ย้อนเวลากลับมาเป็นแม่ลูกหกพาสามีนายพรานหนีภัยสงคราม
ข้อมูลเบื้องต้น
เรื่อง
ย้อนเวลากลับมาเป็นแม่ลูกหกพาสามีนายพราน
หนีภัยสงคราม
อัพทุกวัน
………………………………………………….
ลูกหก! สามีติดเตียงอีกหนึ่ง! พ่วงด้วยระบบสมองกลทรัพยากรน้อย แล้วยังต้องหอบกันหนีภัยสงคราม!?
หลินจิ้งหนิงเสียชีวิตระหว่างคลอดลูกคนที่หก ก่อนวิญญาณจะถูกระบบส่งไปเกิดใหม่ในยุคปี 6538 กลายเป็นทหารหญิงหน่วยพิเศษ มีภารกิจมากมาย แต่สุดท้ายก็เสียชีวิตเพราะ “ร่มไม่กาง” ขณะปฏิบัติการ
ระบบที่ฝังอยู่ในสมองส่งจิตวิญญาณของเธอกลับมาสู่ร่างเดิม ในจังหวะเดียวกับที่กำลังจะคลอดลูกแฝดหญิง และยังไม่ถึงหนึ่งดอกธูปหลังความตายก่อนหน้า
คราวนี้…เธอจะไม่ยอมให้ทุกอย่างพังทลายเหมือนเดิมอีก จากหญิงอ่อนแอที่ยอมจำนนต่อโชคชะตา กลายเป็นหญิงแกร่งผู้มากด้วยประสบการณ์จากโลกอนาคต มีทั้งระบบสมองกล ทักษะการเอาตัวรอด และเป้าหมายเดียว คือ “ปกป้องครอบครัวนี้ให้ได้!”
แม้จะมีเพียงร่างกายที่เพิ่งคลอด ทรัพยากรจำกัด ลูกเล็กทั้งหก และสามีนายพรานแสนเย็นชาหนึ่งคน ไม่พอเขายังกลายมาเป็นเจ้าชายนิทรา
เจ้าลูกชายก็ดันฉลาดเกินวัย สายตาเฉียบคม สงสัยแม่ทุกฝีก้าว!
จะเอาตัวรอดอย่างไรไม่ให้โดนจับโป๊ะ แล้วจะต้องหอบลูกทั้งหก (รวมพ่อด้วย) หนีภัยสงครามอีก!!!
………………………………………………………..
ผังตัวละคร + ข้อมูลนิยาย
@ ถ้ามีตรงไหนไม่เข้าใจสามารถเม้นบอกได้เลยนะคะ ถ้าไม่สปอยเนื้อเรื่องไรท์จะเอามาลงในนี้ให้ @
สีดำ ๆ เป็นที่นั่งนะคะ ขออภัยในความสามารถ
บทนำ หลินจิ้งหนิง {รีไรท์}
บทนำ หลินจิ้งหนิง
“ฮึก ท่านแม่” เสียงเรียกแผ่วเบาเรียกให้สติของคนที่ถูกเรียกว่า ‘ท่านแม่’ แจ่มชัดขึ้น ร่างกายเริ่มรู้สึกเจ็บขึ้นมาทีละน้อย กลิ่นอับชื้นปะปนกับกลิ่นคาวของเลือดทำให้ ‘หลินจิ้งหนิง’ ลืมตาขึ้นมาด้วยความงุนงง
“ซี้ดดดด”
เมื่อยันตัวลุกขึ้นหน้าท้องรวมไปถึงกายส่วนล่างก็เจ็บปวดราวกับจะฉีกขาดออกจากกัน ความเจ็บปวดนี้ทำให้ตาที่ยังมัวอยู่ชัดเจนยิ่งขึ้น “อาซิน”
“ท่านแม่ ท่านฟื้นแล้ว!!”
คราวนี้ไม่ใช่แค่เด็กสาวตรงหน้าที่ตกใจ หลินจิ้งหนิงก็ตกใจไม่แพ้กันที่เห็นหันหน้าเปื้อนคราบน้ำตาของ ‘เด็กคนนี้’
” ทะ…ทำไม โอ๊ยยย!!”
“ท่านจะคลอดแล้วหรือ ข้า…ข้าจะไปเตรียมน้ำมาให้ท่าน” ว่าแล้วก็กระวีกระวายเดินออกจากห้องไปด้วยความเร่งรีบ ทิ้งให้คนบนเตียงมองตามไปด้วยความรู้สึกตึงเครียด
[อลิส ยังอยู่ไหม]
[โปรดรอสักครู่ ระบบสมองกลยังทำการโหลดทรัพยากรไม่สมบูรณ์] เสียงโมโนโทนดังขึ้นภายในหัว ทำให้หลินจิ้งหนิงเบาใจลงได้บ้าง
ทว่าความเจ็บปวดในตอนนี้ทำให้กลับมาเครียดอีกครั้ง
เมื่อก้มมองหน้าท้องก็เห็นว่ามันนู้นใหญ่เสียจนน่ากลัว เสื้อผ้าบนกายไม่ใช่ชุดสูทของทหารหน่วยรบพิเศษของสมาพันธ์ แต่เป็นผ้าป่านเนื้อหยาบรอยปะชุนมีให้เห็นเป็นแห่ง ๆ ไป สีดั้งเดิมของมันเป็นสีอย่างไรก็ยากที่จะคาดเดา
ทว่าสีตอนนี้เป็นสีน้ำตาลหม่น จนใกล้เคียงกับพื้นดินในห้องจนแยกแทบไม่ออก ในท้องเริ่มเจ็บหน่วงเป็นระยะหลินจิ้งหนิงรู้ได้ในทันทีว่าท้องที่นู้นอยู่นี่คือนางตั้งครรภ์
และทารกน้อยในท้องก็ต้องการออกมาสัมผัสโลกภายนอกนี้แล้ว
หลินจิ้งหนิงใช้เวลาคลอดลูกนานถึงสองชั่วโมง นางแทบไม่มีแรงเบ่งทารกออกมา หากว่าเป็นคนเดียวก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มีถึงสองคน!!
อาซินเด็กสาวตัวน้อยวัยแปดขวบก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มากเท่าไหร่นัก
แต่สุดท้ายก็ยังผ่านไปได้ด้วยดี
แม้ว่าเด็กจะตัวเล็กและร้องเสียงเบาราวกับลูกแมวตัวน้อย
“ท่านแม่พักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ ข้าจะทำน้ำแกงมาให้” หลิงจิ้งหนิงพยักหน้าให้ก่อนจะหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย
ก่อนหน้านี้นางเป็นหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ ครองโสดมาจนถึงอายุสามสิบปี ได้รับภารกิจสอดแนมทันทีที่หลินจิ้งหนิงกระโดดร่มลงมาก็รู้สึกถึงความแปลก
ร่มไม่กาง!!
นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่รับรู้ได้ ก่อนจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้และคลอดลูกแฝดเพศหญิงออกมาหนึ่งคู่
[ระบบโหลดทรัพยากรสมบูรณ์ คุณต้องการใช้งานเลยหรือไม่] นอนหลับตาคิดอยู่ครู่หนึ่ง เสียงในหัวก็ดังขึ้นอีกครั้ง [ใช้]
[สวัสดีตอนเย็น]
[สวัสดีบ้าสวัสดีบออะไรก่อน อลิส! นี่มันเรื่องอะไรกันทำไมฉันถึงเข้ามาอยู่ในร่างนี้] แม้ว่าจะพูดคุยกันในหัวแต่เจ้าระบบสมองกลก็รับรู้ได้ว่านายของมันโมโหเสียแล้ว
[ก่อนหน้านี้คุณได้รับภารกิจสอดแนม แต่ระหว่างกำลังไปยังพื้นที่ร่มไม่กางจึงเสียชีวิต]
[เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว แต่ ‘ทำไม’ ฉันถึงกลับเข้ามาอยู่ในร่างนี้]
[เพราะร่างใหม่ของคุณเสียหายเป็นอย่างมาก ทางเราไม่สามารถช่วยชีวิตคุณได้จึงพาคุณกลับมายังร่างเดิม] หนิงจิ้งหนิงไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ระบบสมองกลบอกเท่าไหร่นัก
ร่างเก่าของนางเสียชีวิตเพราะไม่มีแรงคลอดลูก จากนั้นก็เกิดใหม่เป็น หลินจิ้งหนิง แห่งโลกอนาคตปี 6538!!
ใช้ชีวิตในร่างนั้นนานถึงสามสิบปี แต่พอตายก็กลับมาอยู่ในร่างเดิม
ในเวลาเดิม…
ได้ยังไงกัน!!
หลินจิ้งหนิง หญิงสาวชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลเฟิง ครอบครัวของนางมีลูกชายสามคน ลูกสาวอีกสองคน หลินจิ้งหนิงในฐานะที่เป็นพี่คนโต ในครอบครัวที่มีลูกมากทว่ายากจนข้นแค้น จึงถูกขายเพื่อให้แต่งงานกับนายพรานแซ่เซียว
เงินสินสอดของนางถูกครอบครัวฝั่งแม่เอาไปหมด เงินห้าตำลึงเงิน หมูป่าหนึ่งตัว
นางถูกซื้อตัวเพื่อแต่งเข้ามาเป็นภรรยานายพรานเซียวด้วยสินสอดที่แพงที่สุดในหมู่บ้าน ตลอดแปดปีที่ผ่านมานางถูกครอบครัวฝั่งมารดาตามมากดขี่อยู่ตลอด
เฉกเช่นตอนอยู่บ้าน ไม่ว่าจะงานหนักหรือเบา ซักผ้า ทำกับข้าว ทำความสะอาด เก็บผักป่า กระทั่งเก็บฟืน ก็ล้วนเป็นหน้าที่ของนาง
จะดีขึ้นหน่อยก็ตอนที่นายพรานเซียวอยู่บ้าน เขาไล่ตะเพิดมารดาและน้องสาวของนางออกไป ทว่าพอเขาไม่อยู่ก็ถูกกดขี่โดยข้ออ้างของความกตัญญู
ภรรยากตัญญูจนโง่เขลา ไม่มีความกล้าแม้แต่จะพูดเสียงดัง นานวันเข้าเขาก็เมินเฉยไม่พูดเรื่องนี้อีก การทะเลาะกันครั้งสุดท้ายในวันนั้นทำให้นางตั้งท้องอีกครั้งหลังเว้นว่างมาเป็นเวลาถึงหกปี
นายพรานเซียวไม่พูดสิ่งใดอีกเลยจนกระทั่งนางใกล้คลอด ขึ้นเขาไปหาเงินเพื่อมาใช้เป็นค่าคลอดของนาง
วันนั้นเองที่เขาประสบอุบัติเหตุตกเขา โชคยังดีที่ชาวบ้านขึ้นเขาไปเจอและนำตัวกลับมาก่อนจะโดนสัตว์ป่าลากไปกิน
โชคร้ายที่แม้ว่าจะใช้เงินเก็บเพื่อรักษาจนเกือบหมด นายพรานเซียวก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย
หลินจิ้งหนิงกำเงินก้อนสุดท้ายเอาไว้ เพื่อใช้เป็นค่าหมอ ทว่าเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นหลังจากที่นายพรานเซียวบาดเจ็บไม่กี่วัน ครอบครัวทางฝั่งแม่เข้ามาขนของภายในบ้านไปจนหมด
เงินก้อนสุดท้ายก็ถูกเอาไป
วันเดียวกันกับที่ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านเข้ามาแจ้งข่าวร้ายในหมู่บ้านว่า ท่านแม่ทัพแพ้ศึกและองค์รัชทายาทหนีทัพอีกไม่นานกองทัพที่ยังเหลือรอดก็จะถอยร่นมายังหมู่บ้านแห่งนี้แล้ว
ทุกคนในหมู่บ้านอพยพหนีภัยสงคราม
โดยทิ้งให้ครอบครัวนายพรานเซียวนั่งหมดหวังอยู่ภายในบ้านบนเชิงเขาห่างไกล
ตอนที่ 1 ระบบสมองกล {รีไรท์}
ตอนที่ 1 ระบบสมองกล
ถ้าจะบอกว่านางเป็นคนจากยุคหกพันปีต่อจากนี้ก็พูดได้ไม่เต็มปาก หรือเป็นคนของยุคนี้ก็ไม่เชิง หลังจากคนในหมู่บ้านอพยพออกไปแม้ว่านางจะมีเงินก็ไม่สามารถหาหมอตำแยมาทำคลอดได้
ถึงจะยังมีหมอตำแยเหลืออยู่ในหมู่บ้าน ทว่านางก็ไม่มีเงินอีกต่อไป วันที่ชาวบ้านเริ่มอพยพออกจากหมู่บ้าน บิดามารดาของนางก็พาน้องชายและน้องสาวทั้งสามคนเข้ามาในบ้านหลังนี้ จากนั้นก็ขนเอาของไปแทบทั้งหมด
นางและลูกขอร้องอ้อนวอนยังไงก็ไม่มีใครเห็นใจ วินาทีที่ความกตัญญูสิ้นสุดลง นั่นเป็นวินาทีที่นางไม่สนใจอะไรอีกต่อไป เข้าไปคว้าเอาถุงข้าวสารถุงสุดท้ายของบ้านจากมือของผู้เป็นแม่
หากทำกับนาง ใช้นางสารพัดก็แล้วแต่พวกเขาเถิด ทว่าเอาข้าวของไปเช่นนี้ ลูกของนางจะเอาอะไรกิน!!
นางถูกมารดาผลักนั่นรวมไปถึงน้องสาวและลูกสะใภ้ ซึ่งแต่งเข้ามาเนื่องจากใช้เงินค่าสินสอดของนาง หลินจิ้งหนิงล้มลงกับพื้นปวดท้องเหมือนจะขาดใจ
ครอบครัวที่นางเพียรทำงานหนักเพื่อหวังว่าสักวันจะได้รับความรักบ้าง เสียสละเพราะนางเป็นพี่คนโตบ้าง ทำร้ายนางและลูกในท้องได้ถึงเพียงนั้น
ไม่มีใครเหลียวแลนางพวกเขาจากไปพร้อมกับของในบ้าน
และคืนนั้นเองนางทนความเจ็บปวดไม่ไหวตายโดยมีลูกสาวคนเล็กนั่งร้องไห้ทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้างเตียง
ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็กลายเป็นลูกของท่านนายพลแห่งกองทัพสมาพันธ์ดวงดาว ตลอดสามสิบปีที่ใช้ชีวิตอยู่ยุคนั้นนางไม่เคยมีสักวันที่จะลืมความแค้น ไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่งนางจะได้กลับมา
นางจะแก้แค้นให้พวกเขาได้จำฝังลึกไปใจจิตใจ!!
[ร่างกายของคุณดีขึ้นมากไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วง สามารถลงไปเดินได้แล้ว คำเตือนยิ่งเดินเยอะก็จะยิ่งหายเร็ว] เสียงโมโนโทนของอลิสดังขึ้นทำลายความแค้นของนางไปจนแทบหมดสิ้น หลังจากค้นพบการมีอยู่ของมันก็ทำให้หลินจิ้งหนิงใจชื้นขึ้นมาบ้าง
แต่ก็ได้ไม่นานนัก เมื่อนางสำรวจช่องเก็บของก็พบว่าช่องที่ควรจะมีถึงพันกว่าช่อง เหลือเพียงยี่สิบช่องเท่านั้น แถมยังใส่ได้แค่ช่องละหนึ่งอย่างเท่านั้น
ระบบสมองกลนอกจากจะบอกว่าตัวเองชื่อ ‘อลิส’ ที่นางตั้งให้ในยุคที่จากมา ก็ไม่สามารถทำอะไรได้อย่างที่มันเคยทำเลย
บอกแค่ว่าทรัพยากรในการใช้อัปเดตไม่เพียงพอ
โชคยังดีที่มีเหรียญค้างอยู่ในระบบ ทำให้นางมียาใช้ตอนคลอด ไม่อย่างนั้นคงจะเจ็บเจียนตาย หรือไม่ก็ตกเลือดหลังคลอดไปแล้ว ก่อนหน้านี้ก็คลอดลูกมาตั้งสี่คน คลอดทีเท้าก็ก้าวเข้าไปอยู่ในนรกครึ่งหนึ่งแล้ว
แต่นั่นก็ทำให้เหรียญสี่หมื่นกว่าเหรียญหายไปในพริบตา
สามวันมานี้นางเลยไม่ค่อยอยากจะคุยกับมันสักเท่าไหร่
[ระบบรักษาตอนนี้สามารถรักษาเขาได้ไหม] เขาที่พูดถึงก็คือสามีของนาง แม้จะหยาบกระด้างไปบ้าง และนางก็กลัวเขาเป็นที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็ดีกับเธอเป็นอย่างมาก
[ถ้าไม่ใช่อาการสมองตายก็พอจะมีโอกาส] นางเล่าอาการบาดเจ็บคร่าว ๆ เท่าที่จำได้ให้ระบบสมองกลฟัง หลังรู้ผลการประเมิน หลินจิ้งหลิงไม่รีรออีกต่อไป นางเรียกลูกสาวให้มาเฝ้าเจ้าก้อนเหี่ยว ๆ สองก้อน บนเตียง เดินไปอีกห้องเพื่อไปดูอาการของสามี
‘เซียวอวี้หาน’ ชื่อของเขาดูจะไม่เหมาะกับหมู่บ้านใกล้ขอบชายแดนอย่างนี้เลย เหมือนคุณชายบัณฑิตมากกว่า
ห้องขนาดสี่คูณสี่เมตร ไม่ได้กว้างขวางนักมีเตียงซึ่งทำจากไม้อย่างดีตั้งอยู่ ร่างกายที่เคยกำยำบัดนี้ซูบลงไม่น้อย หน้าต่างทุกบานในห้องปิดจนไม่มีแสงลอดเข้ามา มีเพียงแสงจากประตูห้องที่นางเปิดทิ้งไว้เท่านั้น [อลิส สแกนได้ไหม]
หลินจิ้งหนิงไม่กล้าเดินเข้าไปใกล้มากกว่านี้ นางกลัวเหลือเกินว่าร่างที่นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น จะไม่หายใจอีกต่อไป
[เขายังไม่ตาย แต่ขาซ้ายหักสองท่อน แขนซ้ายร้าว ซี่โครงซ้ายร้าวสามซี่ ตรงท้ายทอยมีเลือดคั่งอยู่ อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน สามสิบแปดองศา เพราะแผลที่หลังติดเชื้อ] เป็นนางเองที่แทบจะหยุดหายใจกับคำวินิฉัยของระบบสมองกล
หนักถึงเพียงนี้
หากเป็นยุคที่นางจากมาเลือดคั่งในสมอง โอกาสในการรักษาแล้วหายเป็นปกติมีมากจนไม่ต้องลุ้น ทว่าในยุคนี้…
[ทำอะไรได้บ้างไหม]
[ก้อนเลือดในสมองไม่ได้ใหญ่มาก ใช้ยาสลายลิ่มเลือดก็ใช้ได้แล้ว ซี่โครงที่ร้าวไม่น่าเป็นห่วงมาก ขากับแขนแนะนำให้ดามเฝือกแข็งไปเลย ที่น่าเป็นห่วงคือแผลที่หลังของเขา มันไม่ได้ถูกรักษาอย่างถูกวิธีมาตั้งแต่แรก ตอนนี้เริ่มติดเชื้อแผลเน่าเกินห้าสิบเปอร์เซนแล้ว]
หลินจิ้งหนิงไม่รอช้าอีกต่อไป นางวิ่งเข้าไปที่เตียงให้ความพยายามอย่างมากในการพลิกตัวเขาให้นอนตะแคง
ไม่ไหว
สามีคนนี้ตัวหนักเกินไป
นางยังต้องระวังกระดูกขาที่หักของเขาและซี่โครง อีกทั้งนางเพิ่งจะคลอดบุตรสาวของเขาออกมา ยังคงระบมไปทั้งร่างกาย หลินจิ้งหนิงจึงดามเฝือกที่แขนกับขาของเขาก่อนเป็นอันดับแรก ไม่อย่างนั้นเวลาพลิกตัวอาจจะทำให้บาดเจ็บเพิ่ม
นางเป็นทหารหน่วยรบพิเศษของสมาพันธ์แต่ก็ไม่เคยทำแผลหรือเข้าเฝือกให้ใครมาก่อน โชคดีที่ยังพอมีเหรียญเหลือพอที่จะซื้อเฝือกสำเร็จรูปจากระบบมา
ลักษณะเฝือกเป็นเหมือนปอกสวมแขนและขาธรรมดา ทำมาจากเจลใสเย็น ๆ แต่เมื่อสวมเข้าไปแล้วและพันผ้าพันแผลที่ทำจากวัสดุพิเศษ จึงทำให้เจลแข็งตัวกลายเป็นเฝือกแข็ง นางใช้เวลาไม่นานก็ทำทุกอย่างเสร็จ “ท่านแม่ ท่านทำอะไรน่ะขอรับ”
“อาเจา!!”
“ข้าอาเหวินต่างหาก” เด็กชายตัวเล็กเนื้อตัวมอมแมม กอดอกพูดกับนางด้วยสีหน้าน้อยใจที่ดูก็รู้แล้ว ว่าไม่ได้น้อยใจจริงจังเท่าไหร่นัก “เหตุใดท่านถึงแยกพวกเราพี่น้องไม่ออกเล่าขอรับ”
ถ้าไม่ใช่ช่วงเวลาน่าสิวหน้าขวานเช่นนี้ นางสาบานเลยว่าจะตีเจ้าลูกชายคนนี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่เบ่งคลอดเขาออกมา
“เจ้านั่นแหละอาเจา มาช่วยแม่พลิกตัวพ่อเจ้าหน่อย แม่จะทำแผลให้เขา” พอโดนท่านแม่ที่วัน ๆ เอาแต่นิ่งเงียบไม่เถียงใครดุเข้าก็ทำปากบึนเดินเข้ามาช่วยแต่โดยดี
เขาไม่กลัวท่านแม่หรอกนะ
“ระวังหน่อยล่ะ พ่อเจ้าบาดเจ็บถึงกระดูก”
แม้ว่าจะจากร่างนี้ไปถึงสามสิบปีเต็ม แต่ก็ไม่มีวันไหนที่นางไม่อาวรถึงพวกเขาเลย ลูกคนไหนเป็นอย่างไร มีตำหนิร่างกายตรงไหน นิสัยเป็นเช่นไร นางจำมันได้ทุกอย่าง
ไม่แปลกเลยที่จะสามารถใช้พวกเขาได้อย่างคล่องปากถึงเพียงนี้
“ไปตามพี่ชายเจ้าให้ต้มน้ำเข้ามาให้แม่หน่อย เอามาให้มากหน่อยเล่า” เมื่อพลิกตัวสามีให้นอนคว่ำได้อย่างปลอดภัยแล้ว ต่อไปนางก็จะทำความสะอาดแผลและทำแผลให้เขา
ลูกชายนางรู้ความก็จริง ทว่าบาดแผลของพ่อเขานั้นเน่าจนน่ากลัวเกินไป
“ท่านใช้คนจนคล่องปากถึงเพียงนี้เชียวหรือ” อาเจาอายุเพียงหกขวบ เขาซนเกินกว่าผู้ใดนิสัยก็กล้าหาญมากว่าใครในบรรดาพี่น้อง พลังก็ดูว่าจะล้นเหลือเกินใคร
และแน่นอนว่าอะไรที่เล่าพี่น้องไม่กล้า เด็กคนนี้กล้าทำเสมอ
“ทำไม เจ้าไม่เต็มใจหรืออย่างไร” หลินจิ้งหนิงเท้าเอวหันมามองลูกชายตาเขียว “เปล่าขอรับ ข้าคิดว่าท่านแม่ อืม…พูดมากไปเสียหน่อย”
ได้ยินอย่างนั้นนางก็คว้าเอาไม้ท่อนเล็ก ๆ ข้างกายขึ้นมาทำท่าจะตีเขา “เจ้าสิพูดมาก ดูสิว่าข้าจะยังไม่กล้าตีเข้าอีกหรือถามมากอยู่นั่น”
“ข้าไปแล้ว ๆ ท่านพี่!!” ความว่องไวเกินใครพริบตาเดียวก็วิ่งออกจากห้องไปไม่เห็นเงาแล้ว
อาเจายังเล็กเขายังคงติดนางมาก ดังนั้นความสัมพันธ์จึงค่อนข้างดีมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพียงแต่เขาก็มักจะเอาแต่ใจและอารมณ์เสียเวลาที่นางไม่สู้คน
ตอนนี้อาเจารู้แล้วว่าที่เขาพร่ำบอกให้ท่านแม่สู้คนบ้าง ที่นางไม่สู้ใครเลยคงจะเก็บเอาไว้มาใช้กับเขาเป็นคนแรกเป็นแน่