โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แค่กินยา 1 เม็ด ชายหลอดอาหารพัง "ต้องตัดทิ้ง" รู้วิธีการกลืน หมอเตือนหลายคนก็ทำ!!!

sanook.com

เผยแพร่ 01 ก.ค. 2568 เวลา 11.34 น. • Sanook
อย่ากินยาแบบนี้!!! ติดหลอดอาหาร “ต้องตัดทิ้ง” ยารักษาโรค… อาจกลายเป็นยาฆ่าคุณ หากกินผิดวิธี

แค่กินยาผิดวิธี 1 เม็ด ชายหลอดอาหารพัง “ต้องตัดทิ้ง” อึกเดียวชีวิตเปลี่ยน เตือนหลายคนก็ทำ!!!

ในชีวิตประจำวัน หลายคนมักกินยาโดยดื่มน้ำเพียงแค่หนึ่งอึก อย่างไรก็ตาม อย่ามองข้ามเรื่องการกินยา เพราะหากกินยาไม่ถูกวิธี ยาที่ดีในการรักษาโรคก็อาจกลายเป็น "ยาพิษคร่าชีวิต" ได้

ดังเช่นกรณีเมื่อไม่นานมานี้นายจาง อายุ 35 ปี จากเมืองหนิงโป ประเทศจีน มีอาการเจ็บคอ จึงตัดสินใจกินยา Doxycycline (ด็อกซีไซคลิน) แบบแคปซูลเคลือบลำไส้ด้วยตัวเอง โดยที่ตอนกินยา เขาดื่มน้ำแค่เพียงอึกเดียว แล้วรีบล้มตัวลงนอนทันที

เช้าวันรุ่งขึ้น เขาเริ่มมีอาการเจ็บหน้าอก กลืนลำบาก และมีอาการอื่นๆ อีกหลายอย่าง หลังนำส่งโรงพยาบาลและส่องกล้องในกระเพาะอาหาร แพทย์พบว่าเยื่อบุหลอดอาหารของเขาเกิดแผลอักเสบ จากการวิเคราะห์พบว่า “เกิดแผลที่หลอดอาหารเนื่องจากยา” ซึ่งเกิดขึ้นเพราะยาค้างอยู่ในหลอดอาหารนานเกินไป

น่าตกใจที่หลายคนยังไม่ตะหนักว่า เวลากินยาควรดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่เช่นนั้นยาอาจติดอยู่ที่ผนังหลอดอาหาร ยกตัวอย่าง Doxycycline ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์กัดกร่อน หากค้างอยู่ในหลอดอาหารนาน ก็จะเริ่มกัดเซาะเยื่อบุ และหากนอนราบจะทำให้ยาผ่านหลอดอาหารช้าลง ทำให้เกิดการระคายเคืองซ้ำซ้อน และกลายเป็นแผลในที่สุด

นอกจาก Doxycycline ที่นายจางใช้แล้ว ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Tetracycline (เตตระไซคลิน) และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (เช่น aspirin, ibuprofen) ก็สามารถทำลายหลอดอาหาร และทำให้เกิดแผลได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดเมื่อต้องใช้ยาเหล่านี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...