โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Forbes เปิด 10 อันดับมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2568

Amarin TV

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 10.20 น.
Forbes เปิดเผยการจัดอันดับทำเนียบ 50 มหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2568 พบว่า คุณเฉลิม อยู่วิทยา เจ้าของอาณาจักรกระทิงแดงและครอบครัวอยู่อันดับ 1

แม้สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในภาพรวม จะชะลอตัวหรือเติบโตช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่การเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของทรัพย์สินในกลุ่มมหาเศรษฐีไทยใน 3 อันดับแรกส่งผลให้ให้มูลค่าทรัพย์สินรวมของกลุ่มมหาเศรษฐีในไทยพุ่งขึ้นมากกว่า 11% แตะระดับ 170.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีในไทยประจำปี 2568 ของ Forbes พบว่า“ตระกูลกระทิงแดง” (Red Bull) ที่นำโดย “เฉลิม อยู่วิทยา” ครองอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นปีที่สอง และมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นอย่างมากทำสถิติสูงสุดที่ 44.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนรายได้ของบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังระดับโลก ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็น 11.2 พันล้านยูโร (หรือประมาณ 12.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2024 จากยอดขายทั่วโลกเกือบ 13,000 ล้านกระป๋อง

ขณะที่อันดับ 2 คือ พี่น้องตระกูลเจียรวนนท์ แห่งกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังคงรักษาอันดับเศรษฐีอันดับ 2 ของประเทศไว้ได้ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 23% แตะระดับ 35.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กลุ่มซีพีกำลังเดินหน้าอย่างหนักในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยร่วมลงทุน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐกับบริษัท BlackRock เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ขณะเดียวกัน บริษัทในเครือด้านฟินเทคอย่าง Ascend Money ก็เพิ่งได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งธนาคารเสมือน (Virtual Bank) ด้วย

ขณะที่ “สารัชถ์ รัตนาวะดี” นักธุรกิจพลังงานและโทรคมนาคม ขยับขึ้นสองอันดับ ขึ้นมาอยู่ในอันดับ 3 เป็นครั้งแรก ด้วยทรัพย์สินสุทธิ 12 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากการควบรวมระหว่างบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ อินทัช โฮลดิ้งส์ เสร็จสิ้นสมบูรณ์ และนำบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ “Gulf Development” เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อเดือนเมษายน ซึ่งเป็นแรงส่งสำคัญที่ผลักดันทรัพย์สินของเขาให้เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น

อันดับที่ 4 คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี และครอบครัว มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทรงตัวอยู่ที่ 10.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่อันดับที่ 4 โดยเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการโอนหุ้นบางส่วนให้กับทายาททั้งห้าคน แต่ในฐานะผู้ก่อตั้งกลุ่มทำให้ทรัพย์สินยังคงถูกรวบรวมในชื่อของคุณเจริญ

อันดับที่ 5 คือ ตระกูลจิราธิวัฒน์ แห่งอาณาจักรเซ็นทรัล ซึ่งขณะนี้ภาคค้าปลีกยังคงเผชิญกับภาวะความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ ส่งผลให้ทรัพย์สินของตระกูลจิราธิวัฒน์ลดลง 13% เหลือ 8.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามกลุ่มเซ็นทรัลได้พันธมิตรใหม่ คือ กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะแห่งซาอุดีอาระเบีย (Public Investment Fund) ที่เข้าซื้อหุ้น 40% ของห้างหรู Selfridges จาก Signa Holdings ของออสเตรีย (โดยกลุ่มเซ็นทรัลยังคงถือหุ้นอีก 60%)

10 อันดับมหาเศรษฐีไทย 2568

อันดับที่ 6 ตระกูลไชยวรรณ
ทรัพย์สินสุทธิ: 4.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อุตสาหกรรม: การเงินและการลงทุน

อันดับที่7 อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา และครอบครัว
ทรัพย์สินสุทธิ: 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อุตสาหกรรม: แฟชั่นและค้าปลีก

อันดับที่8 ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ
ทรัพย์สินสุทธิ: 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อุตสาหกรรม: ธุรกิจสุขภาพ

อันดับที่9 เสถียร เศรษฐสิทธิ์
ทรัพย์สินสุทธิ: 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อุตสาหกรรม: อาหารและเครื่องดื่ม

อันดับที่10 พรเทพ พรประภา และครอบครัว
ทรัพย์สินสุทธิ: 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อุตสาหกรรม: ยานยนต์
เรื่องน่ารู้ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ติดอันดับที่ 11 เศรษฐีไทย ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สรุปการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยในปี 2568 นี้มีผู้ติดอันดับ 19 รายที่มูลค่าทรัพย์สินลดลง โดยในจำนวนนี้รวมถึง “เจ้าพ่อกาแฟ” ประยุทธ มหากิจศิริ ซึ่งได้รับผลกระทบหลังจากกลุ่ม PM ที่เขาก่อตั้งมายาวนาน ยุติการร่วมทุนกับเนสท์เล่

นอกจากนี้ ยังมีมหาเศรษฐี 2 รายที่ถึงแก่อสัญกรรมหลังการจัดอันดับครั้งก่อน ได้แก่ “วนิช ไชยวรรณ” อดีตประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ของบริษัทไทยประกันชีวิต และ “พงษ์ศักดิ์ วิทยากร” ผู้ร่วมก่อตั้งเครือโรงพยาบาลกรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ซึ่งภายหลังได้ขยายธุรกิจสุขภาพภายใต้บริษัท Principal Capital โดยทรัพย์สินของทั้งสองท่านได้ถูกเปลี่ยนไปแสดงภายใต้ชื่อของ “ครอบครัวไชยวรรณ” และ “ครอบครัววิทยากร” ตามลำดับ

แม้ว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของทรัพย์สินสุทธิในการติดอันดับมหาเศรษฐีปีนี้ลดลงเหลือ 420 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากปีก่อนที่อยู่ที่ 550 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังมีมหาเศรษฐีถึง 4 รายที่หลุดจากการจัดอันดับไป โดยหนึ่งในผู้ที่น่าจับตามองคือ “สมโภชน์ อาหุนัย” เจ้าของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน EA ซึ่งบริษัทกำลังเผชิญกับปัญหาด้านการเงิน

สำหรับการจัดทำอันดับมหาเศรษฐีของ Forbes ได้ถูกรวบรวมขึ้นจากข้อมูลเกี่ยวกับการถือหุ้นและข้อมูลทางการเงิน ซึ่งได้รับจากครอบครัวและบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ

สำหรับทรัพย์สินที่เป็นหลักทรัพย์ในตลาด (public fortunes) จะคำนวณจากราคาหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 13 มิถุนายน ขณะที่ทรัพย์สินในบริษัทเอกชนจะประเมินมูลค่าโดยอ้างอิงจากการเปรียบเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์

ที่มา : Forbes

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...