โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รายชื่อ เมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก 2025 แชมป์โคเปนเฮเกน กทม. ขยับขึ้น อันดับ 116

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 21 มิ.ย. 2568 เวลา 09.33 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 05.15 น.

เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา หน่วยงานวิจัยเศรษฐกิจระดับโลกอย่าง The Economist Intelligence Unit (EIU) ได้เผยผลการจัดอันดับ "เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก 2025" (Global Liveability Index 2025) โดยทำการประเมินเมืองต่างๆ ทั่วโลกจำนวน 173 เมือง พิจารณาจากตัวชี้วัดมากกว่า 30 รายการ ครอบคลุม 5 หมวดหลัก ได้แก่ ความมั่นคง (Stability), การเข้าถึงบริการทางการแพทย์ (Healthcare), วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม (Culture & Environment), ระบบการศึกษา (Education) และ โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ซึ่งเป็นปัจจัยสะท้อนความอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การจัดอันดับดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดสำคัญที่หลายประเทศและเมืองทั่วโลกใช้เป็นแนวทางในการพัฒนานโยบายเมืองและคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว

คะแนนเฉลี่ย World’s Most Liveable Cities ในปีนี้อยู่ที่ 76.1 จาก 100 ซึ่งเท่ากับปีที่ผ่านมา แม้ว่าความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่สงบทางสังคมจะยังคงส่งผลกระทบต่อคะแนนด้านเสถียรภาพ แต่เมืองเกิดใหม่หลายแห่งกลับมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในด้านการศึกษา การดูแลสุขภาพ และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งช่วยชดเชยผลกระทบในภาพรวมได้

10 อันดับเมืองน่าอยู่สูงสุด ปี 2025

  • อันดับ 1 : โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ▸ คะแนนรวม 98.0 ▸ ความมั่นคง 100.0 | สุขภาพ 95.8 | วัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม 95.4 | การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน 100.0
  • อันดับ 2 (ร่วม) : เวียนนา ประเทศออสเตรีย ▸ คะแนนรวม 97.1 ▸ ความมั่นคง 95.0 | วัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม 93.5 | สุขภาพ การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐาน 100.0
  • อันดับ 2 (ร่วม) : ซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ▸ คะแนนรวม 97.1 ▸ ความมั่นคง 95.0 | วัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม 96.3 | สุขภาพ และการศึกษา 100.0 | โครงสร้างพื้นฐาน 96.4
  • อันดับ 4 : เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ▸ คะแนนรวม 97.0 ▸ ความมั่นคง 95.0 | วัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม 95.8 สุขภาพ และการศึกษา 100.0 | โครงสร้างพื้นฐาน 96.4
  • อันดับ 5 : เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ▸ คะแนนรวม 96.8 ▸ ความมั่นคง 95.0 | วัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม 94.9 | สุขภาพ และการศึกษา 100.0 | โครงสร้างพื้นฐาน 96.4
  • อันดับ 6 : ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ▸ คะแนนรวม 96.6 ▸ ความมั่นคง 95.0 | วัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม 94.4 | สุขภาพ และการศึกษา 100.0 | โครงสร้างพื้นฐาน 96.4
  • อันดับ 7 (ร่วม) : โอซากา ประเทศญี่ปุ่น ▸ คะแนนรวม 96.0 ▸ ความมั่นคง สุขภาพ และการศึกษา 100.0 | วัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม 86.8 | โครงสร้างพื้นฐาน 96.4
  • อันดับ 7 (ร่วม) : โอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ▸ คะแนนรวม 96.0 ▸ ความมั่นคง 95.0 | สุขภาพ 95.8 | วัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม 97.9 | การศึกษา 100.0 | โครงสร้างพื้นฐาน 92.9
  • อันดับ 9 : แอดิเลด ประเทศออสเตรเลีย ▸ คะแนนรวม 95.9 ▸ ความมั่นคง 95.0 | วัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม 91.4 | สุขภาพ และการศึกษา 100.0 | โครงสร้างพื้นฐาน 96.4
  • อันดับ 10 : แวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ▸ คะแนนรวม 95.8 ▸ ความมั่นคง 95.0 | สุขภาพ 95.8 | วัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม 97.2 | การศึกษา 100.0 | โครงสร้างพื้นฐาน 92.9

ไทยจัดอยู่ในกลุ่มเมืองที่อันดับดีขึ้น

ในปี 2025 เมืองของประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มที่มีคะแนนและอันดับดีขึ้น โดย กรุงเทพมหานคร ได้รับคะแนน 69.4 อยู่อันดับที่ 116 ของโลก ขยับขึ้นจากปีก่อนถึง 6 อันดับ พร้อมกับคะแนนที่เพิ่มขึ้น 2.5 จุด

ขณะที่ จังหวัดเชียงใหม่ ก็แสดงศักยภาพไม่แพ้กัน โดยอยู่ในอันดับที่ 130 ด้วยคะแนน 63.8 และมีการปรับอันดับขึ้น 6 อันดับ เช่นเดียวกัน สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเมืองไทยในด้านคุณภาพชีวิต โครงสร้างพื้นฐาน และความยั่งยืนที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ฝั่งอเมริกาเหนือคะแนนลด

ในดัชนีความน่าอยู่ของ EIU ประจำปี 2025 เมือง 25 เมืองในอเมริกาเหนือ ได้คะแนนเฉลี่ยโดยรวมลดลงเล็กน้อยเหลือ 90.4 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เมืองในประเทศแคนาดา 4 เมือง มีคะแนนด้านการแพทย์ (Healthcare) ลดลง เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าในประเด็นการระดมทุนให้ระบบสาธารณสุขของประเทศ โดยเมืองแคลการี่ ตกลงจากอันดับ 5 มาอยู่ที่ 18 เป็นอันดับที่ตกมากที่สุด

นอกจากนี้ การบริหารแบบทรัมป์ในสหรัฐอเมริกา ได้เสนอแผนลดงบประมาณด้านการศึกษาและการแพทย์ ส่งผลให้ภูมิภาคนี้ยังเสี่ยงต่อการลดอันดับในดัชนีปีหน้า

UK เสียคะแนนด้านความมั่นคง

เมืองใหญ่ของสหราชอาณาจักร 3 แห่ง ได้แก่ แมนเชสเตอร์ ลอนดอน และเอดินบะระ มีอันดับลดลงในการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ โดยเฉพาะในหมวด ความมั่นคง (stability) ที่มีคะแนนลดลงอย่างเห็นได้ชัด

สาเหตุหลักมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศในปี 2024 ซึ่งจุดชนวนมาจาก เหตุโจมตีศูนย์เด็กเล็กในเมืองเซาธ์พอร์ต โดยบุคคลหนึ่ง ซึ่งส่งผลให้เด็กเสียชีวิตถึง 3 ราย นำไปสู่การก่อจลาจลและความตึงเครียดทางสังคมอย่างรุนแรงทั่วประเทศ

เมืองที่ไม่น่าอยู่ที่สุด จาก 173 เมือง

อันดับท้ายสุดของการจัดอันดับเมืองน่าอยู่ ส่วนใหญ่ยังคงเป็นเมืองจากภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา โดย EIU ยังคงจัดให้ ดามัสกัส ประเทศซีเรีย เป็นเมืองที่มีความน่าอยู่น้อยที่สุดในโลก

แม้ซีเรียจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างใหญ่หลวงในเดือนธันวาคม 2024 เมื่อรัฐบาลพรรคบาธที่ปกครองมายาวนานถึง 61 ปี ถูกโค่นล้มลง แต่คะแนนความน่าอยู่เฉลี่ยของเมืองดามัสกัสยังคงอยู่ที่ 30.7 จาก 100 คะแนน ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน โดยเฉพาะในด้าน ความมั่นคง และ การดูแลสุขภาพ ที่ยังคงได้คะแนนต่ำมาก

คะแนนรวมของดามัสกัสยังต่ำกว่าเมืองที่อยู่อันดับรองลงมาอย่าง ตริโปลี ประเทศลิเบีย ถึงเกือบ 10 คะแนน โดยตริโปลีเองก็ได้คะแนนความมั่นคงต่ำเช่นกัน และยังไม่เห็นพัฒนาการด้านความน่าอยู่จากปีก่อนเลย

Key Findings ที่น่าสนใจ

– ในดัชนีความน่าอยู่ของ EIU ประจำปี 2025 เมือง โคเปนเฮเกน ได้แซงหน้า เวียนนา ขึ้นแท่นเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก แม้ว่าเวียนนาจะทำคะแนนด้านการแพทย์ (healthcare) ได้ดีกว่า แต่โคเปนเฮเกนกลับได้คะแนนเต็ม 100 ในด้านความมั่นคง (stability), การศึกษา (education) และโครงสร้างพื้นฐาน (infrastructure) ส่งผลให้คว้าอันดับหนึ่งอย่างสมศักดิ์ศรี

– ด้านความมั่นคงของเวียนนาลดลงอย่างมาก จากเหตุการณ์ข่มขู่วางระเบิดก่อนคอนเสิร์ตของเทย์เลอร์ สวิฟต์ ที่จัดขึ้นเมื่อฤดูร้อนปี 2024 และการค้นพบแผนก่อการร้ายที่สถานีรถไฟในเมืองช่วงต้นปี 2025 การถูกลดอันดับครั้งนี้จึงทำให้เวียนนาหยุดสถิติครองอันดับสูงสุดสามปี และมาอยู่อันดับสองร่วมกับซูริก สวิตเซอร์แลนด์

– คะแนนเฉลี่ยความน่าอยู่ทั้ง 173 เมืองของปีนี้ยังคงอยู่ที่ 76.1/100 เท่าเดิมกับปีก่อน โดยคะแนนด้านความมั่นคงลดลงเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา แต่สามารถทดแทนด้วยคะแนนด้านการศึกษา การแพทย์ และโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

– เมืองที่มีพัฒนาการโดดเด่นที่สุดในปีนี้คือ อัลโคบาร์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ที่ปรับอันดับขึ้นมากถึง 13 อันดับ หลังจากคะแนนด้านการแพทย์และการศึกษาปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ขึ้นสู่ตำแหน่งใหม่ได้อย่างก้าวกระโดด

– ทางฝั่งเอเชียแปซิฟิกมีความหลากหลายในคะแนนมากที่สุด ปีนี้เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดของภูมิภาค ได้อันดับ 4 ของโลก ขณะที่เมืองธากา ประเทศบังกลาเทศ ร่วงลงไปอยู่อันดับ 171 (ลดลง 3 ตำแหน่ง) หลังเกิดความวุ่นวายทางการเมืองในปี 2024

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...