โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

คนร้ายลอบยิงชายไทยพุทธวัย 32 ปี เสียชีวิตคาถนนในหมู่บ้านที่ไม้แก่น

สยามรัฐ

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 16.51 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 16.51 น.

คนร้ายลอบยิงชายไทยพุทธวัย 32 ปี เสียชีวิตคาถนนในหมู่บ้านที่ไม้แก่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 5 กค. 2568 เวลาประมาณ 15.30 น. พ.ต.อ.อรรถวุฒิ เพชรแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรไม้แก่น จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตบนถนนในพื้นที่บ้านทะเล หมู่ที่ 2 ต.ตะโละไกรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมชุดสืบสวนและหน่วยพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยทันทีช

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นถนนภายในหมู่บ้าน ได้พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อเซฟ สีแดง ป้ายทะเบียนปัตตานี ล้มอยู่กลางถนน ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่ในสภาพถูกยิงหลายนัดในลำตัวและศีรษะ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมาคือ นายนิตย์ชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี อยู่บ้านม. 1 ต.ไม้แก่น อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี

จากการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 มม. จำนวน 2 ปลอก และเครื่องกระสุนขนาดเดียวกันอีก 1 นัด นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. อีกจำนวน 6 ปลอก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการสืบสวนทางนิติวิทยาศาสตร์

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลไม้แก่น และกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน เมื่อถึงบริเวณจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายคาดว่ามากัน4คน ขับขี่รถจักรยานยนต์2คันไม่ทราบยี่ห้อและแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาประกบผู้ตายก่อนใช้อาวุธปืนยิงใส่หลายนัดอย่างไม่ทันตั้งตัว จนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายเสียหลักล้มและเสียชีวิตทันที หลังก่อเหตุคนร้ายขี่รถหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุการณ์ในครั้งนี้ คาดว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นอื่นทิ้ง ซึ่งต้องรอผลการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะผลการตรวจสอบปลอกกระสุนและกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง รวมถึงการสอบปากคำพยานแวดล้อม

ขณะที่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงได้เร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มงวด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...