหรือไม่ ….. เรามองว่าตลาดโลก ให้ความสนใจเรื่องนี้มากที่สุด เพราะมีผลต่อเศรษฐกิจและราคาน้ำมัน (Brent ล่าสุด $78.5 เหรียญ) หากสหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ต้องไปดูว่า มีการตอบโต้ใดๆ จะตามมาหรือไม่
• ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ได้อานิสงค์จากข่าวนี้ …. MSCI ระบุในรายงานการประเมินการเข้าถึงตลาดล่าสุดว่า การที่เกาหลีใต้ยกเลิกคำสั่งห้ามขายชอร์ต (short selling) หลักทรัพย์ที่จดทะเบียนทั้งหมดถือเป็นการปรับปรุงที่ดีขึ้น และได้ปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือด้านการขายชอร์ตของเกาหลีใต้จาก “-” เป็น “+”
• การประกาศรายชื่อ Virtual Bank กลุ่ม KTB-ADVANC-OR ได้ license เป็นกลุ่มแรก ขณะที่ธปท.รับยังมีโอกาสเปิดให้ไลเซ่น Virtual Bank รอบใหม่ ขอรอดู 3 รายแรกก่อน …… เรามองว่า Virtual Banking จะช่วยต่อยอดธุรกิจเดิมของผู้ลงทุน แต่การที่จะมี license ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามา อาจกลายเป็นคู่แข่งกัน
• FTSE SET Index Series rebalance วันนี้ ….. หุ้นเข้าออก #FTSE SET Mid-Cap Index ได้แก่ หุ้นเข้า : AURA และหุ้นออก : EPG, FORTH, LHFG, MAJOR, RBF, RS, SCCC, THG ……. ทั้งนี้ ตัวเลขที่จะมีการ rebalance ครั้งนี้ ค่อนข้างสูง ซึ่งเราจะเห็นตอนทำรายการช่วง ATC ของวันนี้
• Event วันนี้ : พรรคร่วมรัฐบาลจะทยอยประกาศจุดยืนของตัวเองต่อกรณีที่เป็นประเด็นใหญ่ของนายกฯ
Technical : BCH, KAMART
ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมิน SET กรอบแนวรับ 1,050 – 1,060 โดยมีแนวต้านที่ 1,080 – 1,085 คาดดัชนีมีโอกาสปรับลดลง หลังปัจจัยเสี่ยงการเมืองในประเทศเพิ่มสูงขึ้น กอปรยังมีความไม่แน่นอนต่อผลการเจราการค้าไทย – สหรัฐ และภาวะสงครามในตะวันออกกลาง แนะนำเลือกพักเงินในกลุ่มปลอดภัยและจ่ายเงินปันผลสูง เช่น SCB,TISCO, MC, PRM, SAPPE, DIF
PTTEP (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 120.00 บาท) ได้รับ sentiment บวกจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางหลังอิสราเอล-อิหร่านเปิดฉากโจมตีใส่กันอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้สหรัฐยังมีทีท่าทีค่อนข้างชัดเจนว่าจะร่วมโจมตีอิหร่าน ด้วยการใช้อาวุธทำรายล้างสูงอย่างบังเกอร์บัสเตอร์ ซึ่งจะยกระดับความเสี่ยงต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ และส่งผลกระทบ supply ของการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางมายังภูมิภาคเอเชีย โดยการขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 20% ของความต้องการใช้ในโลก
BCH (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 19.40 บาท) เบื้องต้น คาดกำไร 2Q68 ฟื้นตัวได้ดี YoY จาก 1.2Q67 มีรายการลบจาก Fx Loss, Covid-19, โรค adj.RW>2 รวมแล้วเป็นลบ ราว -100 ลบ. 2.รอมฎอนปีนี้อยู่ในในช่วง 28ก.พ.-29มี.ค.68 สิ้นสุดใน 1Q68 แล้ว และ 3.สภาพอากาศในปีนี้ที่มีฝนตกมากกว่าปีก่อนแล้วมีความร้อนน้อยกว่าปีก่อน ส่วน 3Q68 จะได้แรงบวกตามฤดูกาล โดย ปัจจุบัน เราคาดกำไรสุทธิของ BCH ปี68 ที่ 1,651 ลบ.(+29%YoY) มีปัจจัยหนุนจาก 1.ความเสี่ยงของการรับเงินประกันสังคมในปี68 ลดลง คาดว่า SSO จะสามารถจ่ายโรค adj.RW>2 ที่ 1.2 หมื่นบาท/adj.RW ได้ และ 2.คาดกลุ่มรายได้ผู้ป่วยต่างชาติเริ่มฟื้นตัว ขณะที่ BCH มีการเซ็นสัญญาร่วมกับมัลดีฟส์ เพื่อรับผู้ป่วยเข้ามารักษาที่ ร.พ.WMC