โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เสธ.โหน่ง’ เชื่อคุย JBC ไม่เป็นผล มอง ‘รัฐบาล’ เล่นการเมืองมากไป

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 09.22 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 09.28 น.

พล.ท.พงศกร รอดชมภู หรือ เสธ.โหน่ง อดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการเจรจาคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ว่า ในส่วนของชุดเจรจาซึ่งนำโดย นายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ เป็นประธานคณะฯ เป็นคนเก่งเป็นทูตอยู่ที่กัมพูชามาหลายปีแล้ว จึงเชื่อว่าการพูดคุยไม่น่ามีปัญหา แต่ปัญหาคือการพูดคุยในครั้งนี้เป็นการพูดคนละภาษา มีเป้าหมายคนละอย่าง กัมพูชาไม่ได้สนใจเรื่องการเจรจาปักปันเขตแดน เพราะเขาต้องการนำเรื่องขึ้นศาลโลก ซึ่งตอนนี้ถือว่าเขาทำสำเร็จแล้ว แต่ในส่วนของไทยอาจใช้เวทีนี้ให้เป็นประโยชน์ในการสื่อสารกับนานาชาติ ใน 3 ประเด็น
1. ยืนยันว่ากัมพูชารุกรานไทย ทำให้เกิดการปะทะกันและทหารกัมพูชาตายในแผ่นดินไทย
2. ไม่จำเป็นต้องนำเรื่องขึ้นศาลโลก เพราะมีข้อตกลงทวิภาคีที่ยึดเขตแดนจากสันปันน้ำอยู่แล้ว
3. ไทยไม่มีเจตนารุกราน ไม่ใช่ประเทศใหญ่รังแกประเทศเล็ก และยินดีจะสร้างสันติภาพ

นอกจากนี้ในส่วนของไทยเองยังต้องไปอธิบายกับสหประชาชาติว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะกัมพูชาได้นำหน้าเราไปก่อนในการพูดคุยกับจีน อินโดนีเซีย และฝรั่งเศส แต่ไทยยังไม่ขยับ อย่าปล่อยให้กัมพูชาฟ้องก่อนแล้วเราค่อยไปแก้ตัว

ทั้งนี้ พล.ท.พงศกร มองว่า ไทยไม่สามารถคาดหวังอะไรจากการเจรจา JBC ได้ ดังนั้นในวันที่ 14 มิถุนายน จะไม่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร ไทยจึงต้องใช้มาตรการกดดันอื่น เช่นการปิดจุดผ่อนปรนชั่วคราว ระงับการดำเนินการบางอย่างของด่านถาวร การปราบปรามการสวมสิทธิสินค้าเข้ามาในไทย หรือการดำเนินการใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจกัมพูชา จึงอยากให้ฝ่ายการเมืองยืนอยู่ข้างประเทศไทยมากกว่านี้ไม่ใช่ไปออกตัวแทนกัมพูชายืนยันว่าจะไม่ตัดไฟฟ้า ตัดอินเทอร์เน็ตแบบนี้มันไม่ใช่ อยากให้ฝ่ายการเมือง และทหารเป็นเนื้อเดียวกันสื่อสารมาในทิศทางเดียวกัน โดยอาจใช้โมเดลในสถานการณ์การแพร่ระบาด โควิด-19 ที่มีการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ จากส่วนกลางและตั้งโฆษกคอยตอบโต้อีกฝ่าย เพราะสมเด็จฮุนเซนมีการสื่อสารทุกวัน แต่เรารอมีอีเว้นถึงจะพูด แล้วก็สื่อสารไม่เป็นทิศทางเดียวกันทำให้ประชาชนเกิดความกังวลว่าจะมีการช่วยกัมพูชาหรือไม่

อดีตรองเลขาธิการ สมช. กล่าวว่าการมอบอำนาจให้กองทัพเป็นผู้พิจารณามาตรการตอบโต้เป็นการเล่นการเมืองมากไป เพราะรัฐบาลไม่ต้องการมีส่วนเกี่ยวข้องหรือกระทบกระทั่งกัมพูชา ทำให้ดูเหมือนไม่เป็นเอกภาพ และแม้ตอนนี้กัมพูชาจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการไปแล้ว สถานการณ์ตามแนวชายแดนไม่น่าจะปะทะกันอีก แต่ไทยยังคงต้องมีมาตรการตอบโต้ และกดดันเพื่อย้ำเตือนว่าไทยกัมพูชายังมีความตึงเครียดกันอยู่ เพื่อให้กัมพูชายอมถอยเรื่องการส่งเรื่องขึ้นศาลโลก เพื่อกลับมาใช้วิธีการเจรจา โดยไทยอาจเดินเกมก่อนด้วยการขอเข้าไปปราบจีนเทา แก๊งสแกมเมอร์ แลกกับการเปิดด่านให้ ถือเป็นการพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส

ส่วนกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พูดในการลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ขอให้ไทยประสานกับกัมพูชา เพื่อปรับเวลาเปิด-ปิดด่านให้พร้อมกันนั้น พล.ท.พงศกร เชื่อว่า เป็นเพราะ กัมพูชาขอมา ดูจากท่าทีของกัมพูชาแสดงออกว่ากลัวการปิดด่านมาก และนายกรัฐมนตรีก็เหมือนจะหลุดปากว่าเพื่อเป็นการดูแลชาวกัมพูชาด้วย อย่างไรก็ตาม พล.ท.พงศกร กล่าวว่าประเทศไทยมักจะอ่อนเรื่องนโยบายด้านความมั่นคงเนื่องจากมักจะโอนอ่อนผ่อนตามพื้นบ้าน เป็นทุกรัฐบาล ซึ่งส่วนตัวไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร แต่รัฐบาลอ่อนผิดปกติ ทำให้มีปัญหาอยู่ทุกวันนี้.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...