โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

SET ปิดลบ 13 จุด หลังนทล.เทขายหุ้น วิตกเศรษฐกิจ-การเมืองในประเทศ เหตุดัชนีผู้บริโภคต่ำสุดรอบ 26 เดือน

Wealthy Thai

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.17 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 11.17 น.

ดัชนีหุ้นไทยวันนี้ปิดลบ 13 จุด หลังนักลงทุนเทขายหุ้นใหญ่ วิตกเศรษฐกิจชะลอตัว หลังประเด็นการเมืองกดดัน-ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบ 26 เดือน
วันนี้ (12 มิ.ย. 68) ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปิดตลาดที่ระดับ 1,128.62จุด ลดลง 12.96 จุด หรือ -1.14 % ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 32,483.12 ล้านบาท
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ SET Index ลดลง กังวลสถานการตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และ กังวลกิจกรรมเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวหลัง ม.หอการค้าฯ รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทยลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 26 เดือน ผสานกับประเด็นการเมืองภายในกดดันเป็นจิตวิทยาลบ
โดย Sector ปรับตัวลงกดดันดัชนี คือ กลุ่มอิเล็กฯ (DELTA) และธนาคาร (BBL, KANK, KTB, SCB), กลุ่มสื่อสาร (ADVANC) และกลุ่มค้าปลีก (HMPRO, GLOBAL, DOHOME) ส่วน Sector ปรับขึ้นประคองดัชนี คือ กลุ่มน้ำมันโรงกลั่น (PTTEP, TOP) และ กลุ่มปิโตรฯ (PTTGC, SCC)
หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น คือ
PTTEP (+4.48%) ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกกังวลอุปทานตึงตัวจากสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ล่าสุดราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับขึ้นแตะระดับ 68.15$/bbl (+4.88%) ทำสถิติสูงสุดในรอบ 2เดือน เป็นจิตวิทยาบวกกับกลุ่ม oil link company โดยเฉพาะ PTTEP
TOP (+1.77%), PTTGC (+1.98%) ปรับขึ้นในทิศทางเดียวกับ PTTEP มองราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นแรงช่วยลด downside จากการขาดทุนสต๊อกน้ำมันดิบให้กับผู้ประกอบการโรงกลั่นและปิโตรฯ ผสานกับ PTTGC มีวัตถุดิบเป็นก๊าซธรรมชาติราคาจะปรับขึ้นช้ากว่าน้ำมันนักลงทุนจะชอบเก็งกำไรในภาวะตลาดน้ำมันขาขึ้นเพราะจะได้ Spread ที่กว้างกว่าหากเทียบกับคู่แข่งที่ใช้นาฟทาเป็นวัตถุดิบ
SCC (+3.25%) นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของเรามีมุมมองบวกจากข่าวลดสัดส่วนการลงทุนใน CAP บริษัทปิโตรฯ ในอินโดฯ จาก 30.57%เป็น 10.57%สอดคล้องกับกลยุทธ์ของผู้บริหารที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายคงที่ และหยุดกิจการที่ไม่ทำกำไร เราคาดธุรกรรมดังกล่าวสุดท้ายจะส่งให้ลดดอกเบี้ยจ่าย และมีกำไรพิเศษ เป็น catalyst บวกเพิ่มในช่วง 2Q25F
GLOBAL (-2.02%), DOHOME (-3.98%), HMPRO (-7.19%) นักวิเคราะห์กลุ่มค้าปลีกของเราออกบทวิเคราะห์ปรับลดน้ำหนักหุ้นในกลุ่มค้าปลีก เนื่องจากแนวโน้ม SSSG ที่อ่อนแอในไตรมาสปัจจุบัน (QTD) จากเศรษฐกิจชะลอตัว ประชาชนขาดความเชื่อมั่น และ สภาพอากาศที่ร้อนน้อยกว่าปกติ มีผลต่อยอดขายสินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศ และกลุ่มเครื่องดื่ม
DELTA (-3.96%) มีปัจจัยลบเฉพาะตัวจากข่าวเสี่ยงจ่ายคืนเงิน 2พันล้านบาท เนื่องจากใช้สิทธิผลิตชิ้นส่วน EV แต่ไม่เป็นไปตามที่ BOI กำหนด แม้ในเบื้องต้นบริษัทจะออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...