เดือดปุดๆ ส.ก.ลุกขอโหวตเปลี่ยน ‘ประธานสภากทม.’ เจอปัดส่งกฤษฎีกาตีความ คำว่า ‘ด่วน’
เดือดปุดๆ ส.ก.ลุกขอโหวตเปลี่ยน ‘ประธานสภากทม.’ ก่อนถูกค้านบรรจุ แนะส่งกฤษฎีกาตีความคำว่า ‘ด่วน’ – ด้านอดีตปธ.ประท้วง ชี้เป็นเอกสิทธิ์ส.ก. ไม่บรรจุวาระไม่ได้ พร้อมท้าถอดเทปฟัง
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ การประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยที่สาม (ครั้งที่ 1) ประจำปี 2568 ซึ่งมี นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร. จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย เป็นประธานสภา กทม. พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขตเข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้ ในวาระการประชุมที่ 1 มีการเลือกรองประธานสภาฯ กทม. คนใหม่ เนื่องจาก นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย ได้ยื่นหนังสือลาออกจากรองประธานสภา กทม. คนที่ 1 เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ตำแหน่งดังกล่าวว่างลง โดย นางกนกนุช กลิ่นสังข์ ส.ก. เขตดอนเมือง เสนอนายเนติภูมิ รุ่งรุจิราลัย ส.ก.เขตบึงกุ่ม ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภา กทม. คนที่ 1 แทน ซึ่งไม่มีผู้คัดค้าน
อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่าในการประชุมวันนี้ อาจมีการผลักดันให้ นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย รองประธานสภากทม. คนที่ 1 ขึ้นเป็นประธานสภา กทม. แทน นายสุรจิตต์ หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นประธานสภา กทม. คนปัจจุบัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงหนึ่งของการประชุม น.ส.นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ ส.ก.เขตคลองสามวา ได้เสนอให้มีการเปิดประชุมลับ อาศัยระเบียบการประชุมข้อ 39(1) ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง เสนอญัตติ ‘ขอให้ สภากทม.เลือกตั้งประธานสภากทม.ท่านใหม่’ โดยมีสมาชิก 25 ท่าน เข้าชื่อร่วมเสนอญัตติ จึงขอนำหนังสือยื่นต่อประธานสภา ซึ่งจะเป็นลักษณะการเปิดประชุมลับเพื่อโหวตเลือกประธานสภากทม. คนใหม่
ทั้งนี้เมื่อ นายสุรจิตต์ ได้รับหนังสือจาก น.ส.นฤนันมนต์ ก็ได้สอบถามว่า เป็นญัตติด่วนอย่างไร ตนเห็นสมควรว่าเรื่องนี้ไม่มีอะไรที่จะต้องปิดบัง
“กทม.มีความโปร่งใสภายใต้การนำของผู้ว่าฯ รวมถึง สภากทม.เองฯ ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการโหวตโดยไม่การเผยแพร่ ท่านมีประเด็นอะไรที่จะต้องปิดบังประชาชนหรือไม่?” นายสุรจิตต์กล่าว
น.ส.นฤนันมนต์กล่าวตอบว่า ไม่ได้มีการปิดบังประเด็น หากเห็นสมควร ประธานสภาฯ ก็อาจจัดให้มีการถ่ายทอดได้ แต่หากจำนวนผู้ประชุมมีไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 ซึ่งเมื่อสักครู่ก็มีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 สภาฯ ร้องขอให้มีการประชุมลับ ให้ประธานสภาฯ สั่ง ‘ผู้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ออกจากห้องประชุม’
นายสุรจิตต์กล่าวว่า ตนขอพิจารณาแยกเป็น 2 ประเด็น คือ 1.การเสนอญัตติด่วนมองว่าปัจจุบันมีวาระค้างอยู่จำนวนมาก ซึ่งเลื่อนมาหลายวาระ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งสิ้น และเพื่อนสมาชิกเพิ่งอภิปรายไปได้เพียง 2 วาระ
“ท่านมองว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องด่วนหรือ คำว่าด่วนของท่าน ผมวินิจฉัยว่า ไม่ได้ด่วน
อย่างไรก็ตาม เรายังมีข้อบังคับการประชุมที่ 38 ท่านก็เสนอเข้ามาได้ แต่เพื่อความสบายใจของท่าน เดี๋ยวผมจะส่งให้กฤษฎีกาความคำว่า ‘ด่วน’ จะได้เป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป
ส่วนประเด็นที่ 2 ผมถือว่าที่ประชุมสภาฯ แห่งนี้มีการถ่ายทอดอยู่แล้ว เห็นไม่สมควรที่จะปิดบัง หรืองดการถ่ายทอด” นายสุรจิตต์กล่าว
จากนั้น น.ส.นฤนันมนต์ อ้างอิงถึงการใช้ข้อบังคับการประชุมที่ 39 (1) ขอให้ปรึกษาพิจารณาเป็นการด่วน ซึ่งท่านประธานฯ ได้รับหนังสือไปแล้ว สามารถบรจุวาระการประชุมต่อท้ายได้ ถ้าหากท่านไม่เห็นเป็นการด่วน
“ซึ่งในวันนี้อย่างที่ท่านเห็น เรายังไม่ได้พูดถึงการเลื่อนพิจารณาระเบียบวาระใดขึ้นมา นอกจากระเบียบวาระที่ 9 จึงขอให้ประธานสภาฯ พิจารณาอีกหนึ่งครั้งในการบรรจุระเบียบวาระนี้” น.ส.นฤนันมนต์กล่าว
นายสุรจิตต์กล่าวย้ำว่า ตนวินิจฉัย ไม่บรรจุ เห็นว่าไม่เป็นการด่วน
จากนั้น นายพีรพล กนกวลัย ส.ก.เขตพญาไท กล่าวว่า ตนขอนุญาตท่านประธาน เพราะตอนนี้ 12.30 น. แล้ว จึงขอพักเที่ยง พักการประชุมก่อน
ต่อมา นายนภาพล จีระกุล ส.ก.เขตบางกอกน้อย กล่าวว่า นี่คงเป็นครั้งแรกที่มีญัตตินี้เข้ามาในสภากทม.
“นับแต่ผมเป็น ส.ก.มาตั้งแต่ปี 2545 เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราต้องคุยกัน ตอนนี้เที่ยงแล้ว พักเที่ยงก่อนแล้วค่อยมานั่งคุยว่าอะไรเป็นอะไร” นายนภาพลกล่าว
อย่างไรก็ดี น.ส.ฤนันมนต์ ได้อาศัยระเบียบวาระการประชุม ข้อที่ 126 ซึ่งมีใจความว่า ‘ถ้ามีปัญหาที่จะต้องตีความข้อบังคับนี้ ให้เป็นอำนาจของสภาฯ ในการลงมติ’ เพื่อวินิจฉัยตามวรรค 1 โดยอาศัยเสียงเกินกึ่งหนึ่ง ซึ่งสามารถทำได้โดยประธานสภาฯ ขอปรึกษา หรือสมาชิกเสนอญัติ โดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า 5 คน
ทั้งนี้ นายสุรจิตต์กล่าวย้ำอีครั้งว่า ตนวินิจฉัยแล้ว ‘ไม่ใช่เป็นเรื่องเร่งด่วน’ ก่อนขอให้ดำเนินการประชุมต่อ ในวาระเบียบวาระประชุมที่ 8.3
ในระหว่างนี้ นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ส.ก.เขตมีนบุรี ลุกขึ้นกล่าวว่า เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ท่านประธานต้องบรรจุ แต่จะบรรจุในวาระไหน ต้องแจ้ง เพราะมีผู้รับรองถูกต้อง
“ส่วนท่านจะวินิจฉัยว่า จะบรรจุในวาระที่เท่าไหร่ ในการประชุมวันนี้ หรือครั้งหน้า ต้องชัดเจน แต่ท่านไม่บรรจุไม่ได้” นายวิรัตน์กล่าว
โดย นายสุรจิตต์กล่าวตอบว่า ขอบคุณท่านวิรัตน์ ท่านเคยเป็นอดีตประธานสภาฯ ท่านทราบข้อบังคับดี
“ผมไม่ได้บอกว่าไม่บรรจุ แต่ขอตรวจเอกสารให้เรียบร้อย วันนี้ไม่ได้บรรจุ”
นายวิรัตน์กล่าวแย้งว่า โดยชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด
“เดี๋ยวผมเสียหาย เมื่อสักครู่ท่านบอกไม่บรรจุ ทุกคนได้ยินหมด ถอดเทปฟังได้ ผมประท้วงเพราะท่านต้องชัดเจน ตามเอกสิทธิ์ของเพื่อนสมาชิก ต้องบรจุ แต่ท่านจะวินิจฉัยบรรจุในวาระที่เท่าไหร่”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการกล่าวย้ำเพื่อความชัดเจนว่า ตกลงแล้วจะมีการบรรจุเป็นครั้งหน้าหรือไม่
นายสุรจิตต์กล่าวว่า ขอตนดูเอกสารก่อน ถ้าถูกต้องก็ไม่ติดขัดอะไร ซึ่งนายวิรัตน์ ชี้แจงว่า เป็นเรื่องที่ต้องบรรจุก่อน แล้วเรื่องเอกสาร กับเรื่องการอภิปรายต้องว่ากันต่อไป
ทั้งนี้ มีการพักการประชุม 1 ชั่วโมง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เดือดปุดๆ ส.ก.ลุกขอโหวตเปลี่ยน ‘ประธานสภากทม.’ เจอปัดส่งกฤษฎีกาตีความ คำว่า ‘ด่วน’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th