โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

UN เล็งตัดงบ 20% เลิกจ้าง 6,900 ตำแหน่ง หลังสหรัฐไม่ส่งเงินหนุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 04.24 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 03.27 น.
ยูเอ็น ภาพโดย REUTERS/Mike Segar

UN เตรียมตัดลดงบฯ ราว 20% ประมาณ 3,700 ล้านดอลลาร์ ลดคนงานคิดเป็น 6,900 ตำแหน่ง หลังสหรัฐไม่ส่งเงินช่วยเหลือ

มติชน รายงานว่า บันทึกภายในของสำนักงานเลขาธิการแห่งสหประชาชาติ (UN) ชี้ว่า ยูเอ็นกำลังเตรียมตัดงบประมาณจำนวน 3,700 ล้านดอลลาร์ลง 20% และลดตำแหน่งงานประมาณ 6,900 ตำแหน่ง

คำสั่งดังกล่าวได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานระบุรายละเอียดเกี่ยวกับแผนการลดจำนวนพนักงานภายในวันที่ 13 มิถุนายน ขณะที่เสาหลักขององค์การระหว่างประเทศแห่งนี้กำลังเผชิญวิกฤตการเงินที่มีต้นเหตุสำคัญส่วนหนึ่งมาจากการที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนงบประมาณราว 1 ใน 4 ของยูเอ็น ยังไม่ชำระเงินตามภาระผูกพันที่มีอยู่

นอกจากการลดเงินช่วยเหลือต่างประเทศของรัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหน่วยงานด้านมนุษยธรรมของยูเอ็นแล้ว สหรัฐยังค้างชำระการจ่ายเงินอุดหนุนยูเอ็นจนถึงปัจจุบันเกือบ 1,500 ล้านดอลลาร์

แม้ในบันทึกภายใน นายจันทรามูลี รามานาธาน ผู้ควบคุมงบประมาณของยูเอ็นจะไม่ได้ระบุถึงการค้างชำระของสรหัฐโดยตรง แต่เขาอธิบายว่าการตัดงบฯ นี้เป็นส่วนหนึ่งของการทบทวนที่เริ่มในเดือนมีนาคม ชื่อว่าโครงการ “UN80”

“นี่คือความพยายามที่ทะเยอทะยาน เพื่อทำให้ยูเอ็นเหมาะสมกับบทบาทของศตวรรษที่ 21 ในการสนับสนุนพหุภาคี ลดความทุกข์ยากของมนุษย์ และสร้างชีวิตที่ดีขึ้น และอนาคตที่ดีกว่าสำหรับทุกคน ผมขอความร่วมมือจากทุกท่านในความพยายามร่วมกันครั้งนี้ ซึ่งมีกรอบเวลาที่เร่งรัดเป็นที่ทราบกันดี” รามานาธานกล่าว

แผนการตัดงบฯ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของรอบงบประมาณใหม่ของยูเอ็น

นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น ได้บรรยายกับคณะทูตยูเอ็นในเดือนพฤษภาคมว่า เขากำลังพิจารณาการปฏิรูปครั้งใหญ่ รวมถึงการรวมหน่วยงานหลัก ๆ เข้าด้วยกัน และปรับการจัดสรรทรัพยากรทั่วโลก โดยยูเอ็นอาจรวมหน่วยงานบางแห่งเข้าด้วยกัน ปรับลดบางส่วน ย้ายพนักงานไปยังเมืองที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน และขจัดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น

“นี่คือช่วงเวลาแห่งอันตราย แต่ก็เป็นช่วงเวลาแห่งโอกาสและภาระผูกพันอันใหญ่หลวงด้วยเช่นกัน อย่าเข้าใจผิด การตัดสินใจที่ทำให้ไม่สบายใจและยากลำบากกำลังรออยู่ข้างหน้า อาจจะง่ายกว่าและน่าดึงดูดใจที่จะเพิกเฉยต่อปัญหาเหล่านี้ แต่เส้นทางนั้นก็เป็นทางตัน” กูเตอร์เรสกล่าวเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม

การที่สหรัฐค้างจ่ายเงินยังทำให้ยูเอ็นประสบวิกฤตสภาพคล่อง ซึ่งรุนแรงขึ้นจากการที่จีนจ่ายเงินล่าช้าอยู่บ่อยครั้ง โดยเงินสนับสนุนจากทั้งสองประเทศรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของงบประมาณยูเอ็น

นอกจากนี้ รัฐบาลทรัมป์ยังได้ตัดงบประมาณแบบมีเงื่อนไข (Discretionary Funding) หลายร้อยล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้โครงการด้านมนุษยธรรมหลายโครงการต้องหยุดลงทันที เจ้าหน้าที่ยูเอ็นระบุว่าเรื่องดังกล่าวจะทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ขณะที่งบประมาณในปีถัดไปของสหรัฐที่ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสก็ยังได้ตัดหรือลดงบประมาณยูเอ็นหลายรายการ ซึ่งรวมถึงภารกิจด้านการรักษาสันติภาพ

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการตัดงบฯ ของยูเอ็นโดยตรง แต่กล่าวว่าการศึกษาที่ทรัมป์สั่งให้ทำยังอยู่ระหว่างดำเนินการ และมีกำหนดแล้วเสร็จในต้นเดือนสิงหาคมนี้ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการทบทวนการให้เงินสนับสนุนต่อยูเอ็นและองค์กรระหว่างประเทศอื่น ๆ

เมื่อเดือนเมษายน ทอม เฟล็ตเชอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า การที่สหรัฐลดเงินสนับสนุนจะทำให้ต้องลดพนักงานลง 20% เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนเงิน 58 ล้านดอลลาร์

ริชาร์ด โกแวน ผู้อำนวยการประจำยูเอ็นของ International Crisis Group กล่าวว่า ยังไม่แน่ชัดว่าการลดงบประมาณของยูเอ็นจะทำให้จุดยืนของรัฐบาลทรัมป์เปลี่ยนแปลงหรือไม่

“นักการทูตคิดว่ากูเตร์เรสหวังว่า หากเขาแสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมจะลดงบฯ จริง ฝ่ายบริหารของทรัมป์อาจยอมผ่อนปรนในท่าทีขู่ตัดงบฯ ยูเอ็นทั้งหมด มันอาจได้ผลก็ได้ แต่ก็เป็นไปได้เช่นกันว่ารัฐบาลสหรัฐจะถือเอาการลดงบฯ นี้เป็นชัยชนะ และไม่ยอมประนีประนอมใด ๆ” โกแวนกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : UN เล็งตัดงบ 20% เลิกจ้าง 6,900 ตำแหน่ง หลังสหรัฐไม่ส่งเงินหนุน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...