โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บี้ผบ.ตร.เชือด‘2แพทย์’ สธ.หวั่นเปิดช่องร้องเรียน

ไทยโพสต์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 00.09 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

"คปท." บุก ตร.บี้ "บิ๊กต่าย" สั่ง 2 แพทย์สีกากีเอี่ยวคดีชั้น 14 ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งสอบวินัยร้ายแรง ฟัน ม.157 หลังให้ข้อมูลแพทย์ไม่ตรงความจริงเอื้อ "ทักษิณ" ผงะ! "รมว.สธ." อ้างหลักจริยธรรมขัดขวางยกระดับสาธารณสุขประเทศ อัดมติแพทยสภาลงโทษสะเทือนเป็นลูกโซ่หมอ รพ.รัฐ-รพ.ราชทัณฑ์ สร้างบรรทัดฐานใหม่เปิดช่องร้องเรียนอื้อ หึ่ง! ตกรางวัลใหญ่พยาบาลเวรส่งตัวนักโทษเทวดา ย้ามข้ามห้วยกลับเมืองสุโขทัย

เมื่อวันจันทร์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และกองทัพธรรม นำโดยนายพิชิต ไชยมงคล เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อให้มีคำสั่งให้ข้าราชการแพทย์ตำรวจ 2 นายออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการสอบสวนทางอาญาและวินัยร้ายแรง หลังถูกระบุว่าให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเอื้อนายทักษิณ ชินวัตร นอนรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ

นายพิชิตระบุว่า ภายหลังแพทยสภามีมติลงโทษบุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งรวมถึง พล.ต.ท. นพ.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจคนปัจจุบัน และ พล.ต.ท. นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งเป็นอดีตนายแพทย์ใหญ่ รพ.ตำรวจ กลุ่ม คปท.จึงเรียกร้องให้ตำรวจทั้ง 2 นายนี้ออกจากราชการไว้ก่อน นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ ผบ.ตร.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินคดีทั้งทางอาญาและวินัย โดยเฉพาะในข้อหามาตรา 157 ซึ่งเป็นการกระทำความผิดร้ายแรง ผบ.ตร.จะต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา

“ความผิดดังกล่าวมีความชัดเจน โดยเฉพาะในรายของผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งเป็น 1 ใน 12 รายที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมจะชี้มูล หาก ตร.อ้างว่ายังไม่ได้รับหนังสือมติของแพทยสภาอย่างเป็นทางการ ทางกลุ่มจะรอคำชี้แจงว่าจะได้รับหนังสือเมื่อใด และจะติดตามความคืบหน้าทุกสัปดาห์ แต่หาก ตร. ดองเรื่องไว้ ทางกลุ่มจะไม่ยอมอย่างเด็ดขาดและจะยกระดับการกดดันต่อไป” นายพิชิตระบุ

ขณะที่นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ รองโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข มิได้วิตกกังวลเลยที่ถูกโยงกับประเด็นทางการเมืองเรื่องการรักษาตัวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เพราะเอกสารที่แพทยสภาส่งมาต้องยอมรับว่านายทักษิณป่วยจริง เข้ารับการผ่าตัดจริง และแพทย์ให้ความเห็นสมควรให้รักษาอาการที่โรงพยาบาล ซึ่งเป็นการลบล้างคำกล่าวหาว่าป่วยทิพย์ แต่สิ่งที่ยังกังวลอยู่นั้นก็คือ การตัดสินลงโทษมาตรฐานทางจริยธรรมที่มองว่ารุนแรงเกินไปต่อแพทย์รัฐทั้ง 3 ราย ตามความเห็นคัดค้านที่ส่งให้แพทยสภาไปแล้วนั้น จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อแพทย์ของรัฐในการใช้ดุลพินิจการรักษา การปฏิบัติราชการ ไม่เกิดผลดีต่อประชาชนจากการรับบริการทางการแพทย์ด้วยสิทธิต่างๆ ของรัฐ โดยเฉพาะผลกระทบกับนักโทษเด็ดขาดที่ป่วย มีโรคประจำตัวและอายุมาก ที่จำเป็นต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลรัฐอย่างต่อเนื่อง ด้วยขีดจำกัดในการรักษาของโรงพยาบาลราชทัณฑ์

“ในกรณีการรักษาของแพทย์ ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงสาธารณสุขต่อนักโทษเด็ดขาด มีนับหลายหมื่นเคสที่แพทย์รัฐอนุญาตให้นักโทษพักฟื้นในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลายาวนาน ยกตัวอย่างเช่น รพ.พระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ได้รับตัวผู้ป่วยเป็นนักโทษเด็ดขาดที่ถูกส่งตัวมาจากเรือนจำกลางบางขวาง เข้ารับการรักษาการผ่าตัด เช่น โรคไส้เลื่อน โรคไส้ติ่งอักเสบ โรคทางตา โดยการรับส่งตัวก็เป็นการปฏิบัติราชการปกติระหว่างกระทรวงกับของทางเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเหมือนและไม่แตกต่างกับกรณีของนายทักษิน หลังการผ่าตัดแพทย์ผู้รักษาก็จะอนุญาตให้นักโทษป่วยเหล่านั้นได้ทำการพักฟื้นในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง มิได้ส่งต่อไปพักฟื้นที่ รพ.ราชทัณฑ์ หรือส่งกลับเรือนจำในทันที เพราะอาจสุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อจากสถานที่กักขัง จนเมื่อนักโทษมีอาการที่แข็งแรงดีแล้วถึงส่งตัวกลับเรือนจำ” นายจิรพงษ์ระบุ

นายจิรพงษ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกรณีที่แพทย์รัฐรักษานักโทษเด็ดขาดนับปีไม่ต้องเข้าขั้นวิกฤต โดยเฉพาะนักโทษที่มีอาการทางจิต สาเหตุอาจมาจากผลของการติดยาเสพติด หรือความเครียดขณะถูกจองจำ ซึ่งเกิดเหตุนักโทษเด็ดขาดฆ่าตัวตาย รวมถึงคลุ้มคลั่งทำร้ายผู้อื่นมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน การส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิต เช่น รพ.ศรีธัญญา, สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ แพทย์ผู้รักษาไม่สามารถบ่งบอกได้อย่างแน่ชัดว่าจะหายจากอาการทางจิตเมื่อใด บางเคสต้องรักษาตัวใน รพ. รับประทานยาอย่างต่อเนื่องมิให้เกิดอาการขาดยา ซึ่งต้องเคารพการตัดสินใจของแพทย์ผู้รักษาว่าจะใช้ระยะเวลารักษาเท่าไหร่ มิอาจมีมาตรฐานใดมากำหนดได้

“ดังนั้นกรณีแพทยสภามีมติลงโทษแพทย์ทั้ง 3 ราย โดยถูกสั่งลงโทษว่ากล่าวตักเตือน รวมถึงการสั่งลงโทษพักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ โดยแพทย์ทั้ง 3 รายเป็นบุคลากรหรือข้าราชการของรัฐ ซึ่งเป็นการลงโทษที่รุนแรง หากการลงโทษในครั้งนี้เกิดเป็นบรรทัดฐานใหม่ ก็จะส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติราชการในการวินิจฉัยการรักษาของแพทย์รัฐคนอื่นๆ เปิดช่องให้มีผู้ร้องเรียนได้ง่าย โดยเฉพาะแพทย์จบใหม่ที่จะต้องมาใช้ทุน โดยการปฏิบัติงานในภาครัฐ จะถูกจำกัดการรักษาโดยมาตรฐานจริยธรรมเพิ่มเติม กับที่มีการกำหนดมาตรฐานต่างๆ ไว้แล้ว ก็จะทำให้การยกระดับสาธารณสุขประเทศไทยทำได้ยากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อประชาชนและนักโทษในภาพรวม จึงเป็นสาเหตุที่นายสมศักดิ์เป็นห่วงเรื่องลูกหลานของคนไทยที่จะเป็นแพทย์" นายจิรพงษ์กล่าว

ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยต่อสำนักข่าวอิศราว่า นายธัญพิสิษฐ์ ขบวน พยาบาลเวรเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้ส่งตัวนายทักษิณไปรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 และยังเป็น 1 ใน 12 รายที่ถูก ป.ป.ช.ตั้งองค์คณะไต่สวนในคดีป่วยทิพย์ของนายทักษิณ ได้รับการแต่งตั้งโยกย้ายข้ามหน่วยงานจากกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ให้ไปอยู่ที่ รพ.ศรีสังวรสุโขทัย จ.สุโขทัย ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อปี 2567 จนถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากจังหวัดสุโขทัยเป็นบ้านเกิดของนายสมศักดิ์

นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากแพทยสภาเปิดเผยว่า คณะกรรมการสอบสวนของแพทยสภาเคยทำหนังสือเชิญนายธัญพิสิษฐ์มาให้ปากคำ ในช่วงการสอบสวนจริยธรรมแพทย์ที่ถูกกล่าวหาในกรณีการรักษานายทักษิณ เนื่องจากเห็นว่านายธัญพิสิษฐ์เป็นพยาบาลเวรที่เป็นผู้ติดต่อแพทย์หญิงรวมทิพย์ สุภานันท์ ซึ่งเป็นผู้ทำใบส่งตัวนายทักษิณไปรักษาตัวที่รพ.ตำรวจ เป็นผู้ติดต่อรถพยาบาลและประสานงานกับ รพ.ตำรวจ แต่นายธัญพิสิษฐ์ไม่มาให้ปากคำ โดยอ้างว่าไม่สะดวกเนื่องจากอยู่จังหวัดสุโขทัย

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรารายงานว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ได้ติดต่อไปยัง รพ.ศรีสังวรสุโขทัยเพื่อขอสัมภาษณ์นายธัญพิสิษฐ์ ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องการย้ายข้ามหน่วยงาน แต่ไม่สามารถติดต่อได้

เจ้าหน้าที่ รพ.ศรีสังวรสุโขทัยระบุว่า นายธัญพิสิษฐ์ย้ายมาทำงานที่ รพ.จริง แต่เนื่องจากเป็นข้าราชการ การจะให้สัมภาษณ์ได้จะต้องมีการทำหนังสือขอสัมภาษณ์เข้ามาถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นทางการก่อน และขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่าจะอนุญาตให้นายธัญพิสิษฐ์ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนหรือไม่.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...