โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หมอเจด แนะ วิธีป้องกัน 5 มะเร็งยอดฮิต ชี้เกิดจากเชื้อใกล้ตัวกว่าที่คิด

Khaosod

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 09.09 น.
หมอเจด แนะ วิธีป้องกัน 5 มะเร็งยอดฮิต ชี้เกิดจากเชื้อใกล้ตัวกว่าที่คิด

หมอเจด เผย 5 มะเร็งยอดฮิตที่ป้องกันได้ เพราะเกิดจากเชื้อที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด แนะ วิธีดูแลตัวเอง

นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ระบุข้อความว่า 5 มะเร็งยอดฮิตที่ป้องกันได้ เพราะเกิดจากเชื้อที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด

1.มะเร็งปากมดลูก มะเร็งที่ป้องกันได้ง่ายที่สุด ถ้ารู้จัก HPV ให้ดีพอ

ต้นเหตุหลักคือเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) โดยเฉพาะสายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นตัวการกว่า 70% ของมะเร็งปากมดลูกทั้งหมด แต่ที่เหลือก็มาจากการติดเชื้อ HPV เช่นกันนะครับ แต่แค่เป็นสายพันธุ์อื่น

การติดต่อ : HPV ติดต่อผ่านการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ แม้ไม่สอดใส่ก็ยังมีโอกาสติด โดยเฉพาะในคนที่มีคู่นอนหลายคน และไม่มีการป้องกัน

ใช้เวลากี่ปีถึงเป็นมะเร็ง? จากงานวิจัย พบว่าโดยเฉลี่ย 10–15 ปีหลังจากติดเชื้อ HPV ร่างกายจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากเซลล์ปกติ → เซลล์ผิดปกติ → มะเร็ง

การป้องกัน :

  • ฉีดวัคซีน HPV ก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ จะมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยปกติแล้วเริ่มฉีดในเด็ก ป. 5 แต่ก็ไม่ได้แปลว่าถ้าเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วจะไม่เวิร์ก ซึ่งปัจจุบันแนะนำให้ฉีดได้เลยครับโดยที่ไม่จำเป็นต้องตรวจก่อน
  • ใช้ถุงยางอนามัย
  • ตรวจคัดกรองเป็นประจำ

การตรวจ :

  • Pap smear ปีละครั้ง
  • HPV DNA test ทุก 3–5 ปี

ดูแลตัวเอง : หากตรวจพบความผิดปกติระยะเริ่มต้น แพทย์สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการตัดเนื้อเยื่อที่ผิดปกติ หรือใช้ความร้อน/ความเย็นจี้

2.มะเร็งกระเพาะอาหาร อย่าปล่อย H. pylori อยู่ในท้องนานจนกลายเป็นระเบิดเวลา

เชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งกระเพาะอาหารชนิด non-cardia โดยก่อให้เกิดแผลเรื้อรัง → อักเสบ → เซลล์ผิดปกติ

การติดเชื้อนี้ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารทั้งหมด แต่มะเร็งกระเพาะอาหารเกือบ 90% เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อใน

การติดต่อ : ผ่านน้ำลาย น้ำดื่ม อาหารปนเปื้อน และการใช้ช้อนหรือภาชนะร่วมกัน ซึ่งส่วนใหญ่เชื้อนี้มาจากอาหารหรือน้ำที่ไม่สะอาด บางคนก็บอกว่าเกิดจากการทานอาหารค้างคืนได้เหมือนกัน

ใช้เวลากี่ปีถึงเป็นมะเร็ง? การติดเชื้อ H. pylori อาจใช้เวลาเฉลี่ย 20–30 ปี กว่ากระเพาะจะกลายสภาพเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะในคนที่ไม่ได้รับการรักษา ซึ่งการติดเชื้อนี้ อาการจะคล้ายคนเป็นโรคกระเพาะอาหารเลยครับ

การป้องกัน :

  • หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง รมควัน เค็มจัด
  • รักษาความสะอาดในการกินอยู่
  • ตรวจรักษาเมื่อมีอาการแสบจุกเรื้อรัง

การตรวจ :

  • Urea breath test
  • ตรวจอุจจาระหาแอนติเจน
  • ส่องกล้อง + ตัดชิ้นเนื้อ

ดูแลตัวเอง : หากพบเชื้อ ควรรักษาด้วยยาปฏิชีวนะร่วมกับยาลดกรดเพื่อให้การกำจัดเชื้อมีประสิทธิภาพ

3.มะเร็งตับ ติดไวรัสวันนี้ อาจกลายเป็นมะเร็งในอีก 2 ทศวรรษข้างหน้า

ไวรัสตับอักเสบบี (HBV) และซี (HCV) ทำให้ตับอักเสบเรื้อรังจนกลายเป็นพังผืด (fibrosis) → ตับแข็ง → มะเร็ง

การติดต่อ :

  • HBV ติดจากแม่สู่ลูก การมีเพศสัมพันธ์ไม่ป้องกัน และเลือดปนเปื้อน
  • HCV มักติดผ่านเลือด เช่น เข็มฉีดยา

ใช้เวลากี่ปีถึงเป็นมะเร็ง? ผู้ที่เป็นพาหะไวรัสตับ ใช้เวลาเฉลี่ย 20–30 ปีจึงเกิดมะเร็ง หากไม่ได้รักษาหรือเฝ้าระวัง

การป้องกัน :

  • ฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี
  • มีเพศสัมพันธ์แบบป้องกัน
  • ไม่ใช้ของมีคมร่วมกับผู้อื่น

การตรวจ :

  • HBsAg, Anti-HCV, ค่า ALT/AST
  • AFP (Alpha-Fetoprotein)
  • Ultrasound ตับ

ดูแลตัวเอง : ผู้เป็นพาหะควรติดตามค่าตับทุกปี และงดแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด รวมไปถึงระวังเรื่องของไขมันพอกตับจากการรับประทานอาหารด้วย

4.มะเร็งท่อน้ำดี จากปลาร้าดิบ สู่พยาธิ สู่มะเร็ง

พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini) พบมากในภาคอีสาน มักติดจากการกินปลาน้ำจืดดิบหรือหมักไม่สุก เช่น ปลาร้าดิบ จ่อม

การติดต่อ : จากการกินปลาน้ำจืดดิบที่มีตัวอ่อนของพยาธิ โดยไม่ได้ปรุงสุกแล้วก็เริ่มมีการติดเชื้อ อย่าไปคิดว่าเราจะต้องกินแบบโอมากาเสะนะครับ

ใช้เวลากี่ปีถึงเป็นมะเร็ง? ใช้เวลานานมาก โดยเฉลี่ย 30–40 ปี ตั้งแต่ติดพยาธิจนเป็นมะเร็งท่อน้ำดี

การป้องกัน :

  • งดอาหารดิบจากปลาน้ำจืดโดยสิ้นเชิง
  • กินปลาที่ปรุงสุกเท่านั้น

การตรวจ :

  • ตรวจไข่พยาธิในอุจจาระ
  • ตรวจเลือด CA 19-9 ไม่ได้เป็นการตรวจวินิจฉัยแต่อาจจะเป็นการตรวจเพื่อหาดูแนวทางว่าเรามีความเสี่ยงหรือเปล่า
  • อัลตราซาวด์ตับและท่อน้ำดี

ดูแลตัวเอง : หากพบพยาธิควรได้รับยาฆ่าพยาธิอย่างถูกต้อง และตรวจตับทุกปี โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง

5.มะเร็งโพรงจมูก มะเร็งแห่งเอเชียที่มี EBV อยู่เบื้องหลัง
Epstein–Barr Virus (EBV) คือไวรัสในกลุ่ม herpes ที่พบในผู้ใหญ่เกือบทุกคน และเชื่อมโยงกับมะเร็งโพรงจมูกอย่างชัดเจน

การติดต่อ : ผ่านน้ำลาย การจูบ ใช้แก้วหรือช้อนร่วมกัน

ใช้เวลากี่ปีถึงเป็นมะเร็ง? โดยเฉลี่ย 15–20 ปีหลังติดเชื้อ EBV หากมีปัจจัยกระตุ้น เช่น สารก่อกลายพันธุ์ในอาหารหมักดองจัด หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง

การป้องกัน :

  • รักษาสุขอนามัยปากและจมูก
  • เลี่ยงอาหารดองเค็มจัด
  • อย่าใช้ของใช้ร่วมกับผู้อื่น

การตรวจ :

  • ตรวจ EBV DNA
  • ส่องกล้อง + Biopsy
  • CT หรือ MRI

ดูแลตัวเอง : หากมีอาการเลือดกำเดาเรื้อรัง ปวดหู คัดจมูกข้างเดียว ควรพบแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งโพรงจมูก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอเจด แนะ วิธีป้องกัน 5 มะเร็งยอดฮิต ชี้เกิดจากเชื้อใกล้ตัวกว่าที่คิด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...