โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ไทยวางกรอบประชุม JBC ถกสำรวจเขตแดนร่วม หวังลดอุณหภูมิการเผชิญหน้า

The Reporters

อัพเดต 12 มิ.ย. 2568 เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 12.21 น.

ไทยวางกรอบประชุม JBC ถกสำรวจเขตแดนร่วม หวังลดอุณหภูมิการเผชิญหน้า ชี้กัมพูชาเชิญประชุมเอง เท่ากับยอมรับ MOU 2543 ลั่นไม่ใช่ทุกปัญหาจะจบที่ JBC แต่ต้องเจรจาต่อเนื่อง

วันนี้ (12 มิ.ย. 68) นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวประจำสัปดาห์ เกาะติดสถานการณ์พัฒนาการสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวานนี้ (11 มิ.ย.68) ตามที่หลายท่านได้ติดตามนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่าไทยได้เตรียมการเข้าร่วมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ซึ่งเป็นการหารือภายในของฝ่ายไทยครั้งที่ 2 ก่อนการประชุม นายมาริษได้มอบนโยบายในการเจรจาโดยย้ำแนวทาง 3 เรื่อง ได้แก่

1.การลดความตึงเครียด และทำให้ประชาชนอยู่อย่างสงบสุข
2.การทำให้เกิดความชัดเจนมากขึ้น เรื่องเส้นเขตแดน
3.การยืนหยัดที่จะปกป้องอธิปไตย

นายนิกรเดช กล่าวว่าไทยมุ่งมั่นใช้กลไกทวิภาคี ซึ่งเป็นกลไกที่เป็นที่ยอมรับตามหลักปฏิบัติสากล และความตกลงที่สองประเทศมีอยู่แล้ว โดยจะเป็นวิธีหาทางออกของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กลไกที่มีอยู่ได้แก่ JBC-GBC-RBC เราจะใช้ทั้ง 3 กลไกนี้ควบคู่กันไปในการเจรจา และใช้ MOU 2543 ซึ่งถือเป็นสนธิสัญญาที่สองฝ่ายได้ตกลงกันแล้ว และมีผลทางกฎหมาย

ที่ประชุม JBC อีก 2 วันข้างหน้าจะเกิดขึ้นแล้ว จึงขอชี้แจงรายละเอียดว่า JBC คือกลไกทวิภาคี กลไกหลัก ถือว่าเป็นเวทีหารือเรื่องเขตแดนโดยเฉพาะ จึงประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศและเส้นเขตแดน ซึ่งจัดการประชุมขึ้นมาแล้ว 10 ครั้ง

หนึ่งในข้อกำหนดสำคัญของ MOU 2543 คือการให้ทั้งสองฝ่ายงดเว้นการเปลี่ยนแปลงสภาพพืนที่ ซึ่งหมดอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการ JBC ของฝ่ายไทย ที่ได้รับการแต่งตั้ง ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหลายฝ่าย นำโดยนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ ส่วนฝ่ายกัมพูชา มีนายลัม เจีย รัฐมนตรีกระทรวงกิจการชายแดนกัมพูชา เป็นหัวหน้าคณะ

“ไทยประกาศไม่ยอมรับเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) และมีประเทศอีก 118 ประเทศ รวมไทยด้วยเป็น 119 ประเทศ จาก 190 กว่าประเทศที่เป็นสมาชิกสหประชาชาติ (UN) มากกว่าครึ่งหนึ่งของ UN ไทยจะยึดมั่นผ่านกลไกทวิภาคี ขอให้ทุกคนมั่นใจว่าผู้แทนไทยจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการด้วยความมืออาชีพ โดยจะเอาผลประโบชน์ของประชาจนเป็นตั้วตั้ง”

นายนิกรเดช ย้ำว่าการประชุม JBC
ยืนยันว่าไม่มีอะไรจะปิด แต่ไม่สามารถเล่ารายละเอียดได้ เนื่องจากยังพูดคุยไม่เสร็จสิ้น โดยวาระที่มีการพูดคุยแน่ ๆ คือ การสำรวจเขตแดนร่วมกัน ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมของนายประศาสน์นั้น สำหรับกระทรวงการต่างประเทศนายประศาสน์ มีความเชี่ยวชาญด้านเขตแดนดีที่สุดคนหนึ่ง ดูจากการทำงานอยู่กรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศมาโดยตลอด เป็นผู้อำนวยการกองเขตแดน โตมาในกรมสนธิสัญญาฯ และไปเป็นเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ มีความรู้ทางพื้นที่ และมีความรู้เชิงเทคนิคในฐานะที่เป็นนักกฎหมาย มีความคุ้นเคยได้รับการยอมรับจากข้าราชการกรมสนธิสัญญาฯ ในการนำทีม กรมสนธิสัญญาฯ เองก็อยากให้ท่านมาเป็นหัวหน้าทีมนี้ด้วย

นายนิกรเดช ขอยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะยึดผลประโยชน์ของประชาชนคนไทย ยึดถืออธิปไตยของชาติเป็นที่ตั้งไม่เปลี่ยนแปลงไปจากนั้น หน่วยงานที่ไปประชุม JBC เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคในสายงานที่จำเป็นสำหรับเขตแดน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นมืออาชีพ ยึดผลประโยชน์ของคนไทยเหนือสิ่งอื่นใดในทุกการประชุม

การไปประชุม JBC ตามคำเชิญของกัมพูชาหมายความว่ากัมพูชายอมรับ MOU 2543 อยู่แล้ว โดยไทยมีวัตถุประสงค์จะบรรลุผลอยู่แล้ว แต่ยังไม่สามารถพูดได้เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเจรจา ขอให้รอหลังการประชุม JBC ในวันที่ 14 มิ.ย.68 แต่สิ่งที่ต้องการคือ ไทยอยากให้การประชุม JBC ลดอุณหภูมิการเผชิญหน้าระหว่างกัน เชื่อว่าจะเป็นความหวังของฝ่ายกัมพูชาด้วย เราพูดโดยตลอดว่าเราต้องไปประชุมด้วยความจริงใจและสุจริตใจ

ทั้งนี้หากไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะ 25 ปีที่ผ่านมาของการมี MOU 2543 ได้ปลดล็อคอะไรหลายอย่างตามแนวชายแดน 40 กว่าหลักเขต ไม่ใช่ว่าทุกปัญหาจะแก้ได้ภายในหนึ่งการประชุม ขอให้เริ่มมีการประชุมแล้วก็จะติดตามการประชุมครั้งต่อไป ในการประชุมอาจจะมีการตกลงในกรอบกว้างและนำไปสู่การทำงานร่วมกัน ดังนั้นการเผชิญหน้าหรือการมีความเห็นไม่ตรงกันที่ชายแดน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตกลงกันได้ในการประชุมครั้งเดียว ได้ก็ดี แต่ไม่อยากให้ความหวังว่าไปเจอกันที่ JBC แล้ว จะมีการลากเส้นเขตแดนกันเสร็จหมด คงไม่ใช่ เพราะจะต้องมีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...