โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คุย 7 ชั่วโมง ผกก. ปลอมแก๊งคอลฯ เงินเก็บ 2 แสนเตรียมบวชเกลี้ยงบัญชี

เดลินิวส์

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 23.15 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 19.00 น. • เดลินิวส์
หนุ่มเครียดหนักตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลฯ คุยมาราธอน 7 ชั่วโมง อ้างเป็น ผกก.สภ.บึงกาฬ หลอกให้โอนเงินมาตรวจสอบ สุดท้ายเงินเก็บเตรียมบวชกว่า 2 แสนหายเกลี้ยง

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 68 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จาก นายอภิชาติ (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี หลังจากถูกแก๊งมิจฉาชีพอ้างตัวเป็น ผกก. หลอกโอนเงินจนเกลี้ยงบัญชี

นายอภิชาติ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดวันที่ 22 มิ.ย .เวลาประมาณ 09.00 น. ขณะที่ตนกำลังอยู่บ้านพัก ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้มีคนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของค่ายมือถือแห่งหนึ่งใน จ.บึงกาฬโทรมาหาตน บอกว่าตนเคยไปซื้อซิม และได้ลงทะเบียนไว้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน จะโอนสายให้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พอคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้บอกให้ตนแอดไลน์ของ สภ.บึงกาฬ โดยบอกให้ตนพิมพ์ผ่านใน ID Line หลังจากนั้นก็ได้มีการวิดีโอคอลมาคุยเป็นระยะๆ โดยสั่งห้ามออกไปไหนและห้ามบอกใครเด็ดขาด และได้ให้ตนเปลี่ยนการวิดีโอคอลผ่านทางโทรศัพท์ ไปวิดีโอคอลผ่านแทปเล็ท

ต่อมาได้มีการส่งรูปของผู้หญิงคนหนึ่งมาให้ดู พร้อมบัญชีเงินฝากธนาคารที่เป็นชื่อตน โดยบอกว่าผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นอดีตผู้จัดการธนาคารและมีความเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า จึงให้ตนถ่ายรูปบัตรประชาชนส่งให้เพื่อทำการตรวจสอบ ที่น่าแปลกใจ คือ รู้ว่าตนมีเงินในบัญชีกี่บาท กี่ธนาคาร และได้บอกให้ตนโอนเงินในบัญชีจำนวน 144,000 บาท เพื่อตรวจสอบเกี่ยวกับการฟอกเงิน ในขณะที่ทำการวิดีโอคอลอยู่นั้นก็มีเสียงผู้หญิงแทรกเข้ามาว่า ชื่อของตนยังมีความเกี่ยวข้องคดีอื่น และได้ให้ตนโอนเงินอีกจำนวน 25,000 บาท เพื่อตรวจสอบ และครั้งสุดท้ายได้บอกให้ตนโอนเงินอีก 3,900 บาท เพื่อตรวจสอบ รวมยอดเงินทั้งหมด 172,900 บาท ซึ่งการโอนเงินทั้ง 3 ครั้ง คนที่อ้างว่าเป็น ผกก.สภ.บึงกาฬ บอกว่า การตรวจสอบแบ่งเป็น 3 หน่วยงาน

นายอภิชาติ เล่าอีกว่า ตนใช้เวลาคุยตั้งแต่ 9 โมงเช้าจนถึง 5โมงเย็น นานกว่า 7 ชั่วโมง โดยก่อนจะวางสายไปทางคนที่อ้างว่าเป็น ผกก.สภ.บึงกาฬ จะให้ตนโอนเงินอีก แต่ตนไม่สามารถโอนให้ได้เพราะบัญชีสุดท้ายเป็นบัญชีคู่ ตนไม่สามารถโอนได้ และได้ปฎิเสธและรีบวางสายทันที ตนยอมรับว่าในขณะที่วิดีโอคอลคุยกันมีความวิตกกังวลและหวาดกลัว เพราะทางนั้นเขาแต่งตัวเหมือนตำรวจจริงๆ การพูดคุยก็ดูเหมือนตำรวจจริงๆ แถมยังสั่งห้ามตนไม่ให้ออกไปไหนหรือโทรศัพท์หาใคร โดยเงินดังกล่าวนี้เป็นเงินเก็บของตนรวมกับที่ญาติๆ ให้มา เพื่อที่จะใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมไปถึงค่าใช้จ่ายเรื่องของงานบวชของตนอีกด้วย เมื่อคืนที่ผ่านมาค่อนข้างเครียดมากๆ ถึงกับร้องไห้ตอนที่โทรไปบอกแม่ว่าโดนหลอกให้โอนเงินจนหมดบัญชี.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...